สรุปสาระสำคัญของบทความ
- การแปลงสัญชาติเป็นคนต่างด้าว ไม่ได้ทำให้เสียสัญชาติไทยทันทีจนกว่าจะมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา
- การสละสัญชาติตามคู่สมรส (แบบที่ 1) สามารถขอกลับคืนสัญชาติไทยได้ในอนาคต แต่การสละสัญชาติตามมาตรา 14 และ 15 (แบบที่ 2) มักไม่สามารถขอคืนได้
- กระบวนการสละสัญชาติมีความซับซ้อน ใช้เอกสารจำนวนมาก รวมถึงต้องระบุพยานคนไทย 4 คน และใช้เวลารอนานกว่า 3 ปี
- การเสียสัญชาติไทยส่งผลกระทบโดยตรงต่อสิทธิในการถือครองที่ดินและทรัพย์สินในประเทศไทย
- ห้ามสละสัญชาติหากคู่สมรสเสียชีวิตไปก่อน เพราะจะไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขการลงนามต่อหน้าเจ้าหน้าที่ได้
การย้ายไปใช้ชีวิตในต่างแดนและสร้างครอบครัวกับชาวต่างชาติเป็นเรื่องน่ายินดี แต่สิ่งที่ตามมาคือคำถามที่สร้างความกังวลใจให้ใครหลายคนเสมอว่า “ถ้าฉันขอสัญชาติตามสามีหรือภรรยาแล้ว ฉันจะยังเป็นคนไทยอยู่ไหม?” หรือ “พาสปอร์ตไทยในมือจะกลายเป็นโมฆะทันทีหรือเปล่า?” บทความนี้จะพาทุกคนไปหาคำตอบที่ชัดเจนตามหลักกฎหมาย พร้อมแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้อง เพื่อให้คุณจัดการสถานะของตัวเองได้อย่างมั่นใจ
สรุปคำตอบสำคัญ: สัญชาติไทยจะยังไม่สิ้นสุดลงทันทีจนกว่าจะมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา
คำตอบที่ชัดเจนสำหรับคำถามนี้คือ: แม้คุณจะได้รับการอนุมัติให้ถือสัญชาติอื่นแล้ว แต่ในทางกฎหมายไทย คุณยังไม่เสียสัญชาติไทยโดย “อัตโนมัติ” การเสียสัญชาติจะมีผลสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อคุณแสดงเจตนาสละสัญชาติและได้รับอนุญาต จนกระทั่งมีการประกาศชื่อและที่อยู่ในราชกิจจานุเบกษาอย่างเป็นทางการเท่านั้น ดังนั้น ในช่วงเวลาที่กระบวนการทางกฎหมายไทยยังไม่เสร็จสิ้น คุณจึงยังมีสถานะเป็นพลเมืองไทยอยู่
กฎหมายสัญชาติไทย พ.ศ. 2508: รากฐานที่คนไทยในต่างแดนต้องเข้าใจ
กฎหมายไทยที่ควบคุมเรื่องนี้คือ พระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2508 ซึ่งเป็นกฎหมายหลักที่บอกว่าใครคือคนไทย และคนไทยจะเสียสัญชาติได้อย่างไรบ้าง กฎหมายฉบับนี้ถูกออกแบบมาเพื่อคุ้มครองสิทธิของพลเมือง ในขณะเดียวกันก็มีช่องทางให้ผู้ที่ต้องการจัดการสถานะทางกฎหมายของตนเองเพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายของประเทศใหม่ที่ตนอาศัยอยู่
มาตรา 13: หัวใจสำคัญของการสละสัญชาติตามคู่สมรส
มาตรานี้เป็นช่องทางที่ถูกใช้งานมากที่สุดสำหรับคนไทยที่แต่งงานกับชาวต่างชาติ โดยระบุว่าชายหรือหญิงไทยที่สมรสและต้องการถือสัญชาติของคู่สมรส สามารถแสดงความจำนงสละสัญชาติไทยได้ ซึ่งถือเป็นสิทธิที่ทำได้โดยสมัครใจ
บทบาทของมหาดไทยและสถานทูตในการแจ้งสถานะ
