รู้ภาษาอังกฤษ แต่ทำไมแปลภาษาอังกฤษนั้นยากกว่า

รู้ภาษาอังกฤษ แต่ทำไมแปลภาษาอังกฤษนั้นยากกว่า

ภาษาอังกฤษถือว่าเป็นภาษาที่สองสำหรับคนไทยเรา เรียกได้ว่าเราทุกคนได้เรียนภาษาอังกฤษกันมาตั้งแต่เด็กจนโต จนสามารถสื่อสารได้ อ่านได้ เขียนได้ และอาจจะถึงขั้นแปลงานได้ด้วย แต่การแปลภาษาอังกฤษก็ไม่ใช่เรื่องง่ายค่ะ 

หลายคนน่าจะเคยรู้สึกว่า เราก็มีความรู้และความเชี่ยวชาญเรื่องภาษาอังกฤษนะ แต่ทำไมเวลาจะลงมือแปลเอกสารจากภาษาไทยให้เป็นภาษาอังกฤษนั้นมีความยากเย็นเหลือเกิน ไหนจะเรื่องการใช้คำศัพท์ให้เหมาะสม 

ไหนจะเรื่องการเรียบเรียงประโยคให้ถูกต้องตามไวยากรณ์  บางทีแปลได้ถูกหมดเลย แต่พออ่านแล้ว ภาษากลับไม่สละสลวย วันนี้ ศูนย์แปลเอกสาร เฟิสท์ชอยซ์ทรานสเลชัน ขอมาแนะนำเกี่ยวกับเรื่อง แปลภาษาอังกฤษ มาฝากค่ะทุกคน


การแปลภาษาอังกฤษ คืออะไร ทำไมถึงสำคัญ

การแปลภาษาอังกฤษ คือ การแปลภาษาต้นทาง ซึ่งอาจจะเป็นภาษาไทย หรือภาษาอื่นๆ ก็ได้ แปลความหมายออกมาเป็นภาษาปลายทางที่เป็นภาษาอังกฤษค่ะ ถ้าพูดให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ มันคือการแปลงานจากภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษนั่นเอง

ปัจจุบันนี้ การแปลภาษาอังกฤษ มีความสำคัญมาก เพราะภาษาอังกฤษเป็นภาษาสากลที่ใช้กันทั่วโลก หรือแม้แต่การทำงานในองค์กรไทย ก็มีการเน้นใช้เอกสารสำคัญที่เป็นภาษาอังกฤษล้วน

นอกจากนี้ หากคุณอยากไปศึกษาต่อต่างประเทศ หรือขยายธุรกิจไปต่างแดน ด่านแรกก็คือ การเตรียมเอกสารเป็นภาษาอังกฤษ และเมื่อเดินทางไปต่างประเทศแล้ว ก็ต้องสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษ ไม่ว่าจะเป็นเอกสารอะไร ก็ต้องใช้เป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด เพื่อจะได้สื่อสารให้คนต่างประเทศได้ 

รู้ภาษาอังกฤษ แต่ทำไมแปลยาก

ภาษาอังกฤษก็อ่านออกเขียนได้ แต่ลงมือแปลทีไรทำไมมันยากเย็น เชื่อว่านี่คงเป็นปัญหาที่ใครหลายคนเคยเจอมาแน่ๆ  ใช่ไหมคะ สาเหตุที่ว่า ทำไมเราถึงแปลภาษาอังกฤษได้ยาก ก็มาจากเหตุผลเหล่านี้ค่ะ

ยังขาดความเชี่ยวชาญทั้งภาษาไทยและอังกฤษ

การแปลภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษนั้น ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญทั้งสองภาษาค่ะ เพื่อให้แปลได้อย่างไหลลื่น และใช้ภาษาได้อย่างถูกต้อง ที่สำคัญยิ่งกว่านั้นคือ เราต้องแปลออกมาโดยยังคงสไตล์ตรงตามต้นฉบับ ซึ่งการเข้าใจทั้งสองภาษาเป็นอย่างดีจะช่วยเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดีค่ะ

ไม่คุ้นชินกับภาษาอังกฤษ เลยเรียบเรียงออกมายาก

รู้ภาษาอังกฤษ ฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ

อยากที่รู้กันว่า ภาษาอังกฤษไม่ใช่ภาษาแรกหรือภาษาแม่ที่คนไทยใช้ เลยทำให้เวลาเราจะพูดหรือเขียนเป็นภาษาอังกฤษนั้น เรามักจะเริ่มจากการคิดเป็นภาษาไทยก่อน ไม่ได้คิดเป็นภาษาอังกฤษออกมาเลย ก็เลยทำให้เกิดความยากในการแปล เพราะเราต้องแปลจากภาษาไทยที่เราคิดมาเป็นภาษาอังกฤษอีกที เลยทำให้เรียงเรียงภาษาออกมาไม่ค่อยสละสลวย และอาจใช้ไวยากรณ์ที่ผิดได้หากเราแปลตรงตัแทบทุกคำ

