สรุปสาระสำคัญของบทความ
- มาตรการเด็ดขาด: สหรัฐฯ สั่งระงับวีซ่าถาวร (Immigrant Visa) สำหรับพลเมือง 75 ประเทศ รวมถึงไทย เริ่ม 21 มกราคม 2569
- เหตุผลหลัก: เพื่อป้องกันผู้อพยพเข้ามาพึ่งพาสวัสดิการรัฐ (Public Charge) และปกป้องความมั่งคั่งของชาวอเมริกัน
- ผลกระทบ: ผู้ที่กำลังรอวีซ่าครอบครัวและวีซ่าลอตเตอรีจะได้รับผลกระทบมากที่สุด ส่วนวีซ่าท่องเที่ยวและนักเรียนยังดำเนินการได้แต่เข้มงวดขึ้น
- ทางออก: ผู้สมัครต้องเตรียมหลักฐานความพร้อมทางการเงินและการพึ่งพาตนเองให้แน่นหนากว่าที่เคยเป็นมา
คุณเคยรู้สึกเหมือนกำลังจะก้าวข้ามเส้นชัย แล้วอยู่ดีๆ เส้นชัยนั้นก็ถูกขยับออกไปไกลลิบไหมครับ? ข่าวใหญ่ที่ช็อกคนทั่วโลกและสั่นสะเทือนวงการผู้อพยพในสัปดาห์นี้ คือการที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ออกประกาศระงับการออกวีซ่าถาวร (Immigrant Visa) ให้กับพลเมืองจาก 75 ประเทศ ซึ่งมี “ประเทศไทย” รวมอยู่ในรายชื่อนั้นด้วย
เมื่อประตูสู่ “อเมริกันดรีม” ถูกปิดชั่วคราวสำหรับ 75 ประเทศ
คำถามที่ทุกคนสงสัยคือ “ทำไม?” และ “เราจะทำอย่างไรต่อ?” บทความนี้จะพาทุกคนไปเจาะลึกทุกซอกทุกมุมของประกาศฉบับนี้ ตั้งแต่เบื้องหลังแนวคิด “อเมริกันเฟิร์สต์” ไปจนถึงการเตรียมตัวรับมือสำหรับคนไทยที่ฝันอยากไปใช้ชีวิตที่นั่นครับ
อนาคตของการย้ายถิ่นฐานสู่สหรัฐฯ ในยุคเปลี่ยนผ่าน
1. ประกาศช็อกโลก! สหรัฐฯ สั่งระงับกรีนการ์ด 75 ประเทศรวมไทย
คำถาม: สหรัฐฯ ระงับวีซ่าถาวรของประเทศใดบ้างและเริ่มเมื่อไหร่? คำตอบ: สหรัฐฯ ประกาศระงับการออกวีซ่าถาวร (Immigrant Visa) ให้กับพลเมืองจาก 75 ประเทศทั่วโลก รวมถึงไทย ลาว เมียนมา และกัมพูชา โดยจะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 21 มกราคม 2569 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์ใหม่
1.1 สรุปสาระสำคัญของคำสั่งระงับวีซ่าถาวร 2569
ลองจินตนาการว่าคุณกำลังจองตั๋วเครื่องบินเที่ยวเดียวเพื่อไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ แต่แล้วสายการบินกลับประกาศหยุดบินกะทันหัน ประกาศจากกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ครั้งนี้มีน้ำหนักรุนแรงในระดับนั้นครับ โดยเนื้อหาสำคัญระบุชัดเจนว่า การตัดสินใจครั้งนี้มาจากการประเมินว่าผู้อพยพจาก 75 ประเทศเหล่านี้มีสถิติหรือแนวโน้มที่จะเข้ามาใช้สวัสดิการของรัฐมากเกินไป จนอาจส่งผลกระทบต่อความมั่งคั่งของพลเมืองอเมริกันเอง
1.2 วันเริ่มมีผลบังคับใช้: กาปฏิทินรอวันที่ 21 มกราคมนี้
ทำไมต้องวันที่ 21 มกราคม? นี่คือคำถามที่หลายคนสงสัย วันดังกล่าวถือเป็นวันเริ่มต้นการบริหารงานอย่างเต็มตัวหลังจากช่วงเปลี่ยนผ่านทางการเมือง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเด็ดขาดของรัฐบาลชุดนี้ในการบังคับใช้นโยบาย “American First” ทันทีที่เข้าสู่ตำแหน่ง ดังนั้น ใครที่มีนัดสัมภาษณ์หรือกำลังรอผลวีซ่าในช่วงคาบเกี่ยวนี้ จำเป็นต้องตรวจสอบสถานะอย่างใกล้ชิดครับ
2. ทำไมต้องเป็นตอนนี้? เบื้องลึกนโยบาย “อเมริกันเฟิร์สต์” ในปี 2026
คำถาม: เหตุผลหลักที่สหรัฐฯ ใช้ในการระงับวีซ่าครั้งนี้คืออะไร? คำตอบ: เหตุผลหลักคือเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้อพยพใหม่กลายเป็น “ภาระต่อรัฐ” (Public Charge) โดยเน้นย้ำว่าผู้ที่จะย้ายมาอยู่ถาวรต้องพึ่งพาตนเองทางการเงินได้ 100% และไม่เบียดบังงบประมาณสวัสดิการที่ควรจะเป็นของชาวอเมริกัน
2.1 การป้องกัน “ภาระต่อรัฐ” (Public Charge) คืออะไร?
