รับรองเอกสาร กงสุล ไปรษณีย์ ไม่ต้องมาด้วยตัวเอง

รับรองเอกสาร กงสุล ไปรษณีย์ ไม่ต้องมาด้วยตัวเอง

เคยไหมครับที่ต้องเสียเวลาเดินทางไปยื่นเรื่องรับรองเอกสารที่กรมการกงสุล ทั้งรถติด ทั้งรอคิว หรือบางทีก็ไม่สะดวกจริงๆ เพราะติดภารกิจอื่น? ไม่ต้องกังวลอีกต่อไปแล้วครับ! ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2566 เป็นต้นมา กระทรวงการต่างประเทศได้เปิดให้บริการ “บริการรับรองเอกสารทางไปรษณีย์” เพื่ออำนวยความสะดวกให้พวกเราทุกคน ไม่ว่าคุณจะอยู่ต่างจังหวัด หรือไม่สะดวกเดินทางไปเอง บริการนี้คือคำตอบ! มาดูกันครับว่าบริการนี้ดียังไง มีขั้นตอนอะไรบ้าง และทำไมคุณถึงควรลองใช้บริการนี้ดูสักครั้ง


Table of Contents

ทำความรู้จักกับบริการสุดล้ำนี้

บริการรับรองเอกสารทางไปรษณีย์เป็นการปรับปรุงครั้งสำคัญที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่เร่งรีบในปัจจุบันได้อย่างลงตัว ลองนึกภาพดูสิครับว่าเราสามารถดำเนินการรับรองเอกสารสำคัญได้โดยไม่ต้องก้าวออกจากบ้านเลย มันวิเศษแค่ไหนกัน?

บริการรับรองเอกสารทางไปรษณีย์คืออะไร?

พูดง่ายๆ ก็คือ บริการนี้ช่วยให้คุณสามารถส่งเอกสารที่ต้องการรับรองไปยังกรมการกงสุลผ่านทางไปรษณีย์ได้โดยตรง ไม่ต้องไปยื่นด้วยตัวเองที่สำนักงาน โดยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการตรวจสอบและรับรองให้ จากนั้นจะจัดส่งเอกสารคืนกลับมาให้คุณทางไปรษณีย์เช่นกันครับ

สะดวก ปลอดภัย ไม่ต้องเดินทาง

นี่คือจุดเด่นที่สำคัญที่สุดของบริการนี้เลยครับ คุณประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปได้มาก แถมยังลดความเสี่ยงในการสัมผัสเชื้อโรคในช่วงเวลาที่จำเป็นต้องรักษาระยะห่างอีกด้วย การดำเนินการทั้งหมดจะทำผ่านระบบไปรษณีย์ที่มีมาตรฐาน ทำให้มั่นใจได้ในความปลอดภัยของเอกสารของคุณครับ

ใครบ้างที่เหมาะกับบริการนี้?

บริการนี้ถูกออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของทุกคน ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร หรือทำอาชีพอะไร คุณก็สามารถใช้บริการนี้ได้

บุคคลทั่วไปที่มีเวลาน้อย

สำหรับคนทำงาน นักเรียน นักศึกษา หรือแม้แต่คุณพ่อคุณแม่ที่ต้องดูแลบุตรหลาน การปลีกเวลามาทำธุระราชการอาจเป็นเรื่องที่ยากลำบาก บริการนี้ช่วยให้คุณจัดการเอกสารสำคัญได้โดยไม่กระทบกับตารางเวลาส่วนตัวเลยครับ

บริษัทที่ต้องการความรวดเร็ว

ในโลกธุรกิจ ความรวดเร็วคือสิ่งสำคัญ การรับรองเอกสารเพื่อใช้ในกิจการต่างๆ เช่น การจดทะเบียนบริษัท การทำสัญญา หรือการติดต่อกับคู่ค้าต่างประเทศ สามารถทำได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดขั้นตอนที่ยุ่งยากและประหยัดเวลาอันมีค่าขององค์กรไปได้เยอะเลยครับ

ชาวต่างชาติในประเทศไทย

ชาวต่างชาติที่พำนักอยู่ในประเทศไทยและต้องการรับรองเอกสารเพื่อใช้ในประเทศของตน หรือเพื่อดำเนินการเกี่ยวกับเอกสารราชการต่างๆ ก็สามารถใช้บริการนี้ได้อย่างสะดวกสบาย ไม่ต้องกังวลเรื่องอุปสรรคทางภาษาหรือการเดินทางที่ไม่คุ้นเคยครับ

ผู้ที่อยู่ต่างจังหวัด

นี่คือกลุ่มที่ได้รับประโยชน์มากที่สุดกลุ่มหนึ่งเลยก็ว่าได้ครับ การเดินทางจากต่างจังหวัดเข้ามาในกรุงเทพฯ เพื่อยื่นเอกสารไม่ใช่เรื่องง่ายเลย บริการนี้ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและเวลาในการเดินทางลงได้อย่างมหาศาล ทำให้ทุกคนสามารถเข้าถึงบริการรับรองเอกสารได้อย่างเท่าเทียมกันครับ


ขั้นตอนง่ายๆ สู่การรับรองเอกสารแบบไร้รอยต่อ

เอาล่ะครับ! เมื่อเรารู้แล้วว่าบริการนี้ดีและเหมาะกับใครบ้าง เรามาเจาะลึกถึงขั้นตอนการดำเนินการกันดีกว่า รับรองว่าไม่ซับซ้อนอย่างที่คิดครับ แค่เตรียมเอกสารให้พร้อมและทำตามขั้นตอนง่ายๆ นี้เท่านั้นเอง

เตรียมเอกสารให้พร้อม: หัวใจสำคัญของความราบรื่น

การเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนและถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพราะจะช่วยให้กระบวนการทั้งหมดรวดเร็วและไม่มีสะดุด เหมือนกับการเตรียมวัตถุดิบให้พร้อมก่อนทำอาหารนั่นแหละครับ!

