Summarize Post :
- เตรียมเอกสารให้ครบถ้วน: หัวใจสำคัญของการต่ออายุใบอนุญาตทำงาน MOU คือการเตรียมเอกสารให้ถูกต้องและครบถ้วนตามเช็คลิสต์ที่กรมการจัดหางานกำหนด
- ทำตามขั้นตอนและทันเวลา: กระบวนการมี 4 ขั้นตอนหลัก ตั้งแต่การยื่นเอกสารไปจนถึงการรับเล่ม ควรดำเนินการล่วงหน้าก่อนใบอนุญาตหมดอายุอย่างน้อย 30-45 วัน
- ตรวจสอบค่าใช้จ่ายและสถานที่: ทำความเข้าใจอัตราค่าธรรมเนียมที่ต้องชำระ และติดต่อสำนักงานจัดหางานในพื้นที่ที่สถานประกอบการตั้งอยู่เพื่อดำเนินการ
เสียงนาฬิกากำลังเดิน…ใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) ของน้องๆ แรงงานต่างด้าวคนสำคัญในทีมของคุณใกล้จะหมดอายุแล้วหรือยังครับ? ผมเข้าใจดีว่าเมื่อใกล้ถึงช่วงเวลานี้ คำถามและความกังวลต่างๆ คงจะผุดขึ้นมาในหัวของนายจ้างหลายๆ ท่านเต็มไปหมด “ต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง?” “ขั้นตอนยุ่งยากไหม?” “ต้องไปทำที่ไหน?” หรือ “ค่าใช้จ่ายทั้งหมดเท่าไหร่?”
ใจเย็นๆ ก่อนนะครับ! ไม่ต้องกังวลไป เพราะวันนี้ผมจะมาไขทุกข้อสงสัยและจะเปลี่ยนเรื่องที่ดูเหมือนจะซับซ้อนให้กลายเป็นเรื่องง่ายๆ เหมือนปอกกล้วยเข้าปากกันเลยทีเดียว บทความนี้คือคู่มือฉบับสมบูรณ์แบบจับมือทำ ที่จะพาคุณไปดูทุกขั้นตอนการต่ออายุใบอนุญาตทำงานของแรงงานต่างด้าวในระบบ MOU ประจำปี 2568 (อัปเดตล่าสุด) ตั้งแต่การเตรียมเอกสารไปจนถึงการรับเล่มใหม่ รับรองว่าอ่านจบแล้ว คุณจะสามารถดำเนินการทุกอย่างได้อย่างราบรื่นแน่นอนครับ!
เข้าใจกันก่อน: Work Permit ระบบ MOU คืออะไร? ทำไมต้องต่ออายุ?
ก่อนจะไปลุยกันเรื่องเอกสาร เรามาทำความเข้าใจกันสั้นๆ ก่อนนะครับ คำว่า “MOU” ย่อมาจาก Memorandum of Understanding หรือบันทึกความเข้าใจที่รัฐบาลไทยทำไว้กับประเทศเพื่อนบ้าน (เช่น เมียนมา ลาว กัมพูชา) เพื่อนำเข้าแรงงานต่างด้าวมาทำงานอย่างถูกกฎหมาย ซึ่งใบอนุญาตทำงานของแรงงานกลุ่มนี้จะมีวันหมดอายุที่ชัดเจน
แล้วทำไมต้องต่ออายุ? การต่ออายุใบอนุญาตทำงานก็เปรียบเสมือนการต่อลมหายใจให้พวกเขาสามารถทำงานในประเทศไทยต่อไปได้อย่างสบายใจและถูกกฎหมายครับ หากปล่อยให้ใบอนุญาตขาด ก็จะกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมายทันที ซึ่งจะส่งผลเสียร้ายแรงทั้งต่อนายจ้างและตัวลูกจ้างเอง ทั้งเสี่ยงต่อการถูกจับปรับและส่งกลับประเทศ ดังนั้น การดำเนินการให้ถูกต้องและตรงเวลาจึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดครับ
เจาะลึก 4 ขั้นตอนหลัก: เส้นทางสู่การต่ออายุ Work Permit ที่ราบรื่น