เมื่อมีการแปลงสัญชาติในต่างประเทศ ทางกระทรวงมหาดไทยมักขอความร่วมมือให้สถานทูตหรือสถานกงสุลส่งข้อมูลชื่อที่อยู่ของบุคคลนั้น ๆ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนการเสียสัญชาติให้ถูกต้องตามระเบียบราชการ เพื่อป้องกันความสับสนในระบบฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร
การสละสัญชาติไทย “แบบที่ 1”: สำหรับผู้ที่เดินตามเส้นทางความรัก
การสละสัญชาติไทยแบบที่ 1 ออกแบบมาเพื่อบุคคลที่จดทะเบียนสมรสกับชาวต่างชาติและได้รับ (หรือมีสิทธิได้รับ) สัญชาติของคู่สมรสตามกฎหมายของประเทศนั้น ๆ
ทำไมสิทธิของ “ชายไทย” จึงเท่าเทียมกับ “หญิงไทย” ในปัจจุบัน
แม้ในตัวบทกฎหมายมาตรา 13 จะยังใช้คำว่า “หญิงไทย” เป็นหลักเนื่องจากเป็นกฎหมายเก่า แต่ในทางปฏิบัติปัจจุบัน กรมการปกครองได้ขยายขอบเขตให้ครอบคลุมถึง “ชายไทย” ด้วยเช่นกัน หากชายไทยท่านนั้นจดทะเบียนสมรสกับหญิงต่างชาติและต้องการแปลงสัญชาติตามภรรยา ก็สามารถใช้หลักเกณฑ์แบบที่ 1 นี้ได้โดยไม่มีการเลือกปฏิบัติ
สิทธิพิเศษ: การขอกลับคืนสัญชาติไทยในอนาคต
จุดเด่นที่สำคัญที่สุดของการสละสัญชาติแบบที่ 1 คือ “โอกาสครั้งที่สอง” หากในอนาคตสถานการณ์ชีวิตเปลี่ยนไป เช่น หย่าร้าง หรือคู่สมรสเสียชีวิต และคุณต้องการกลับมาใช้ชีวิตในประเทศไทย คุณมีสิทธิยื่นคำร้องขอกลับคืนสัญชาติไทยได้ง่ายกว่ากรณีอื่น ๆ
ข้อจำกัดสำคัญ: ห้ามสละสัญชาติหากคู่สมรสเสียชีวิตไปก่อน
มีเงื่อนไขหนึ่งที่ต้องระวังมาก ๆ คือ หากคู่สมรสต่างชาติเสียชีวิตไปแล้ว คุณจะไม่สามารถยื่นสละสัญชาติตามมาตรา 13 ได้ เพราะกฎหมายกำหนดให้คู่สมรสต้องมาระบุความยินยอมและลงนามต่อหน้าเจ้าหน้าที่ด้วยใบหน้าและตัวตนจริง ไม่สามารถใช้ใบมรณบัตรมาแทนที่ลายเซ็นได้
การสละสัญชาติไทย “แบบที่ 2”: กรณีเกิดในไทยแต่มีพ่อแม่เป็นคนต่างด้าว
แบบที่ 2 นี้มีความซับซ้อนกว่าและมักเกี่ยวข้องกับคนไทยที่มีเชื้อสายต่างชาติ หรือผู้ที่ได้สัญชาติไทยผ่านการแปลงสัญชาติในภายหลัง
มาตรา 14 และ 15: เมื่อต้องเลือกทางเดินชีวิต
สำหรับผู้ที่เกิดในไทยแต่พ่อแม่เป็นคนต่างชาติและได้รับสัญชาติตามพ่อแม่ด้วย เมื่ออายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ กฎหมายให้เวลา 1 ปีในการตัดสินใจ หากต้องการถือสัญชาติอื่นต่อไป ก็ต้องดำเนินการสละสัญชาติไทยตามขั้นตอนที่กำหนด
ความเสี่ยงที่ต้องรู้: สละแล้วสละเลย (Point of No Return)
การสละสัญชาติแบบที่ 2 มีความเด็ดขาดสูงมาก เพราะโดยทั่วไปแล้วกฎหมายจะไม่เปิดช่องให้ขอกลับคืนสัญชาติไทยได้ง่าย ๆ เหมือนกรณีการสมรส ดังนั้นก่อนจะเซ็นเอกสารแบบที่ 2 คุณต้องมั่นใจ 100% ว่าจะฝากชีวิตไว้กับสัญชาติใหม่ตลอดไป
ขั้นตอนและระยะเวลา: ความจริงที่ต้องเตรียมใจนานกว่า 3 ปี
หลายคนเข้าใจผิดว่าเดินเข้าสถานทูตแล้วทุกอย่างจะจบภายในวันเดียว แต่ในความจริงแล้ว กระบวนการนี้คือการเดินทางที่ยาวนาน
ทำไมต้องรอนานถึง 3 ปีขึ้นไป?