คำร้องและหนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)

สิ่งแรกที่คุณต้องเตรียมคือ คำร้องขอรับรองเอกสาร ครับ ถ้าคุณไม่ได้ไปยื่นด้วยตัวเอง และมีคนอื่นยื่นแทน ก็ต้องมี หนังสือมอบอำนาจ ด้วยนะครับ

ดาวน์โหลดแบบฟอร์มได้ที่ไหน?

คุณสามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มคำร้องและหนังสือมอบอำนาจได้จากเว็บไซต์ของกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศได้เลยครับ สะดวกมากๆ ไม่ต้องไปหาที่ไหนไกล หรือจะติดต่อสอบถามจากช่องทางที่ให้ไว้ด้านล่างก็ได้ครับ

เอกสารแสดงตน: ของคุณและของผู้มอบอำนาจ

ถัดมาก็คือเอกสารยืนยันตัวตนของเราครับ และถ้ามีการมอบอำนาจ ก็ต้องมีเอกสารยืนยันตัวตนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจด้วยนะครับ

บัตรประชาชนหรือพาสปอร์ต

สำหรับคนไทย ใช้ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน ครับ ส่วนชาวต่างชาติ ใช้ สำเนาหน้าหนังสือเดินทาง และที่สำคัญ! สำหรับชาวต่างชาติที่มอบอำนาจหรือรับมอบอำนาจ ต้องมี สำเนาหน้าวีซ่าขาเข้าประเทศไทยล่าสุด ด้วยนะครับ อย่าลืมตรวจสอบให้แน่ใจว่าเอกสารเหล่านี้ยังไม่หมดอายุนะครับ

หนังสือรับรองบริษัท (สำหรับนิติบุคคล)

ถ้าคุณยื่นเอกสารในนามบริษัท ก็ต้องมี สำเนาหนังสือรับรองบริษัท ด้วยนะครับ เพื่อยืนยันตัวตนของนิติบุคคลว่ามีอยู่จริงและดำเนินการได้ตามกฎหมาย

ความสำคัญของการเตรียมให้ครบถ้วน

การเตรียมเอกสารทั้งหมดให้ครบถ้วนตามรายการที่ระบุไว้เป็นสิ่งสำคัญมากครับ เพราะถ้าขาดเอกสารชิ้นใดไป ก็อาจทำให้การดำเนินการล่าช้าออกไป หรือบางทีอาจถูกตีกลับให้แก้ไข ซึ่งเสียเวลาทั้งสองฝ่ายเลยนะครับ

เอกสารต้นฉบับและคำแปล: สิ่งที่คุณต้องรู้

เมื่อเตรียมเอกสารส่วนตัวเรียบร้อยแล้ว ก็มาถึงเอกสารหลักที่คุณต้องการรับรองกันบ้างครับ

หลักฐานตัวจริงพร้อมสำเนา

คุณต้องส่ง เอกสารที่จะรับรองฉบับจริง พร้อมกับ สำเนา ของเอกสารนั้นๆ ไปด้วยนะครับ เพราะเจ้าหน้าที่จะต้องตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารต้นฉบับก่อนการรับรอง

การรับรองคำแปลที่ถูกต้อง

หากเอกสารของคุณเป็นภาษาไทยและต้องการรับรองเพื่อนำไปใช้ในต่างประเทศ หรือเป็นภาษาอังกฤษและต้องการใช้ในประเทศไทย แล้วมีการแปลเอกสารนั้นๆ คุณต้องแนบ คำแปลภาษาอังกฤษ หรือ คำแปลภาษาไทย มาด้วย และที่สำคัญ! ผู้แปลจะต้องลงนามรับรองคำแปลถูกต้อง ด้วยนะครับ โดยระบุว่า “รับรองคำแปลถูกต้อง” สำหรับการแปลจากภาษาอังกฤษเป็นไทย หรือ “Certified Correct Translation” สำหรับการแปลจากภาษาไทยเป็นอังกฤษ

ค่าธรรมเนียมและการชำระเงิน: เคล็ดลับที่ไม่ควรมองข้าม

เรื่องค่าใช้จ่ายก็เป็นอีกจุดที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษนะครับ เพราะมีรายละเอียดที่เฉพาะเจาะจงพอสมควร

ธนาณัติ: ช่องทางเดียวที่รับ

ข้อนี้สำคัญมากครับ! การชำระค่าธรรมเนียมการรับรองเอกสาร จะต้องทำในรูปแบบของ “ธนาณัติ” เท่านั้น ครับ ทางกรมการกงสุลจะไม่รับพิจารณาการชำระเงินในรูปแบบอื่นเลย เพราะฉะนั้น ไปที่ไปรษณีย์และซื้อธนาณัติให้เรียบร้อยนะครับ

คำนวณค่าธรรมเนียมอย่างไร?