คำว่า “Public Charge” ไม่ใช่คำใหม่ แต่นิยามในปี 2026 ถูกตีความให้เข้มข้นขึ้นครับ ในอดีตอาจหมายถึงคนที่พึ่งพาเงินช่วยเหลือจากรัฐเพียงอย่างเดียว แต่ในปัจจุบัน รัฐบาลสหรัฐฯ มองไกลไปถึงการเข้าถึงระบบสาธารณสุข การใช้คูปองอาหาร หรือแม้แต่การใช้สวัสดิการที่พักอาศัย หากคุณถูกประเมินว่ามีโอกาส “สูง” ที่จะใช้สิ่งเหล่านี้ในอนาคต ประตูวีซ่าก็อาจปิดลงทันที
2.2 ปรัชญาการพึ่งพาตนเองทางการเงินของผู้อพยพใหม่
รัฐบาลภายใต้การนำของประธานาธิบดีทรัมป์ (ตามประกาศที่อ้างถึง) ยึดถือปรัญชาที่ว่า “ผู้ที่จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของอเมริกา ต้องมาเพื่อสร้างความมั่งคั่ง ไม่ใช่มาเพื่อขอความช่วยเหลือ” นี่คือหัวใจสำคัญที่ทำให้เกิดการคัดกรองประเทศที่มีสถิติการใช้สวัสดิการสูง หรือประเทศที่ระบบเศรษฐกิจพื้นฐานอาจทำให้พลเมืองต้องพึ่งพารัฐเมื่อไปถึงที่นั่น
3. เจาะกลุ่ม 75 ประเทศที่ได้รับผลกระทบ: ใครบ้างที่อยู่ในโซนความเสี่ยงสูง?
คำถาม: ประเทศเพื่อนบ้านของไทยโดนด้วยหรือไม่? คำตอบ: ใช่ครับ ในกลุ่มอาเซียนมี 4 ประเทศที่ถูกระงับ ได้แก่ ไทย ลาว เมียนมา และกัมพูชา ขณะที่ทั่วโลกมีประเทศจากแอฟริกา เอเชีย และยุโรปตะวันออกรวมอยู่ด้วย
3.1 กลุ่มอาเซียน: เมื่อไทย ลาว เมียนมา กัมพูชา กอดคอโดนระงับ
น่าแปลกใจไม่น้อยที่ประเทศไทยถูกจัดอยู่ในกลุ่ม “ความเสี่ยงสูง” ร่วมกับเพื่อนบ้านอย่างลาว เมียนมา และกัมพูชา เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นว่าสหรัฐฯ ไม่ได้มองเพียงแค่ตัวเลขเศรษฐกิจมหาภาค แต่เขามองไปถึงพฤติกรรมการใช้ชีวิตและการขอรับสวัสดิการของพลเมืองแต่ละสัญชาติในสหรัฐฯ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
3.2 ทวีปแอฟริกาและเอเชีย: พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด
หากดูจากสัดส่วน 75 ประเทศ ทวีปแอฟริกาคือกลุ่มที่โดน “ไม้เรียว” ตีหนักที่สุด รองลงมาคือเอเชียและโอเชียเนีย ซึ่งเป็นภูมิภาคที่มีการเคลื่อนย้ายแรงงานและผู้อพยพเข้าสู่สหรัฐฯ เป็นจำนวนมากมาโดยตลอด
3.2.1 รายชื่อประเทศในเอเชียและโอเชียเนียที่ถูกระงับ