กระบวนการทั้งหมดอาจจะดูเหมือนมีหลายขั้นตอน แต่ถ้าเราแบ่งเป็นสเตจหลักๆ จะมีเพียง 4 ด่านเท่านั้นครับ เหมือนการวิ่งผลัด 4 ไม้ ถ้าเราเตรียมตัวส่งไม้แต่ละไม้ให้ดี ก็เข้าเส้นชัยได้ไม่ยาก
ด่านที่ 1: การเตรียมทัพและยื่นเอกสาร
นี่คือด่านที่สำคัญที่สุดครับ! เพราะการเตรียมเอกสารที่ครบถ้วนและถูกต้องคือหัวใจของความสำเร็จทั้งหมดในขั้นตอนนี้ คุณ (นายจ้าง) หรือผู้รับมอบอำนาจจะต้องรวบรวมเอกสารทั้งหมด (ซึ่งเราจะลงรายละเอียดกันในหัวข้อถัดไป) ไปยื่นที่สำนักงานจัดหางานตามพื้นที่ที่สถานประกอบการของคุณตั้งอยู่ พร้อมกับชำระ “ค่าคำขอ” 100 บาท เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบเอกสารทั้งหมด หากครบถ้วน ก็จะทำการนัดหมายวันที่ให้มารับใบอนุญาตทำงานครับ
ด่านที่ 2: ช่วงเวลาแห่งการรอคอย
หลังจากที่คุณยื่นเอกสารเรียบร้อยแล้ว ไม้ผลัดจะถูกส่งต่อไปอยู่ในมือของเจ้าหน้าที่ครับ ในขั้นตอนนี้ เจ้าหน้าที่จะทำการพิจารณาเอกสารทั้งหมดอย่างละเอียด อาจมีการส่งเรื่องไปตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมกับหน่วยงานอื่นๆ (ถ้ามี) ก่อนจะสรุปเรื่องและเสนอให้นายทะเบียนพิจารณาในลำดับต่อไป
ด่านที่ 3: การอนุมัติจากนายทะเบียน
เมื่อนายทะเบียนได้รับเรื่องแล้ว ก็จะทำการพิจารณาเป็นขั้นตอนสุดท้าย หากทุกอย่างถูกต้องตามระเบียบข้อบังคับ ก็จะทำการ “ลงนาม” อนุมัติการต่ออายุใบอนุญาตทำงาน ถือเป็นการจุดพลุฉลองว่าการต่ออายุครั้งนี้ผ่านฉลุยแล้ว!
ด่านที่ 4: เข้าเส้นชัย! ชำระเงินและรับเล่ม Work Permit
เมื่อถึงวันนัดหมาย คุณก็แค่เดินทางไปที่สำนักงานจัดหางานอีกครั้งเพื่อชำระ “ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตทำงาน” (ซึ่งอัตราจะแตกต่างกันไปตามระยะเวลา) และรับใบอนุญาตทำงานเล่มใหม่ที่ต่ออายุเรียบร้อยแล้วกลับบ้านได้เลย! เป็นอันเสร็จสิ้นภารกิจครับ
Checklist เอกสารสำคัญที่ต้องเตรียม: พลาดไม่ได้แม้แต่แผ่นเดียว!
มาถึงส่วนที่ทุกคนรอคอยและเป็นหัวใจของเรื่องทั้งหมดแล้วครับ ผมจะแบ่งเอกสารเป็นกลุ่มๆ เพื่อให้เข้าใจและจัดเตรียมได้ง่ายขึ้นนะครับ
กลุ่มที่ 1: เอกสารยืนยัน “ตัวตน” ของลูกจ้าง
เอกสารกลุ่มนี้เป็นของลูกจ้างแรงงานต่างด้าวโดยตรง เปรียบเสมือนบัตรประชาชนของพวกเขาเลยครับ
- ใบอนุญาตทำงานฉบับจริง (แบบ บต.30): เล่มสีน้ำเงินเล่มเดิมที่ใกล้จะหมดอายุนั่นแหละครับ ต้องนำตัวจริงมาด้วย
- หนังสือเดินทาง (Passport) หรือเอกสารใช้แทนฯ: ต้องเป็นเล่มล่าสุดที่ยังไม่หมดอายุ พร้อมถ่ายสำเนาหน้าแรกที่มีรูปถ่ายและข้อมูลส่วนตัว 1 ชุด
- หลักฐานการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร (VISA): สำเนาวีซ่าประเภท “NON-IMMIGRANT L-A” ที่ยังไม่หมดอายุ จำนวน 1 ชุด
VISA NON L-A คืออะไร? สำคัญแค่ไหน?