ค่าธรรมเนียมอยู่ที่ นิติกรณ์ละ 200 บาท ครับ ซึ่งหมายถึงเอกสารแต่ละชุดที่คุณต้องการรับรอง ไม่ว่าจะเป็นเอกสารต้นฉบับ หรือเอกสารแปลก็ตาม ให้คุณคำนวณจำนวนเงินให้ถูกต้องตามจำนวนเอกสารที่คุณต้องการรับรองทั้งหมดนะครับ และที่สำคัญ สั่งจ่ายในนาม “นางสาวปาณิสรา โภคิณพาณิชย์” ณ ปณ. หลักสี่ 10210

ซองจดหมายติดแสตมป์สำหรับส่งคืน

นอกจากค่าธรรมเนียมแล้ว คุณต้อง แนบซองเอกสารสำหรับส่งเอกสารกลับคืน มาด้วยนะครับ โดย จ่าหน้าซองถึงตัวคุณเอง (เจ้าของเอกสาร) พร้อมกับ ชำระค่าบริการส่งกลับ EMS ให้เรียบร้อยโดยการติดแสตมป์ไปรษณีย์ คำนวณน้ำหนักให้ดีนะครับ จะได้ไม่ติดขัดตอนส่งคืน

ข้อควรระวังในการชำระเงิน

ย้ำอีกครั้งนะครับว่าต้องเป็นธนาณัติเท่านั้น และต้องสั่งจ่ายให้ถูกชื่อและถูกที่ทำการไปรษณีย์ปลายทางนะครับ เพื่อป้องกันความผิดพลาดและล่าช้าในการดำเนินการ


การจัดส่งเอกสารและช่องทางการติดต่อ

เมื่อเอกสารทั้งหมดพร้อม และค่าธรรมเนียมก็เรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาจัดส่งเอกสารกันแล้วครับ

ส่งเอกสารไปที่ไหน?

คุณจะต้องรวบรวมเอกสารทั้งหมดที่เตรียมไว้ใส่ซองจดหมายและจัดส่งมาที่:

คุณปาณิสรา โภคิณพาณิชย์ กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ เลขที่ 123 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

ที่อยู่สำหรับจัดส่งที่ถูกต้อง

ตรวจสอบที่อยู่ให้ถูกต้องทุกตัวอักษรนะครับ เพื่อให้มั่นใจว่าเอกสารของคุณจะส่งถึงปลายทางโดยไม่ตกหล่น

คุณปาณิสรา โภคิณพาณิชย์: ผู้ดูแลการบริการ

โปรดระบุชื่อผู้รับตามที่ระบุไว้ให้ถูกต้องนะครับ เพื่อให้เอกสารของคุณได้รับการจัดการโดยเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบโดยตรง

อยากสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม? ติดต่อได้ที่นี่!

หากคุณมีข้อสงสัยหรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการนี้ ไม่ต้องลังเลที่จะติดต่อเจ้าหน้าที่นะครับ

เบอร์โทรศัพท์สำหรับสอบถาม

คุณสามารถโทรศัพท์สอบถามได้ที่ 02-203-5000 ต่อ 33212 หรือเบอร์มือถือ 091-9643458 ครับ เจ้าหน้าที่จะคอยให้คำแนะนำและตอบข้อสงสัยของคุณ

อีเมล: ช่องทางด่วนสำหรับคำถาม

อีกช่องทางที่สะดวกไม่แพ้กันคือการส่งอีเมลครับ คุณสามารถส่งคำถามไปที่ legalization.postservice@gmail.com ได้เลย เจ้าหน้าที่จะตอบกลับโดยเร็วที่สุดครับ

เตรียมข้อมูลอะไรก่อนติดต่อ?

เพื่อความรวดเร็วในการให้บริการ เมื่อติดต่อสอบถามผ่านช่องทางใดก็ตาม ควรเตรียมข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับเอกสารที่คุณต้องการรับรองไว้ให้พร้อม เช่น ประเภทเอกสาร จำนวนเอกสาร หรือปัญหาที่คุณกำลังเผชิญอยู่ครับ


ติดตามสถานะเอกสารของคุณ: ทำได้ง่ายๆ แค่ปลายนิ้ว

หลังจากที่คุณส่งเอกสารไปแล้ว หลายคนอาจจะกังวลว่าเอกสารไปถึงไหนแล้ว ได้รับการดำเนินการหรือยัง ไม่ต้องห่วงเลยครับ เพราะมีระบบให้คุณสามารถติดตามสถานะได้ง่ายๆ เลย

ระบบติดตามออนไลน์: หมดห่วงเรื่องเอกสารหาย

กรมการกงสุลมีระบบติดตามสถานะการรับรองนิติกรณ์เอกสารที่ทันสมัยมากๆ ครับ คุณสามารถตรวจสอบได้ตลอดเวลา หมดกังวลเรื่องเอกสารตกหล่นหรือหายไปได้เลย

สแกน QR Code หรือกรอกเลขบัตร

บนใบเสร็จรับเงินที่คุณได้รับ จะมี QR Code ให้คุณสามารถสแกนเพื่อติดตามสถานะได้ทันที หรือจะ กรอกเลขบัตรประจำตัวประชาชน ของผู้ยื่นเอกสาร (สำหรับคนไทย) หรือ เลขพาสปอร์ต (สำหรับชาวต่างชาติ) เพื่อตรวจสอบสถานะการดำเนินการก็ได้เช่นกันครับ

เว็บไซต์ https://legal.consular.go.th/

ช่องทางหลักในการติดตามสถานะคือเว็บไซต์ https://legal.consular.go.th/ ครับ เข้าไปที่เว็บไซต์นี้แล้วทำตามขั้นตอนที่ระบุไว้ คุณก็จะสามารถทราบความคืบหน้าของเอกสารได้ทันทีครับ สะดวกสบายมากๆ