นอกจากกลุ่มอาเซียนแล้ว ประเทศอย่างบังกลาเทศ เนปาล ปากีสถาน อัฟกานิสถาน และอิหร่าน ก็รวมอยู่ในกลุ่มนี้ด้วย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นประเทศที่มีประเด็นเรื่องความมั่นคงหรือเศรษฐกิจที่เปราะบาง
3.2.2 รายชื่อประเทศในแอฟริกาที่เป็นเป้าหมายหลัก
รายชื่อยาวเหยียดตั้งแต่ไนจีเรีย อียิปต์ เอธิโอเปีย ไปจนถึงกานา สะท้อนถึงนโยบายที่ต้องการจำกัดจำนวนผู้อพยพจากทวีปนี้อย่างชัดเจน เพื่อลดภาระด้านงบประมาณที่ทางทำเนียบขาวกังวล
4. วิเคราะห์นิยาม “ภาระของรัฐ” (Public Charge) ในมุมมองใหม่ปี 2026
คำถาม: เกณฑ์การพิจารณาว่าเป็นภาระของรัฐดูจากอะไรบ้าง? คำตอบ: เจ้าหน้าที่จะดูจากระดับการศึกษา ทักษะการทำงาน ทรัพย์สินที่มีอยู่จริง และประวัติการทำงาน เพื่อประเมินว่าคุณจะสามารถอยู่รอดในสหรัฐฯ ได้โดยไม่ต้องใช้เงินจากภาษีของชาวอเมริกันหรือไม่
4.1 สวัสดิการแบบไหนที่สหรัฐฯ มองว่าเป็นการเบียดบังคนอเมริกัน?
ไม่ใช่แค่เงินสดจากรัฐ (Cash Assistance) อีกต่อไปครับ แต่รวมไปถึง:
- สวัสดิการรักษาพยาบาลฟรี (Medicaid) ในบางประเภท
- โครงการช่วยเหลือด้านอาหาร (SNAP)
- โครงการช่วยเหลือค่าเช่าบ้าน (Section 8) หากคุณไม่มีแผนประกันสุขภาพส่วนบุคคล หรือไม่มีเงินออมเพียงพอที่จะครอบคลุมค่าครองชีพในเมืองที่กำลังจะไปอยู่ คุณอาจถูกจัดอยู่ในกลุ่ม Public Charge ทันที
4.2 เกณฑ์การวัดความมั่งคั่งและความสามารถในการดูแลตัวเอง
เปรียบเสมือนการยื่นกู้ธนาคารที่ต้องมีหลักฐานชัดเจนครับ ในปี 2026 การมี “ผู้รับรอง” (Sponsor) เพียงอย่างเดียวอาจไม่พอ แต่ตัวผู้สมัครเองต้องแสดงให้เห็นถึง “ศักยภาพในการหาเงิน” ด้วย เช่น วุฒิการศึกษาที่ตลาดแรงงานสหรัฐฯ ต้องการ หรือความสามารถทางภาษาอังกฤษในระดับดีเยี่ยม
5. วีซ่าประเภทไหนที่ “ไปต่อไม่ได้” และประเภทไหนที่ “ยังไปได้”?
คำถาม: วีซ่าท่องเที่ยว (B1/B2) ยังขอได้อยู่ไหม? คำตอบ: วีซ่าท่องเที่ยว วีซ่านักเรียน และวีซ่าทำงานชั่วคราว “ยังไม่ถูกระงับ” ตามประกาศนี้ เนื่องจากไม่ใช่กลุ่มวีซ่าถาวร (Immigrant Visa) แต่เจ้าหน้าที่อาจจะมีความเข้มงวดในการตรวจเอกสารมากขึ้น
5.1 วีซ่าถาวร (Immigrant Visa) ที่ถูกระงับมีอะไรบ้าง?