วีซ่าประเภทนี้เป็นวีซ่าสำหรับแรงงานที่เข้ามาทำงานตามระบบ MOU โดยเฉพาะ ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญว่าพวกเขาได้รับอนุญาตให้พำนักในประเทศไทยเพื่อการทำงาน ดังนั้น ตรวจสอบให้แน่ใจว่าวีซ่าของลูกจ้างยังไม่หมดอายุนะครับ!
กลุ่มที่ 2: เอกสาร “การจ้างงาน” จากฝั่งนายจ้าง
กลุ่มนี้เป็นเอกสารที่นายจ้างต้องเป็นผู้จัดเตรียม เพื่อยืนยันสถานะการเป็นนายจ้าง-ลูกจ้างที่ถูกต้อง
- คำขอต่ออายุใบอนุญาตทำงาน (แบบ บต.50): นี่คือแบบฟอร์มหลักในการยื่นเรื่อง สามารถดาวน์โหลดได้จากเว็บไซต์ของกรมการจัดหางาน กรอกข้อมูลให้ครบถ้วนและถูกต้อง
- หนังสือรับรองการจ้าง (แบบ บต. 46): แบบฟอร์มนี้เป็นการยืนยันจากนายจ้างว่ายังคงจ้างแรงงานคนนี้อยู่จริง
- สำเนาสัญญาจ้าง: สัญญาจ้างงานฉบับล่าสุดที่ทำระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง จำนวน 1 ชุด
เทคนิคเล็กน้อยในการกรอกเอกสาร
ตรวจสอบข้อมูลในแบบฟอร์ม บต.50 และ บต.46 ให้ตรงกับข้อมูลในพาสปอร์ตและใบอนุญาตทำงานเดิมทุกตัวอักษร โดยเฉพาะการสะกดชื่อ-นามสกุล และเลขที่เอกสารต่างๆ เพื่อป้องกันการถูกตีกลับให้ไปแก้ไขครับ
กลุ่มที่ 3: เอกสาร “สุขภาพและรูปถ่าย”
ส่วนสุดท้ายที่สำคัญไม่แพ้กัน คือการยืนยันว่าลูกจ้างมีสุขภาพแข็งแรงและพร้อมทำงาน
- รูปถ่ายหน้าตรง ขนาด 3×4 ซม.: จำนวน 2 รูป ต้องเป็นรูปถ่ายล่าสุดไม่เกิน 6 เดือน ไม่สวมหมวก ไม่สวมแว่นตาดำ พื้นหลังสุภาพ
- ใบรับรองแพทย์ (ไม่เกิน 6 เดือน): ต้องไปตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลและให้แพทย์ออกใบรับรองให้ว่า “ไม่เป็นบุคคลต้องห้ามตามกฎกระทรวงฯ”
- หลักฐานการแจ้งผลตรวจสุขภาพ (ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2563): นี่คือเอกสารสำคัญที่เพิ่มเติมเข้ามาครับ เป็นการยืนยันว่าลูกจ้างได้ผ่านการตรวจสุขภาพตามหลักเกณฑ์ของกระทรวงสาธารณสุขจริงๆ
ข้อควรจำ: อาจมีเอกสารอื่นๆ เพิ่มเติมได้ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ ดังนั้นควรเตรียมเอกสารสำคัญอื่นๆ ของบริษัทและลูกจ้างเผื่อไว้ด้วยก็จะดีมากครับ