สรุป: ความสะดวกสบายที่กระทรวงการต่างประเทศมอบให้

บริการรับรองเอกสารทางไปรษณีย์เป็นก้าวสำคัญที่กระทรวงการต่างประเทศมอบให้แก่ประชาชนเพื่ออำนวยความสะดวกสบายในยุคดิจิทัลอย่างแท้จริง ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน หรือมีข้อจำกัดในการเดินทางอย่างไร บริการนี้ก็ช่วยให้คุณสามารถดำเนินการรับรองเอกสารสำคัญได้อย่างราบรื่น ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ ประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย ทำให้ชีวิตของคุณง่ายขึ้นเยอะเลยใช่ไหมครับ? อย่าลืมเตรียมเอกสารให้ครบถ้วน ชำระค่าธรรมเนียมให้ถูกต้อง และใช้ช่องทางการติดต่อและติดตามสถานะที่กรมการกงสุลจัดเตรียมไว้ให้ แล้วคุณจะพบว่าการรับรองเอกสารไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอีกต่อไปครับ


คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

  1. Q: บริการรับรองเอกสารทางไปรษณีย์เริ่มใช้เมื่อไหร่และมีข้อดีอย่างไร? A: บริการนี้เริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2566 ครับ ข้อดีหลักๆ คือช่วยให้คุณประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปยังกรมการกงสุล สามารถดำเนินการได้จากที่บ้านหรือที่ทำงาน และมีความปลอดภัยในการส่งเอกสารผ่านระบบไปรษณีย์ที่มีมาตรฐานครับ
  2. Q: เอกสารประเภทใดบ้างที่สามารถส่งรับรองทางไปรษณีย์ได้? A: โดยทั่วไปแล้ว เอกสารที่ใช้สำหรับนิติกรณ์ต่างๆ สามารถส่งรับรองทางไปรษณีย์ได้ครับ เช่น เอกสารส่วนบุคคล (สูติบัตร ทะเบียนบ้าน บัตรประชาชน) เอกสารทางการศึกษา หรือเอกสารทางธุรกิจ แต่ละประเภทเอกสารอาจมีข้อกำหนดเพิ่มเติม ควรตรวจสอบรายละเอียดบนเว็บไซต์ของกรมการกงสุลอีกครั้งครับ
  3. Q: หากคำแปลเอกสารไม่ได้รับการรับรองจากผู้แปล จะเกิดอะไรขึ้น? A: หากคำแปลเอกสาร (ทั้งจากไทยเป็นอังกฤษ หรืออังกฤษเป็นไทย) ไม่มีการลงนามรับรองความถูกต้องโดยผู้แปล เอกสารนั้นจะไม่สามารถรับรองได้ครับ จำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้แปลจะต้องลงนามรับรอง “รับรองคำแปลถูกต้อง” หรือ “Certified Correct Translation” เพื่อให้เอกสารเป็นไปตามข้อกำหนดครับ
  4. Q: สามารถชำระค่าธรรมเนียมการรับรองเอกสารด้วยการโอนเงินหรือเช็คได้หรือไม่? A: ไม่ได้ครับ การชำระค่าธรรมเนียมการรับรองเอกสารผ่านบริการไปรษณีย์จะต้องทำในรูปแบบของ “ธนาณัติ” เท่านั้น โดยสั่งจ่ายในนามที่ระบุไว้ และจะไม่รับพิจารณาการชำระเงินในรูปแบบอื่นใดทั้งสิ้นครับ
  5. Q: หากต้องการติดตามสถานะเอกสารที่ส่งไปแล้ว ต้องทำอย่างไร? A: คุณสามารถติดตามสถานะได้ง่ายๆ ครับ โดยการสแกน QR Code ที่อยู่บนใบเสร็จรับเงิน หรือเข้าไปที่เว็บไซต์ https://legal.consular.go.th/ แล้วกรอกเลขบัตรประจำตัวประชาชน (สำหรับคนไทย) หรือเลขพาสปอร์ต (สำหรับชาวต่างชาติ) ของผู้ยื่นเอกสารเพื่อตรวจสอบสถานะได้เลยครับ

ขอบคุณที่มา

https://consular.mfa.go.th/

** ข้อมูลในบทความนี้อาจไม่เป็นปัจจุบัน หรือมีความคลาดเคลื่อนได้ โปรดตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมกับแหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพื่อความถูกต้อง***

บทความแนะนำ:

 

นิติกรณ์เอกสารทางไปรษณีย์: ครอบคลุมเอกสารแบบไหนบ้าง?

เชื่อว่าหลายคนคงสงสัยว่า “แล้วเอกสารของฉันเนี่ย ส่งไปรษณีย์ไปรับรองได้ไหมนะ?” บอกเลยว่าบริการนี้ครอบคลุมเอกสารหลากหลายประเภทมากๆ ครับ ไม่ว่าจะเป็นเอกสารที่ออกโดยหน่วยงานราชการ หรือเอกสารจากบริษัทและหน่วยงานอื่นๆ เพื่อให้คุณมองเห็นภาพชัดเจนขึ้น เรามาดูกันดีกว่าว่ามีเอกสารอะไรบ้างที่เข้าข่ายใช้บริการนี้ได้

เอกสารที่ออกโดยหน่วยงานราชการ: ครอบคลุมแทบทุกเรื่องส่วนตัว

ถ้าเอกสารของคุณมาจากหน่วยงานรัฐ รับรองว่ามีโอกาสสูงที่จะใช้บริการนี้ได้เลยครับ ลองดูรายการด้านล่างนี้เลย เผื่อเอกสารที่คุณกำลังมองหาก็อยู่ในลิสต์นี้ด้วยนะ