ยังขาดการฝึกฝน

ทักษะการแปลที่ดีก็มาจากการฝึกฝนค่ะ ถ้าไม่ได้แปลบ่อยๆ ก็เหมือนมีดที่ไม่ได้ลับคม ทำให้จะงานจากภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษทีไรก็รู้สึกว่ายากเย็นเหลือเกิน คิดไม่ออกจะใช้คำว่าอะไรดี ประโยคแบบนี้ควรใช้ไวยากรณ์แบบไหนกันนะ ในทางกลับกัน หากคุณมีความรู้ ความเชี่ยวทางภาษาอยู่แล้ว และหมั่นฝึกฝนการแปลทุกวัน ก็จะทำให้เกิดความรู้สึกเคยชิน เรียนรู้จากข้อผิดพลาด เรียนรู้เทคนิคจากงานที่แปลไปเรื่อยๆ ก็จะทำให้แปลได้คล่องขึ้น แต่…เชื่อว่าเราเองก็ไม่ได้มีเวลาเยอะขนาดมาฝึกแปลกันทุกวันใช่ไหมละคะ

เคล็ดลับ ฝึกแปลภาษาอังกฤษ ให้อ่านเข้าใจ ไม่ผิดความหมาย

คราวนี้ทุกคนได้รู้ถึงสาเหตุเบื้องต้นกันแล้วว่า ทำไมเราถึงแปลภาษาอังกฤษได้ยากเย็นเหลือเกิน ทั้งๆ ที่มีความรู้ภาษาอังกฤษ แล้วทำอย่างไร เราถึงจะแปลภาษาอังกฤษได้ง่ายขึ้น และแปลได้อย่างถูกต้องด้วย วันนี้ ศูนย์แปลเอกสาร เฟิสท์ชอยซ์ทรานสเลชัน ขอมาแนะนำเคล็ดลับแปลภาษาอังกฤษให้เก่งและคล่องขึ้น จะมีเทคนิคอะไรบ้างนั้น ตามมาดูกันเลยค่ะ

ทบทวนไวยากรณ์ให้เป๊ะขึ้น

ความยากสุดของการแปลภาษาอังกฤษที่ใครต่อใครต่างออกปากก็คือเรื่อง “ไวยากรณ์” นั่นเอง เพราะภาษาอังกฤษมีลักษณะของไวยากรณ์ที่ต่างจากภาษาไทย หากอยากใช้ให้ถูกต้องก็ต้องหมั่นศึกษา และทบทวนความรู้ทางไวยากรณ์ให้บ่อยๆ เพื่อให้เราสามารถใช้ไวยากรณ์ได้อย่างถูกต้องและแม่นยำมากขึ้น หากเราแม่นในเรื่องไวยากรณ์แล้ว ก็จะช่วยให้เราเรียบเรียงประโยคได้ง่ายขึ้น มีความไหลลื่นทางภาษา และที่สำคัญแปลงานได้อย่างถูกต้องมากขึ้นด้วยค่ะ ใครอยากแปลภาษาอังกฤษให้คล่องๆ ก็ลองทบทวนอ่านไวยากรณ์อย่างสม่ำเสมอนนะคะ หรือหากไม่อยากแปลเอง ก็ใช้บริการแปลจาก ศูนย์แปลเอกสาร เฟิสท์ชอยซ์ทรานสเลชัน ได้เลย เพราะที่นี่มีนักแปลที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องภาษาและไวยากรณ์ที่เป๊ะมาก แปลงานได้อย่างถูกต้อง ไม่ผิดไวยากรณ์แน่นอนค่ะ 

อ่านหนังสือภาษาอังกฤษ

รู้ภาษาอังกฤษ ด้วยอ่านหนังสืออังกฤษ

หากคุณรู้สึกว่า การอ่านหนังสือไวยากรณ์นั้น มันช่างน่าเบื่อเสียเหลือเกิน มีแต่รูปประโยคเต็มไปหมด งั้น…ลองมาแบบความสนุกด้วยการหาหนังสือประเภทที่เราชอบมาอ่านค่ะ จะเป็นหนังสือแนวนวนิยาย เรื่องสั้น หรือแนวพัฒนาตัวเองก็ได้ค่ะ แต่ต้องเป็นหนังสือที่เขียนเป็น “ภาษาอังกฤษ” เท่านั้น คราวนี้เราก็จะเรียนรู้ภาษาอังกฤษได้จากหนังสือที่เราชอบ ได้เห็นการใช้ภาษาที่สละสลวยจากนักเขียนเจ้าของภาษา หรือถ้าอยากเพิ่มความเป๊ะไปอีก ก็ลองเล่นเกมสนุกๆ ด้วยการมองประโยคในหนังสือ แล้วลองคิดต่อไปว่า รูปประโยคที่เห็นตรงกับหลักไวยากรณ์ใดในภาษาอังกฤษ เพื่อให้เราเข้าเรื่องไวยากรณ์ได้มากยิ่งขึ้นนั่นเอง