เนื่องจากเรื่องสัญชาติเป็นเรื่องความมั่นคงของรัฐ เอกสารของคุณต้องถูกส่งกลับมายังประเทศไทย ผ่านการตรวจสอบจากหลายหน่วยงาน ตั้งแต่สถานทูต, กองบังคับการตำรวจสันติบาล 2, กระทรวงมหาดไทย ไปจนถึงสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเพื่อลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา ทุกขั้นตอนมีความละเอียดอ่อนและใช้เวลาตรวจสอบประวัติอย่างถี่ถ้วน
การส่งคืนพาสปอร์ตไทย ไม่เท่ากับ การเสียสัญชาติ
นี่คือความเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุด การที่คุณนำหนังสือเดินทางไทยไปคืนที่สถานทูต เป็นเพียงการคืนเอกสารเดินทางที่หมดอายุหรือไม่ได้ใช้แล้วเท่านั้น ไม่ถือว่าเป็นการยื่นคำร้องสละสัญชาติแต่อย่างใด คุณยังคงมีหน้าที่และสิทธิในฐานะคนไทยจนกว่าจะดำเนินกระบวนการตามแบบ ส.ช. 1 หรือ ส.ช. 2 จนเสร็จสิ้น
เอกสารที่ต้องเตรียม: Check-list มหาโหดที่พลาดไม่ได้
เพื่อให้เรื่องของคุณเดินหน้าได้เร็วที่สุด การเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนตั้งแต่วันแรกคือหัวใจสำคัญ
แบบฟอร์ม ส.ช. 1 และ ส.ช. 2 คืออะไร?
นี่คือแบบฟอร์มหลักที่คุณต้องดาวน์โหลดและกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน ส.ช. 1 สำหรับกรณีสมรส และ ส.ช. 2 สำหรับกรณีอื่น ๆ นอกจากนี้ยังมีบันทึกการสอบสวนที่ต้องให้ข้อมูลอย่างละเอียด
ภารกิจตามหาพยาน 4 คน
หนึ่งในส่วนที่ยากที่สุดของการกรอกคำร้องคือการระบุ “พยานคนไทย” อย่างน้อย 4 คนที่รู้เห็นการเกิดของคุณ พยานเหล่านี้ต้องมีตัวตนจริง มีที่อยู่และเลขบัตรประชาชนที่ตรวจสอบได้ เพื่อยืนยันว่าคุณคือบุคคลที่มีตัวตนในสารบบคนไทยจริง ๆ
ข้อมูลพี่น้อง: สายสัมพันธ์ที่กฎหมายต้องการทราบ
คุณจำเป็นต้องทราบข้อมูลของพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกันทุกคน ไม่ว่าจะเป็นชื่อ-สกุล ที่อยู่ อาชีพ และวันเดือนปีเกิด ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องของสายเลือดและทะเบียนราษฎรได้อย่างแม่นยำ
รูปถ่ายจำนวนมหาศาลและการรับรองเอกสาร
คุณต้องเตรียมรูปถ่ายสีของตัวเองถึง 12 รูป และรูปถ่ายของบิดา มารดา รวมถึงคู่สมรสอีกฝ่ายละ 6 รูป นอกจากนี้ เอกสารต่างประเทศทุกฉบับ เช่น ทะเบียนสมรสเยอรมัน หรือใบแปลงสัญชาติ ต้องผ่านการรับรอง (Legalization) และแปลเป็นภาษาไทยอย่างถูกต้อง
ผลกระทบที่ต้องแลก: สิทธิที่สูญเสียไปพร้อมสัญชาติไทย
ก่อนจะตัดสินใจเดินเรื่องสละสัญชาติ ลองหยุดคิดถึงสิ่งที่คุณต้องแลกไปในฐานะ “คนต่างด้าว” ในสายตาประเทศไทย
การถือครองที่ดินและทรัพย์สิน: ปัญหาระดับชาติ