เอกสารแสดงตนและสถานภาพส่วนบุคคล

เอกสารพื้นฐานเกี่ยวกับตัวตนและสถานภาพของเรานี่แหละครับที่ใช้บ่อยที่สุด

  • บัตรประจำตัวประชาชน/บัตรข้าราชการ: เอกสารยืนยันตัวตนที่สำคัญที่สุด
  • หนังสือสุทธิ: สำหรับพระภิกษุสงฆ์
  • ทะเบียนบ้าน (ทร.14, ทร.14/1): เอกสารยืนยันถิ่นที่อยู่
  • แบบรับรองรายการทะเบียนราษฎร (ทร.12, ทร.12/1): คล้ายทะเบียนบ้าน แต่เป็นแบบรับรอง
  • สูติบัตร (ทร.1, ทร.1/1, ทร.19/1, ทร.19/4): เอกสารยืนยันการเกิด
  • มรณบัตร (ทร.4/1, ทร.4/2): เอกสารยืนยันการเสียชีวิต
  • มรณบัตรจากต่างประเทศ: กรณีเสียชีวิตในต่างประเทศ
  • หนังสือรับรองสถานภาพโสด: สำหรับการทำธุรกรรมหรือจดทะเบียนสมรสในต่างประเทศ
  • หนังสือรับรองสถานภาพสมรสจากต่างประเทศ: กรณีสมรสในต่างประเทศ
  • ใบสำคัญการสมรส (คร.3) / ทะเบียนการสมรส (คร.2): เอกสารการสมรส
  • เอกสารการสมรสจากต่างประเทศ: สำหรับการจดทะเบียนในไทยหรือรับรอง
  • หนังสือยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศ: จำเป็นสำหรับผู้เยาว์ที่เดินทาง
  • หนังสือรับรองการเกิด: เอกสารยืนยันการเกิด (ใช้ได้หลายกรณี)
  • ใบสำคัญการหย่า (คร.7) / ทะเบียนการหย่าและบันทึกฯ (คร.6): เอกสารการหย่า
  • ทะเบียนฐานะแห่งครอบครัว (คร.22) / บันทึกฐานะแห่งครอบครัว: เอกสารเกี่ยวกับสถานภาพครอบครัว
  • หนังสือรับรองการใช้คำนำหน้านาม: เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงคำนำหน้านาม
  • หนังสือสำคัญการเปลี่ยนชื่อสกุล (ช.2): เอกสารเมื่อเปลี่ยนนามสกุล
  • หนังสือสำคัญการเปลี่ยนชื่อตัว (ช.3): เอกสารเมื่อเปลี่ยนชื่อ
  • หนังสือสำคัญการร่วมใช้ชื่อสกุล (ช.4): เอกสารเมื่อมีการร่วมใช้นามสกุล
  • หนังสือสำคัญการจดทะเบียน เปลี่ยนชื่อสกุล (ช.5): เอกสารการจดทะเบียนเปลี่ยนนามสกุล
  • บันทึกการอุปการะบุตร (ปค.14) / บันทึกการให้ปากคำ (ปค.14 ทั่วไป): เอกสารเกี่ยวกับการดูแลบุตร
  • หลักฐานทหาร (สด.8, สด.9, สด.43): เอกสารเกี่ยวกับการเกณฑ์ทหาร

เอกสารเกี่ยวกับการเดินทางและการศึกษา

สำหรับใครที่วางแผนเรียนต่อ หรือเดินทางไปต่างประเทศ เอกสารเหล่านี้ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องรับรองครับ

  • เอกสารการศึกษา, วุฒิการศึกษา, ประกาศนียบัตร, ปริญญาบัตร: สำหรับการศึกษาต่อหรือทำงานต่างประเทศ
  • ใบขับขี่: สำหรับการขอใบขับขี่ในต่างประเทศ หรือยืนยันตัวตน
  • หนังสือเดินทาง: ยืนยันตัวตนและการเดินทาง
  • หนังสือเดินทางจากต่างประเทศ: สำหรับชาวต่างชาติที่ต้องการรับรองเพื่อใช้ในไทย

เอกสารอื่นๆ ที่ออกโดยหน่วยงานราชการ

ยังมีเอกสารสำคัญอื่นๆ ที่คุณสามารถส่งรับรองทางไปรษณีย์ได้อีกนะครับ

  • โฉนดที่ดิน: สำหรับการทำธุรกรรมเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์
  • ใบแจ้งความ: ใช้เป็นหลักฐานประกอบในหลายกรณี
  • หนังสือรับรองบุตร: เอกสารรับรองสถานะบุตร
  • ทะเบียนรับบุตรบุญธรรม: เอกสารยืนยันการรับบุตรบุญธรรม
  • ทะเบียนเลิกรับบุตรบุญธรรม: เอกสารยืนยันการสิ้นสุดสถานะบุตรบุญธรรม
  • หนังสือรับรอง: เอกสารรับรองจากหน่วยงานราชการต่างๆ
  • ประกาศของทางราชการ: ประกาศทั่วไปของรัฐ
  • ประกาศรายกิจงานกฤษฎาการเรื่องการแปลงสัญชาติ/สละสัญชาติ/ได้สัญชาติ: เอกสารเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสัญชาติ

เอกสารจากหน่วยงานเฉพาะด้านและกระทรวงต่างๆ

เอกสารเหล่านี้มักเกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจ การประกอบอาชีพ หรือการดำเนินงานเฉพาะทาง