ฝึกแปลจากประโยคสั้นๆ

ประโยคยาวๆ หลายๆ ประโยคนั้นเป็นประโยคที่ค่อนข้างซับซ้อนค่ะ อาจทำให้เกิดความผิดพลาดได้ง่าย และทำให้รู้สึกท้อได้  ดังนั้น ถ้าอยากแปลให้เป๊ะ ต้องเริ่มจากระดับพื้นฐานให้แน่นก่อน โดยใช้วิธีแปลจากประโยคสั้นๆ ให้ถูกต้องที่สุด และใช้ภาษาได้สละสลวยที่สุด พอเริ่มแปลประโยคสั้นๆ ได้คล่องแล้ว ก็เพิ่มระดับความยากเป็นระดับย่อหน้า ไปจนถึง 1 หน้า 2 หน้า เพิ่มจำนวนหน้าไปเรื่อยๆ ค่ะ

ฝึกตัด ต่อ เติม และเรียบเรียงประโยค

การแปลเก่งต้องรู้จักใช้ลูกเล่นทางภาษา ตัด ต่อ แต่ง เติม ให้ภาษาน่าอ่านมากขึ้น เราอาจจะนำประโยคสั้นๆ ที่เราแปลไว้ ลองมาดัดแปลงหรือเรียบเรียงประโยคอีกแบบหนึ่งที่ยังคงเค้าความหมายเดิม วิธีการนี้ก็จะช่วยเรื่องการฝึกภาษา ฝึกคิดใช้คำศัพท์ และรูปแบบประโยคที่หลากหลายค่ะ เป็นอีกหนึ่งเทคนิคที่จะช่วยแปลภาษาอังกฤษได้อย่างถูกต้องและสละสลวยมากขึ้น 

ให้ผู้รู้ช่วยตรวจทาน

รู้ภาษาอังกฤษ โดยการฝึกแปลภาษาอยู่บ่อยๆ

เชื่อว่าหลายคนคงสงสัยว่า ถ้าเราจะฝึกทักษะการแปลด้วยการฝึกแปล แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่า สิ่งที่เราแปลนั้น ถูกหรือผิดกันแน่ วิธีการเช็กความถูกต้องก็คือ ให้นำงานแปลของเราให้ผู้รู้หรือผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้ตรวจภาษาให้เราอีกทีค่ะ อาจจะเป็นอาจารย์ เพื่อนที่ทำงานด้านการแปล หรือหากเป็นเพื่อนชาวต่างชาติก็ยิ่งดีไปใหญ่เลยค่ะ การให้ผู้รู้ช่วยตรวจให้เรา ก็จะช่วยให้เรารู้ว่า สิ่งที่เราแปลนั้นถูกต้องแล้วหรือไม่ หรือถ้ามีจุดผิด ควรแก้อย่างไรให้ถูกต้อง และดีขึ้นกว่าเดิม ซึ่งจะช่วยพัฒนาฝีมือการแปลภาษาอังกฤษของเราไปอีกขั้น ด้วยคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญค่ะ

แปลภาษาอังกฤษ ไม่ยากอีกต่อไป ด้วยบริการจากศูนย์แปลเอกสารเฟิสท์ชอยซ์ทรานสเลชัน

กว่าจะแปลภาษาอังกฤษได้คล่องถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ และแปลภาษาอังกฤษให้ได้อย่างมืออาชีพนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลยค่ะ ต่อให้ทำตามเทคนิคการแปลแล้ว ก็ยังต้องอาศัยชั่วโมงและประสบการณ์ในการฝึกฝนอีกเยอะ ซึ่งจริงๆ แล้ว ก็มีวิธีการที่ง่ายกว่านั้น โดยที่คุณไม่ต้องลงมือแปลเองให้เหนื่อยและปวดหัวเลยค่ะ เพียงแค่ให้ ศูนย์แปลเอกสารเฟิสท์ชอยซ์ทรานสเลชัน แปลงานเอกสารเป็นภาษาอังกฤษให้คุณสิคะ คุณจะได้งานแปลมีคุณภาพ มีความถูกต้อง และแม่นยำ ไม่ผิดไวยากรณ์แน่นอน และยังช่วยให้คุณประหยัดเวลา ไม่ต้องแปลเองอีกด้วย


หากคุณกำลังมองหาศูนย์แปลภาษามีคุณภาพมาแปลงานให้คุณ ลองมาใช้บริการแปลกับศูนย์แปลเอกสารเฟิสท์ชอยซ์ทรานสเลชัน ได้เลยค่ะ เรารับแปลเอกสารมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเอกสารราชการ เอกสารการตลาด และแปลเอกสารอื่นๆ รวมถึงมีบริการรับรองภาษาให้อีกด้วย

ศูนย์แปลเอกสารเฟิสท์ชอยซ์ทรานสเลชัน เป็นศูนย์แปลภาษาที่เชื่อถือได้ คัดสรรนักแปลมืออาชีพ มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี มาแปลงานให้คุณ ทำให้ได้งานที่มีคุณภาพสูง ไม่ทำให้คุณผิดหวังอย่างแน่นอน


  • ศูนย์แปลเอกสารเฟิสท์ชอยซ์ทรานสเลชัน