ค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่ต้องรู้: วางแผนงบประมาณให้พร้อม
เรื่องเงินๆ ทองๆ เป็นเรื่องสำคัญครับ เรามาดูกันว่าค่าใช้จ่ายทั้งหมดมีอะไรบ้าง
- ค่าคำขอ: 100 บาท (ชำระในวันยื่นเอกสาร)
- ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตทำงาน: (ชำระในวันรับเล่ม)
- ต่ออายุไม่เกิน 3 เดือน: 225 บาท
- ต่ออายุเกิน 3 เดือน แต่ไม่เกิน 6 เดือน: 450 บาท
- ต่ออายุเกิน 6 เดือน แต่ไม่เกิน 1 ปี: 900 บาท
- หากต่ออายุเกิน 1 ปี จะมีการคิดค่าธรรมเนียมเพิ่มตามสัดส่วนครับ
ต้องไปยื่นเรื่องที่ไหน? ช่องทางการติดต่อ
คุณสามารถเดินทางไปยื่นเอกสารได้ที่:
- กรุงเทพมหานคร: สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 – 10 (ขึ้นอยู่กับว่าบริษัทของคุณตั้งอยู่ในเขตไหน)
- ต่างจังหวัด: สำนักงานจัดหางานจังหวัด ของจังหวัดนั้นๆ
เวลาทำการ: วันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 08:30 – 16:30 น. (หยุดวันหยุดราชการและมีพักเที่ยง)
หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมหรือต้องการร้องเรียน สามารถติดต่อได้ที่:
- ที่อยู่: สำนักบริหารแรงงานต่างด้าว กรมการจัดหางาน ถ.มิตรไมตรี ดินแดง กรุงเทพฯ
- โทรศัพท์: 0-2248-7202
- สายด่วนกรมการจัดหางาน: 1506 กด 2
- เว็บไซต์: www.doe.go.th
บทสรุป: เตรียมตัวดี มีชัยไปกว่าครึ่ง
การต่ออายุใบอนุญาตทำงาน MOU อาจจะดูเหมือนมีรายละเอียดเยอะ แต่ถ้าเราทำความเข้าใจและเตรียมเอกสารให้พร้อมตั้งแต่เนิ่นๆ มันก็ไม่ใช่เรื่องยากเลยครับ หัวใจสำคัญคือ “ความถูกต้องของเอกสาร” และ “การดำเนินการตามกำหนดเวลา” อย่ารอจนใกล้หมดอายุแล้วค่อยมาเร่งทำนะครับ เพราะอาจจะไม่ทันการณ์ได้
การดูแลให้ลูกจ้างของเรามีเอกสารที่ถูกต้องครบถ้วน ไม่เพียงแต่จะทำให้พวกเขาทำงานได้อย่างสบายใจ แต่ยังเป็นการปกป้องธุรกิจของคุณจากความเสี่ยงทางกฎหมายอีกด้วย ลงทุนลงแรงเตรียมตัวให้ดีสักนิด เพื่อความราบรื่นในระยะยาว คุ้มค่าแน่นอนครับ!
คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
- ควรเริ่มดำเนินการต่ออายุใบอนุญาตทำงานก่อนหมดอายุกี่วัน? ตอบ: ควรเริ่มเตรียมเอกสารและยื่นเรื่องล่วงหน้าอย่างน้อย 30-45 วันก่อนใบอนุญาตจะหมดอายุ เพื่อให้มีเวลาเพียงพอสำหรับกระบวนการพิจารณาและป้องกันปัญหาที่ไม่คาดคิดครับ
- หากใบอนุญาตทำงานหมดอายุไปแล้ว สามารถต่ออายุได้หรือไม่? ตอบ: ไม่สามารถต่ออายุได้ครับ หากหมดอายุแล้วจะต้องเข้าสู่กระบวนการนำเข้าตามระบบ MOU ใหม่ทั้งหมด ซึ่งมีความซับซ้อนและใช้เวลานานกว่ามาก ดังนั้นการต่ออายุให้ทันเวลาจึงสำคัญที่สุด
- นายจ้างสามารถมอบอำนาจให้ผู้อื่นไปดำเนินการแทนได้หรือไม่? ตอบ: ได้ครับ นายจ้างสามารถทำหนังสือมอบอำนาจ (ติดอากรแสตมป์ให้เรียบร้อย) พร้อมแนบสำเนาบัตรประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ ให้บุคคลอื่นไปดำเนินการยื่นเอกสารแทนได้
- กรณีลูกจ้างเปลี่ยนนายจ้างใหม่ ต้องใช้เอกสารอะไรเพิ่มเติม? ตอบ: กรณีเปลี่ยนนายจ้างจะมีขั้นตอนและเอกสารเพิ่มเติมที่เรียกว่า “การแจ้งเข้าทำงาน” ซึ่งต้องทำก่อนการยื่นขอต่ออายุใบอนุญาตทำงานครับ แนะนำให้ติดต่อสำนักงานจัดหางานโดยตรงเพื่อขอข้อมูลสำหรับกรณีนี้โดยเฉพาะ
- จำเป็นต้องพาลูกจ้าง (แรงงานต่างด้าว) ไปยื่นเอกสารด้วยตนเองหรือไม่? ตอบ: ในขั้นตอนการยื่นเอกสาร ส่วนใหญ่นายจ้างหรือผู้รับมอบอำนาจสามารถไปดำเนินการได้เลยโดยไม่ต้องพาลูกจ้างไป แต่ในวันรับเล่มใบอนุญาตทำงาน เจ้าหน้าที่อาจขอให้ลูกจ้างมาแสดงตนเพื่อตรวจสอบข้อมูล ดังนั้นควรสอบถามเจ้าหน้าที่ในวันยื่นเอกสารให้ชัดเจนครับ
แหล่งอ้างอิง (References):
- กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน (Department of Employment, Ministry of Labour): https://www.doe.go.th/ และ การต่อใบอนุญาตทำงานของต่างด้าว
** ข้อมูลในบทความนี้อาจไม่เป็นปัจจุบัน หรือมีความคลาดเคลื่อนได้ โปรดตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมกับแหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพื่อความถูกต้อง**
บทความแนะนำ:
- ศูนย์แปลเอกสาร-รับแปลภาษา ใกล้คุณ
- ศูนย์บริการรับแปลสัญญา/ แปลเอกสารกฎหมาย
- บริษัทรับแปลเอกสารรับรองเอกสารกงสุล ใกล้คุณ
- ศูนย์บริการแปลเอกสารรับรองเอกสารโนตารี ใกล้คุณ
- รับแปลเอกสารทุกจังหวัด
ทำไมต้องใช้บริการแปลใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) กับเรา First Choice Translation?
เราเข้าใจดีว่า ใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) ไม่ใช่แค่กระดาษแผ่นเดียว แต่มันคือ “กุญแจสำคัญ” ที่จะเปิดประตูสู่โอกาสในอนาคตของคุณ ไม่ว่าจะเป็นการยื่นขอวีซ่าเพื่อเดินทาง, การสมัครเรียนต่อ, การทำธุรกรรมทางการเงิน, หรือแม้กระทั่งการยื่นขอถิ่นที่อยู่ถาวรในต่างประเทศ
ดังนั้น การแปลเอกสารสำคัญฉบับนี้จึงไม่ใช่แค่การเปลี่ยนคำจากไทยเป็นอังกฤษ แต่คือ “การสร้างเอกสารที่น่าเชื่อถือและได้รับการยอมรับในระดับสากล”
1. การันตีความแม่นยำ 100% ทุกตัวอักษรและตัวเลข หัวใจของการแปลเอกสารราชการคือ “ความถูกต้องที่ห้ามผิดพลาด”