  • หนังสือรับรองบริษัท: สำหรับนิติบุคคลในการทำธุรกรรมต่างๆ
  • ใบทะเบียนการค้า: เอกสารประกอบการทำธุรกิจ
  • ใบแสดงการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนบริษัท (ทพ.0403), กรมพัฒนาธุรกิจ: สำหรับนิติบุคคล
  • ใบทะเบียนพาณิชย์ (ทพ.0401): สำหรับผู้ประกอบการพาณิชย์
  • Certificate of Origin, c/o Invoice (หอการค้า): เอกสารรับรองแหล่งกำเนิดสินค้า
  • Certificate of Free Sale (คณะกรรมการอาหารและยา): สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ส่งออก
  • The Central Islamic Committee of Thailand (คณะกรรมการกลางอิสลาม): เอกสารจากหน่วยงานศาสนา
  • Commercial Invoice, Bill of Lading (กรมการค้าต่างประเทศ): เอกสารเกี่ยวกับการค้าระหว่างประเทศ
  • License for Jobseekers Oversea Employment (ใบอนุญาตจัดหางานให้คนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศ), Confirmation of Experience (กรมการจัดหางาน): สำหรับผู้ที่ต้องการไปทำงานต่างประเทศ
  • Registration of Agriculturist (กระทรวงเกษตรและสหกรณ์), Agriculturist Registration (ทะเบียนเกษตรกร), Department of Agriculture Extension: เอกสารเกี่ยวกับภาคเกษตรกรรม
  • ภ.พ.20, ภ.พ.30 (กรมสรรพากร): เอกสารภาษีมูลค่าเพิ่ม
  • ใบรับรองแพทย์ (กระทรวงสาธารณสุข): ใบรับรองสุขภาพ
  • แบบ พ.53 (กรมเจ้าท่า): เอกสารเกี่ยวกับการเดินเรือ
  • Agriculturist Household Book (สมุดครัวเรือนเกษตร), กรมประมง: สำหรับภาคประมง
  • ใบอนุญาตทำการค้าหรือหากำไรในลักษณะคนกลางซื้อขายสัตว์ (กรมปศุสัตว์): เอกสารเกี่ยวกับปศุสัตว์
  • The Medical Council of Thailand (แพทยสภา): เอกสารจากแพทยสภา
  • CID/ประวัติอาชญากรรม, (Special Branch, Royal Thailand Police): สำหรับการขอวีซ่าหรือการทำงาน
  • ใบแพทย์รัฐบาล/ใบแพทย์เอกชน (ต้องมีรายชื่อแพทย์ กรณีไม่มีรายชื่อแพทย์ให้แพทยสภารับรอง): ใบรับรองแพทย์ที่ถูกต้องตามหลักเกณฑ์
  • ใบประกาศแผนไทย (The Union of Thai Traditional Medicine Society): สำหรับผู้ประกอบวิชาชีพแพทย์แผนไทย
  • ผลตรวจ DNA (ของโรงพยาบาลรัฐบาลเท่านั้น): ผลการตรวจดีเอ็นเอ

เอกสารที่ออกโดยบริษัทหรือหน่วยงานอื่น: ก็ส่งได้นะ!

นอกจากเอกสารราชการแล้ว เอกสารที่ออกโดยภาคเอกชนก็สามารถส่งรับรองทางไปรษณีย์ได้เช่นกันครับ นี่เป็นอีกหนึ่งความสะดวกสบายที่น่าสนใจมากๆ เลย

  • งบดุล การเงิน: เอกสารแสดงฐานะทางการเงินของบริษัท
  • รายงานการประชุม: บันทึกการประชุมของบริษัทหรือองค์กร
  • รายการเดินบัญชีของธนาคาร (statement): แสดงรายการเคลื่อนไหวของบัญชีธนาคาร
  • หนังสือบริคณห์สนธิ: เอกสารสำคัญในการจัดตั้งบริษัท
  • บัญชีผู้ถือหุ้น: แสดงรายชื่อผู้ถือหุ้นของบริษัท
  • ข้อบังคับ: ระเบียบหรือข้อกำหนดขององค์กร

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม หรือข้อสงสัยเฉพาะ คุณสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ DCA โทร 095-5214498 หรือส่งอีเมลไปที่ legalization.postservice@gmail.com ครับ เจ้าหน้าที่พร้อมให้ความช่วยเหลือเสมอ!


อัตราค่าบริการ EMS: คิดตามน้ำหนักจริง ไม่มีบวกเพิ่ม!

เมื่อคุณเตรียมเอกสารพร้อมแล้ว สิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามคือค่าจัดส่งเอกสารกลับคืนครับ บริการนิติกรณ์เอกสารทางไปรษณีย์นี้ใช้การจัดส่งแบบ EMS ซึ่งมีอัตราค่าบริการที่ชัดเจนตามน้ำหนักจริง ทำให้คุณสามารถคำนวณค่าใช้จ่ายได้ล่วงหน้า และไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายแอบแฝงเลยครับ อัตรานี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2566 เป็นต้นไป ลองมาดูตารางกันว่าเอกสารของคุณจะเสียค่าส่งเท่าไหร่บ้าง

คำนวณค่าส่งง่ายๆ ตามน้ำหนักเอกสาร

การคำนวณค่าส่ง EMS นั้นตรงไปตรงมาครับ แค่ชั่งน้ำหนักเอกสารทั้งหมดที่คุณต้องการให้จัดส่งกลับคืน แล้วนำไปเทียบกับตารางอัตราค่าบริการนี้ได้เลยครับ