กลุ่มที่ได้รับผลกระทบโดยตรงคือ:
- วีซ่าครอบครัว (Family-Based): พ่อแม่ พี่น้อง หรือลูกที่บรรลุนิติภาวะแล้วของพลเมืองอเมริกัน
- วีซ่าลอตเตอรี (Diversity Visa): การสุ่มแจกกรีนการ์ดประจำปี
- วีซ่าถาวรจากการจ้างงาน (Employment-Based): บางประเภทที่ไม่ได้มีความสำคัญเร่งด่วนระดับสูง
5.2 วีซ่าชั่วคราว (Non-Immigrant) ยังคงเปิดอยู่แต่…
แม้จะยังขอวีซ่าท่องเที่ยวหรือนักเรียนได้ตามปกติ แต่จำไว้ว่าเป้าหมายของรัฐบาลคือการคัดคน “อยู่ยาว” ดังนั้น หากเจ้าหน้าที่สงสัยว่าคุณจะใช้รีซ่าท่องเที่ยวเพื่อไปแอบอยู่ถาวร (Overstay) หรือไปเพื่อสมัครขอสวัสดิการ โอกาสถูกปฏิเสธก็จะสูงขึ้นกว่าแต่ก่อนมากครับ
6. ผลกระทบโดยตรงต่อคนไทย: จากครอบครัวสู่การทำงาน
คำถาม: คนไทยที่แต่งงานกับคนอเมริกันยังขอวีซ่าได้ไหม? คำตอบ: โดยปกติวีซ่าคู่สมรส (CR-1/IR-1) จะได้รับสิทธิพิเศษบางอย่าง แต่ภายใต้ประกาศนี้ หากผู้ยื่นขอไม่สามารถพิสูจน์ความพร้อมทางการเงินได้ ก็อาจติดร่างแหในการ “ทบทวนกฎเกณฑ์” ครั้งนี้ได้เช่นกัน
6.1 เคสการขอวีซ่าคู่สมรสและบุตร: ความหวังที่ต้องรอคอย
สำหรับใครที่กำลังดำเนินการขอวีซ่าให้คู่สมรสชาวไทย ข่าวนี้อาจทำให้หัวใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มครับ แม้ว่าความสัมพันธ์จะจริงแท้แค่ไหน แต่ถ้าฝ่ายที่อยู่สหรัฐฯ มีรายได้ไม่ถึงเกณฑ์ หรือฝ่ายคนไทยไม่มีประวัติการทำงานที่โดดเด่น ระยะเวลาในการรอคอยอาจถูกขยายออกไปอย่างไม่มีกำหนดจนกว่า “กระบวนการทบทวน” จะเสร็จสิ้น
6.2 ผู้สมัครที่อยู่ระหว่างกระบวนการสัมภาษณ์ควรทำอย่างไร?
หากคุณมีคิวนัดหลังวันที่ 21 มกราคม 2569 สิ่งแรกที่ต้องทำคือติดต่อทนายความด้านตรวจคนเข้าเมือง หรือติดตามอีเมลจากสถานทูตอย่างบ้าคลั่งครับ เพราะประกาศนี้ระบุว่าเป็นการ “ระงับการออกวีซ่า” ซึ่งหมายความว่าต่อให้คุณสัมภาษณ์ผ่าน แต่อำนาจในการเซ็นอนุมัติอาจถูกแช่แข็งไว้ก่อน
7. ทางออกและคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านตรวจคนเข้าเมือง
คำถาม: มีช่องทางไหนที่จะทำให้ขอวีซ่าผ่านในสถานการณ์นี้? คำตอบ: ทางออกที่ดีที่สุดคือการยกระดับสถานะทางการเงิน (Financial Profile) และการแสดงหลักฐานว่าคุณจะเข้าไป “สร้างมูลค่า” ให้กับสหรัฐฯ มากกว่าไปรับประโยชน์
7.1 การเตรียมหลักฐานทางการเงินให้แน่นกว่าเดิม
ลืมสมุดบัญชีที่มีเงินหมุนเวียนหลักแสนไปได้เลยครับ ในยุค 2026 คุณอาจต้องแสดงแผนประกันสุขภาพที่ครอบคลุมในสหรัฐฯ หลักฐานการจองงานล่วงหน้า หรือทรัพย์สินในไทยที่จะช่วยการันตีว่าคุณมีสายป่านที่ยาวพอจะพึ่งพาตัวเองได้ในช่วง 1-3 ปีแรก
7.2 การติดตามข่าวสารจากช่องทางทางการและการปรับแผนชีวิต