- ข้อมูลส่วนบุคคล: ชื่อ-นามสกุล, เลขที่หนังสือเดินทาง, วันเดือนปีเกิด
- ข้อมูลนายจ้าง: ชื่อบริษัท, ที่อยู่, เลขทะเบียนนิติบุคคล
- ข้อมูลใบอนุญาต: เลขที่ใบอนุญาต, ตำแหน่งงาน, วันที่ออกบัตร/วันหมดอายุ ข้อมูลเหล่านี้หากผิดพลาดแม้แต่ตัวเดียว อาจส่งผลให้เอกสารของคุณถูกปฏิเสธทันที! ทีมงานของเรามีกระบวนการตรวจสอบซ้ำ (Double-Check) เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลสำคัญทุกจุดถูกต้องสมบูรณ์ 100%
2. ความเชี่ยวชาญในศัพท์เฉพาะและรูปแบบเอกสารราชการ เราไม่ได้แค่แปลคำ แต่เรารู้ว่าแต่ละช่องในใบอนุญาตทำงานหมายถึงอะไร และควรใช้คำศัพท์ภาษาอังกฤษที่เป็นทางการและได้รับการยอมรับในระดับสากลอย่างไร เช่น ตำแหน่งงาน (Position), ประเภทกิจการ (Type of Business), ที่ตั้งสถานประกอบการ (Place of Business) การจัดวางรูปแบบคำแปลของเราจะสอดคล้องกับต้นฉบับ ทำให้เจ้าหน้าที่สถานทูตหรือหน่วยงานต่างประเทศเข้าใจเอกสารของคุณได้ง่ายและรวดเร็ว
3. บริการรับรองคำแปลครบวงจร (One-Stop Certification Service) การแปลเอกสารเพื่อยื่นหน่วยงานต่างประเทศ มักต้องการ “การรับรองคำแปล” เสมอ
- รับรองโดยบริษัท (Company Certification): เรามีบริการประทับตรารับรองคำแปลจากบริษัท ซึ่งสามารถใช้ยื่นกับหน่วยงานส่วนใหญ่ได้
- ให้คำแนะนำเพื่อรับรองกงสุล: หากคุณต้องนำเอกสารไปใช้ในราชการสำคัญที่ต้องการการรับรองจากกระทรวงการต่างประเทศ (รับรองกงสุล) เราสามารถให้คำแนะนำในขั้นตอนต่างๆ เพื่อให้คุณเตรียมเอกสารได้อย่างถูกต้อง
4. รวดเร็ว ตรงต่อเวลา และรักษาความลับสูงสุด เราเข้าใจว่าการยื่นเอกสารมักมีกำหนดเวลาที่จำกัด เราจึงมุ่งมั่นส่งมอบงานแปลคุณภาพสูงให้คุณตามกำหนดนัดหมายเสมอ พร้อมกันนี้ ข้อมูลส่วนบุคคลทั้งหมดของคุณในใบอนุญาตทำงานจะถูกเก็บรักษาเป็นความลับอย่างเข้มงวดที่สุด
การเลือก First Choice Translation แปลใบอนุญาตทำงานของคุณ ก็เหมือนกับการมีผู้เชี่ยวชาญที่ไว้ใจได้มาช่วยตรวจสอบและรับรองเอกสารสำคัญ ก่อนที่คุณจะนำไปใช้ตัดสินอนาคต
อย่าเสี่ยงกับคำแปลราคาถูกที่อาจทำให้คุณพลาดโอกาสสำคัญ…ให้เราดูแลเอกสารของคุณด้วยมาตรฐานความเป็นมืออาชีพสูงสุดครับ
ติดต่อศูนย์แปลเอกสารเฟิสท์ชอยซ์ทรานสเลชัน
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือขอรับบริการกับศูนย์แปลเอกสาร เฟิสท์ชอยซ์ทรานสเลชันได้แล้ววันนี้ที่
LINE OFFICIAL ACCOUNT: https://page.line.me/fc2009?openQrModal=true หรือ
สำนักงานใหญ่ สะพานควาย จตุจักร
อาคารภูมิเดชา ชั้น 4 ซอยประดิพัทธ์ 10 ถ.ประดิพัทธ์ เเขวง/เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400
โทร. 082-3256236 , 065-3958392
https://goo.gl/maps/zUrGGGGWSrtMvjDa7
ศูนย์แปลเอกสารสาขาภูเก็ต ถ.ปฏิพัทธ์ เมืองภูเก็ต
เลขที่ 7/4 ถ.ปฏิพัทธ์ ต.ตลาตเหนือ อ.เมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต 83000
โทร. 086-3669255
https://goo.gl/maps/s21JAisaAnRPvxtHA