พิกัดน้ำหนัก (กรัม)อัตราค่าบริการ EMS ขนาดปกติ (บาท/ชิ้น)
ไม่เกิน 2032
เกิน 20 แต่ไม่เกิน 10037
เกิน 100 แต่ไม่เกิน 25042
เกิน 250 แต่ไม่เกิน 50052
เกิน 500 แต่ไม่เกิน 1,00067
เกิน 1,000 แต่ไม่เกิน 1,50082
เกิน 1,500 แต่ไม่เกิน 2,00097
เกิน 2,000 แต่ไม่เกิน 2,500100
เกิน 2,500 แต่ไม่เกิน 3,000105
เกิน 3,000 แต่ไม่เกิน 3,500110
เกิน 3,500 แต่ไม่เกิน 4,000120
เกิน 4,000 แต่ไม่เกิน 4,500120
เกิน 4,500 แต่ไม่เกิน 5,000120
เกิน 5,000 แต่ไม่เกิน 5,500130
เกิน 5,500 แต่ไม่เกิน 6,000140
เกิน 6,000 แต่ไม่เกิน 6,500150
เกิน 6,500 แต่ไม่เกิน 7,000160
เกิน 7,000 แต่ไม่เกิน 7,500170
เกิน 7,500 แต่ไม่เกิน 8,000180
เกิน 8,000 แต่ไม่เกิน 8,500190
เกิน 8,500 แต่ไม่เกิน 9,000200
เกิน 9,000 แต่ไม่เกิน 9,500210
เกิน 9,500 แต่ไม่เกิน 10,000220
เกิน 10,000 แต่ไม่เกิน 11,000230
เกิน 11,000 แต่ไม่เกิน 12,000240
เกิน 12,000 แต่ไม่เกิน 13,000250
เกิน 13,000 แต่ไม่เกิน 14,000260
เกิน 14,000 แต่ไม่เกิน 15,000270
เกิน 15,000 แต่ไม่เกิน 16,000280
เกิน 16,000 แต่ไม่เกิน 17,000290
เกิน 17,000 แต่ไม่เกิน 18,000300
เกิน 18,000 แต่ไม่เกิน 19,000310
เกิน 19,000 แต่ไม่เกิน 20,000320
เกิน 20,000 แต่ไม่เกิน 21,000330
เกิน 21,000 แต่ไม่เกิน 22,000340
เกิน 22,000 แต่ไม่เกิน 23,000350
เกิน 23,000 แต่ไม่เกิน 24,000360
เกิน 24,000 แต่ไม่เกิน 25,000380
เกิน 25,000 แต่ไม่เกิน 26,000400
เกิน 26,000 แต่ไม่เกิน 27,000420
เกิน 27,000 แต่ไม่เกิน 28,000440
เกิน 28,000 แต่ไม่เกิน 29,000460
เกิน 29,000 แต่ไม่เกิน 30,000480

ข้อควรรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับค่าส่ง EMS

อย่าลืมนะครับว่าค่าบริการ EMS นี้เป็นส่วนที่แยกต่างหากจากค่าธรรมเนียมการรับรองเอกสาร 200 บาทต่อฉบับ เพราะฉะนั้น สิ่งที่คุณต้องทำคือ:

  1. ชั่งน้ำหนักซองเอกสารทั้งหมด ที่คุณต้องการให้ส่งกลับคืน (รวมเอกสารที่รับรองแล้ว ซองจดหมาย และอื่นๆ ที่คุณแนบไป)
  2. คำนวณค่าส่ง EMS ตามตารางด้านบน
  3. ติดแสตมป์ไปรษณีย์ ให้ครบตามจำนวนค่าส่งที่คำนวณได้บนซองจดหมายสำหรับส่งคืน

การเตรียมการเรื่องค่าส่ง EMS ให้เรียบร้อยตั้งแต่แรก จะช่วยให้เอกสารของคุณได้รับการส่งคืนอย่างรวดเร็ว ไม่มีติดขัดครับ หากมีข้อสงสัยเรื่องน้ำหนักหรืออัตราค่าบริการ สามารถสอบถามได้ที่ที่ทำการไปรษณีย์ หรือจากเจ้าหน้าที่ที่ดูแลบริการรับรองเอกสารทางไปรษณีย์ได้เลยครับ

ทำไมต้องใช้บริการแปลภาษาและแปลเอกสาร รับรองเอกสาร กับ First Choice Translation?

ในโลกยุคปัจจุบันที่ไร้พรมแดน การสื่อสารข้ามภาษาและการจัดการเอกสารสำคัญข้ามประเทศกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะเชี่ยวชาญภาษาต่าง ๆ หรือเข้าใจขั้นตอนการรับรองเอกสารที่ซับซ้อน นั่นคือเหตุผลที่เราต้องมีผู้ช่วยมืออาชีพอย่าง First Choice Translation ครับ แล้วทำไมต้องเป็นที่นี่น่ะเหรอ? มาดูกันเลยครับ

ความเชี่ยวชาญที่วางใจได้: ประสบการณ์คือสิ่งสำคัญ

การแปลภาษาไม่ใช่แค่การเปลี่ยนคำจากภาษาหนึ่งไปอีกภาษาหนึ่ง แต่มันคือการถ่ายทอดความหมาย บริบท และวัฒนธรรมได้อย่างถูกต้องและเป็นธรรมชาติ First Choice Translation มีทีมงานนักแปลมืออาชีพที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านในหลากหลายสาขา ไม่ว่าจะเป็นกฎหมาย การแพทย์ ธุรกิจ หรือวิศวกรรม ทำให้มั่นใจได้ว่างานแปลของคุณจะถูกต้องแม่นยำตามหลักวิชาการและเหมาะสมกับวัตถุประสงค์การใช้งาน

นอกจากนี้ การรับรองเอกสารยังต้องการความเข้าใจในข้อกำหนดและขั้นตอนของแต่ละหน่วยงานราชการ ทั้งในและต่างประเทศ ซึ่ง First Choice Translation มีความรู้และประสบการณ์ตรงในเรื่องนี้ ทำให้กระบวนการดำเนินไปอย่างราบรื่น ลดข้อผิดพลาดและประหยัดเวลาของคุณไปได้มากครับ