อย่าเพิ่งเชื่อข่าวลือในกลุ่มเฟซบุ๊กเพียงอย่างเดียวครับ ให้ยึดถือประกาศจาก travel.state.gov เป็นหลัก หากเป้าหมายของคุณคืออเมริกาจริงๆ และทางประตูหลักถูกปิดชั่วคราว การพิจารณาทางเลือกอื่น เช่น วีซ่าทำงานประเภทที่มีความต้องการสูง (High-skilled) หรือการไปเรียนต่อเพื่อสร้างเครือข่ายก่อน อาจเป็นแผนสำรองที่มีประสิทธิภาพ
บทสรุป: อนาคตของการย้ายถิ่นฐานสู่สหรัฐฯ ในยุคเปลี่ยนผ่าน
เรากำลังอยู่ในโลกที่การเคลื่อนย้ายพลเมืองไม่ได้เสรีเหมือนเดิมอีกต่อไป ประกาศระงับวีซ่าถาวร 75 ประเทศครั้งนี้เป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็งของนโยบายกีดกันทางการเงินที่เราจะพบเจอมากขึ้นในอนาคต
สำหรับคนไทย นี่ไม่ใช่จุดจบของความฝัน แต่อาจเป็นจุดที่ทำให้เราต้อง “ทำการบ้าน” ให้หนักขึ้น เตรียมความพร้อมให้มากกว่าเดิม เพื่อพิสูจน์ว่าคนไทยมีศักยภาพและพร้อมที่จะเข้าไปสร้างสีสันและความมั่งคั่งให้แก่อเมริกา โดยไม่เป็นภาระของใครครับ
คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
ไม่ครับ ประกาศนี้เน้นไปที่ “การออกวีซ่าใหม่” สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้รับวีซ่าถาวร ส่วนผู้ที่มีกรีนการ์ดอยู่แล้วยังคงมีสิทธิพำนักและเดินทางได้ตามปกติ แต่ควรระวังเรื่องการขอใช้สวัสดิการของรัฐที่อาจส่งผลต่อการต่ออายุกรีนการ์ดในอนาคต
ยังขอได้ครับ เนื่องจากเป็นวีซ่าชั่วคราว (Non-Immigrant Visa) อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่อาจเข้มงวดเรื่องการแสดงหลักฐานการเงินที่เพียงพอต่อค่าเล่าเรียนและค่าครองชีพมากขึ้นเป็นพิเศษ
ในประกาศไม่ได้ระบุวันที่สิ้นสุดชัดเจนครับ โดยใช้คำว่า “จนกว่าสหรัฐฯ จะมั่นใจได้ว่าผู้อพยพใหม่จะไม่เบียดบังความมั่งคั่ง” ซึ่งหมายความว่าอาจใช้เวลาหลายเดือนหรือเป็นปีจนกว่าจะมีการออกกฎระเบียบการคัดกรองใหม่สำเร็จ
หากคุณได้รับการอนุมัติและได้รับตราประทับวีซ่า “ก่อน” วันที่ 21 มกราคม คุณควรรีบเดินทางเข้าสหรัฐฯ ทันที เพราะหลังจากวันดังกล่าว เจ้าหน้าที่อาจมีคำสั่งระงับการเดินทางสำหรับผู้ที่ยังไม่ได้เดินทางเข้าประเทศ
คำสั่งนี้เป็นการตัดสินใจระดับนโยบายของรัฐบาลกลาง (Executive Action) ซึ่งการอุทธรณ์รายบุคคลทำได้ยากมาก ทางออกที่ทำได้คือการยื่นขอข้อยกเว้นในกรณีมนุษยธรรมเป็นรายเคสไป ซึ่งต้องปรึกษาทนายความผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น
References
- BBC News Thai: “กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ออกประกาศระงับการออกวีซ่าถาวรต่อพลเมือง 75 ประเทศ” (14 ม.ค. 2569)
- https://www.facebook.com/thestandardth
** ข้อมูลในบทความนี้อาจไม่เป็นปัจจุบัน หรือมีความคลาดเคลื่อนได้ โปรดตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมกับแหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพื่อความถูกต้อง**
บทความแนะนำ:
- ศูนย์แปลเอกสาร-รับแปลภาษา ใกล้คุณ
- ศูนย์บริการรับแปลสัญญา/ แปลเอกสารกฎหมาย
- บริษัทรับแปลเอกสารรับรองเอกสารกงสุล ใกล้คุณ
- ศูนย์บริการแปลเอกสารรับรองเอกสารโนตารี ใกล้คุณ
- รับแปลเอกสารทุกจังหวัด
อย่าปล่อยให้ “การแปลผิด” เป็นเหตุผลที่คุณไม่ได้ไปต่อ: มั่นใจทุกเอกสารยื่นวีซ่ากับ First Choice Translation
ในสถานการณ์ที่ระเบียบการขอวีซ่ามีความเข้มงวดสูงสุดและความไม่แน่นอนรออยู่ข้างหน้า “ความถูกต้องและแม่นยำของเอกสาร” คือสิ่งเดียวที่คุณสามารถควบคุมได้ 100% ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยในการแปลอาจหมายถึงการถูกปฏิเสธที่ต้องใช้เวลาแก้ใขยาวนาน หรืออาจทำให้เจ้าหน้าที่เกิดความสงสัยในคุณสมบัติของคุณได้
ที่ First Choice Translation เราไม่ใช่แค่บริษัทแปลเอกสาร แต่เราคือพาร์ทเนอร์ที่จะช่วยปิดช่องโหว่และเสริมความมั่นใจในการยื่นเอกสารของคุณให้สมบูรณ์แบบที่สุด

ทำไมต้องเลือกเราดูแลเอกสารสำคัญของคุณ?
- ความเชี่ยวชาญระดับสูง: เรามีทีมนักแปลผู้เชี่ยวชาญด้านเอกสารกฎหมายและเอกสารราชการโดยเฉพาะ เข้าใจศัพท์เทคนิคและบริบทที่สถานทูตต้องการ
- รับรองความถูกต้อง (Certified Translation): บริการแปลพร้อมประทับตรารับรองที่สามารถนำไปยื่นต่อสถานทูตสหรัฐฯ และหน่วยงานราชการได้ทันที
- ความแม่นยำคือหัวใจ: เรามีกระบวนการตรวจสอบหลายขั้นตอน (Proofreading) เพื่อให้มั่นใจว่าทุกตัวอักษร ทุกตัวเลข ถูกต้องตรงตามต้นฉบับไม่มีตกหล่น
- รวดเร็วและตรงเวลา: เราเข้าใจว่าเรื่องวีซ่ารอไม่ได้ เราพร้อมส่งมอบงานคุณภาพตามกำหนดการของคุณ
อย่าเสี่ยงกับอนาคตด้วยการแปลที่ไม่ได้มาตรฐาน ให้ First Choice Translation ดูแลงานเอกสาร เพื่อให้คุณมีเวลาเตรียมความพร้อมด้านอื่นๆ ได้อย่างเต็มที่
👉 ปรึกษาและประเมินราคาแปลเอกสารยื่นวีซ่าฟรีวันนี้! เพื่อให้ก้าวแรกสู่สหรัฐฯ ของคุณ มั่นคงที่สุด
ติดต่อศูนย์แปลเอกสารเฟิสท์ชอยซ์ทรานสเลชัน
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือขอรับบริการกับศูนย์แปลเอกสาร เฟิสท์ชอยซ์ทรานสเลชันได้แล้ววันนี้ที่
LINE OFFICIAL ACCOUNT: https://page.line.me/fc2009?openQrModal=true หรือ
สำนักงานใหญ่ สะพานควาย จตุจักร
อาคารภูมิเดชา ชั้น 4 ซอยประดิพัทธ์ 10 ถ.ประดิพัทธ์ เเขวง/เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400
โทร. 082-3256236 , 065-3958392
https://goo.gl/maps/zUrGGGGWSrtMvjDa7
ศูนย์แปลเอกสารสาขาภูเก็ต ถ.ปฏิพัทธ์ เมืองภูเก็ต
เลขที่ 7/4 ถ.ปฏิพัทธ์ ต.ตลาตเหนือ อ.เมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต 83000
โทร. 086-3669255
https://goo.gl/maps/s21JAisaAnRPvxtHA