บริการครบวงจร: จบในที่เดียว ไม่ต้องวิ่งหลายที่

หนึ่งในข้อดีที่สุดของการใช้บริการ First Choice Translation คือการที่คุณสามารถจัดการเรื่องการแปลและการรับรองเอกสารได้แบบครบวงจรในที่เดียว ไม่ว่าจะเป็น:

  • บริการแปลเอกสารทุกประเภท: ตั้งแต่เอกสารราชการทั่วไป สัญญาทางธุรกิจ รายงานการประชุม ไปจนถึงเอกสารทางเทคนิคที่ซับซ้อน
  • บริการรับรองเอกสาร: ทั้งการรับรองคำแปลเอกสารโดยศูนย์แปล (Certified Translation) การรับรองเอกสารจากกงสุล (Legalization by Ministry of Foreign Affairs) หรือการรับรองเอกสารจากสถานทูตต่าง ๆ (Embassy Legalization)
  • บริการล่าม: สำหรับการประชุม สัมมนา หรือการติดต่อสื่อสารสำคัญที่ต้องการความเข้าใจที่ลึกซึ้ง

คุณไม่ต้องเสียเวลาวิ่งไปหลายที่ ไม่ต้องกังวลว่าแต่ละขั้นตอนจะเชื่อมโยงกันอย่างไร เพราะ First Choice Translation จะดูแลให้ทั้งหมด เหมือนมีผู้ช่วยส่วนตัวคอยจัดการทุกอย่างให้คุณเลยครับ

ประหยัดเวลาและลดความยุ่งยาก: ให้คุณไปโฟกัสเรื่องอื่น

ลองนึกภาพดูสิครับว่าการที่คุณต้องศึกษาขั้นตอนการรับรองเอกสารที่ยุ่งยากด้วยตัวเอง หรือต้องมานั่งแปลเอกสารสำคัญที่ต้องการความแม่นยำสูง มันจะกินเวลาชีวิตของคุณไปมากแค่ไหน ยิ่งถ้าเอกสารนั้นต้องใช้เร่งด่วนด้วยแล้ว ยิ่งน่าปวดหัวเข้าไปใหญ่

First Choice Translation เข้าใจดีถึงปัญหานี้ และพร้อมที่จะเข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระของคุณ คุณแค่ส่งเอกสารมาให้ ที่เหลือให้ผู้เชี่ยวชาญจัดการ ทุกขั้นตอนจะถูกดำเนินการอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ทำให้คุณมีเวลาไปโฟกัสกับเรื่องสำคัญอื่นๆ ในชีวิตหรืองานของคุณได้อย่างเต็มที่

ความน่าเชื่อถือและการรักษาความลับ: เรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม

เอกสารที่คุณต้องการแปลและรับรอง โดยเฉพาะเอกสารราชการหรือเอกสารทางธุรกิจ มักจะมีข้อมูลที่สำคัญและเป็นความลับ First Choice Translation ตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาข้อมูลนี้เป็นอย่างดี และมีมาตรการที่เข้มงวดในการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลทางธุรกิจของลูกค้า คุณจึงมั่นใจได้ว่าข้อมูลของคุณจะปลอดภัยและไม่รั่วไหลอย่างแน่นอน

บริการที่ยืดหยุ่นและเข้าถึงง่าย: ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน

ในยุคดิจิทัลเช่นนี้ การเข้าถึงบริการดีๆ ควรเป็นเรื่องง่าย First Choice Translation มีช่องทางการติดต่อที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์ อีเมล หรือช่องทางออนไลน์อื่นๆ ทำให้คุณสามารถติดต่อขอคำปรึกษาและใช้บริการได้อย่างสะดวกสบาย ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนก็ตาม นอกจากนี้ยังมีความยืดหยุ่นในการให้บริการ เพื่อตอบสนองความต้องการเฉพาะของคุณได้อย่างเหมาะสม

สรุปแล้ว การเลือกใช้บริการแปลภาษาและแปลเอกสาร รับรองเอกสาร กับ First Choice Translation ไม่ใช่แค่การจ้างงาน แต่เป็นการลงทุนเพื่อความสะดวกสบาย ความถูกต้องแม่นยำ และความอุ่นใจ ที่จะช่วยให้คุณสามารถก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นใจในทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับภาษาและเอกสารสำคัญครับ

ติดต่อศูนย์แปลเอกสารเฟิสท์ชอยซ์ทรานสเลชัน

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือขอรับบริการกับศูนย์แปลเอกสาร เฟิสท์ชอยซ์ทรานสเลชันได้แล้ววันนี้ที่
LINE OFFICIAL ACCOUNT: https://page.line.me/fc2009?openQrModal=true หรือ

สำนักงานใหญ่ สะพานควาย จตุจักร

อาคารภูมิเดชา ชั้น 4 ซอยประดิพัทธ์ 10 ถ.ประดิพัทธ์ เเขวง/เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400
โทร. 082-3256236 , 065-3958392
https://goo.gl/maps/zUrGGGGWSrtMvjDa7

ศูนย์แปลเอกสารสาขาภูเก็ต ถ.ปฏิพัทธ์ เมืองภูเก็ต

เลขที่ 7/4 ถ.ปฏิพัทธ์ ต.ตลาตเหนือ อ.เมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต 83000
โทร. 086-3669255 
https://goo.gl/maps/s21JAisaAnRPvxtHA