เมื่อคุณไม่ใช่คนไทย สิทธิในการถือครองที่ดินจะหมดไปทันที หากคุณมีมรดกเป็นที่ดินในไทย คุณอาจต้องจำหน่ายที่ดินนั้นออกไปภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด หรือต้องถือครองภายใต้เงื่อนไขที่เข้มงวดมากสำหรับคนต่างชาติ
การเดินทางเข้าประเทศไทย: จาก “บ้าน” สู่ “จุดหมายการท่องเที่ยว”
คุณจะไม่สามารถใช้ช่องทาง Thai Citizen ที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองได้อีกต่อไป การพำนักอยู่ในไทยระยะยาวต้องขอวีซ่า และต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบของคนเข้าเมือง เช่น การแจ้งที่พักอาศัย ซึ่งอาจสร้างความไม่สะดวกหากคุณยังมีความผูกพันกับประเทศไทยสูง
ข้อควรระวังเพื่อป้องกัน “ภาวะไร้สัญชาติ”
กฎหมายไทยและสากลให้ความสำคัญมากกับการป้องกันไม่ให้ใครคนหนึ่งต้องกลายเป็นคนไร้สัญชาติ (Stateless)
ตรวจสอบสิทธิในสัญชาติใหม่ให้มั่นใจก่อนเริ่ม
ก่อนจะยื่นสละสัญชาติไทย คุณต้องมีเอกสารยืนยันจากประเทศปลายทางแล้วว่าคุณ “ได้รับ” หรือ “มีสิทธิได้รับแน่นอน” ในสัญชาติของเขา เพราะหากคุณสละไทยไปแล้วแต่ประเทศใหม่ไม่รับคุณเข้าเป็นพลเมือง คุณจะกลายเป็นคนไม่มีประเทศทันที ซึ่งจะส่งผลเสียอย่างรุนแรงต่อการเดินทางและสิทธิพื้นฐานทั่วโลก
การยับยั้งคำร้อง: โอกาสเปลี่ยนใจในนาทีสุดท้าย
หากคุณยื่นเรื่องไปแล้วแต่เกิดเปลี่ยนใจ ตราบใดที่เรื่องยังอยู่ระหว่างการพิจารณาและยังไม่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา คุณยังพอมีโอกาสยื่นคำร้องขอยับยั้งการสละสัญชาติได้ผ่านทางสถานกงสุลหรือสถานทูต
หน่วยงานที่รับผิดชอบ: ใครคือตัวจริงที่ต้องติดต่อ?
หากคุณพำนักอยู่ในต่างประเทศ สถานทูตและสถานกงสุลคือด่านแรกของคุณ แต่หากคุณอยู่ในประเทศไทยและต้องการความรวดเร็ว หน่วยงานหลักที่ดูแลเรื่องนี้โดยตรงคือ: กองบังคับการตำรวจสันติบาล 2 เลขที่ตั้ง: ซอยรามอินทรา 21 แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร ที่นี่คือศูนย์กลางการตรวจสอบประวัติและรวบรวมเอกสารสัญชาติของคนไทยทั่วโลก
คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
ในปัจจุบัน กฎหมายสัญชาติไทยไม่ได้มีบทลงโทษชัดเจนสำหรับผู้ที่ถือสองสัญชาติโดยไม่ได้ยื่นสละ อย่างไรก็ตาม หากคุณทำงานในตำแหน่งที่ต้องมีการตรวจสอบความปลอดภัยสูงในต่างประเทศ หรือต้องการจัดระเบียบทรัพย์สินในไทยให้ชัดเจน การทำให้ถูกต้องตามกฎหมายจะช่วยลดความเสี่ยงทางคดีความหรือปัญหาด้านภาษีในระยะยาวได้
ตามมาตรา 14 หากเด็กคนนั้นมีสิทธิในสัญชาติอื่นอยู่แล้วและต้องการรักษาไว้ เขาสามารถยื่นเรื่องสละสัญชาติไทยได้ภายใน 1 ปีหลังจากอายุครบ 20 ปี แต่หากเขาเลือกที่จะนิ่งเฉยและถือสองสัญชาติต่อไป ในทางปฏิบัติเขายังคงเป็นคนไทยจนกว่าจะมีการดำเนินการขอสละเองหรือถูกถอนสัญชาติตามเงื่อนไขพิเศษ
ไม่เสียสิทธิครับ การเสียสัญชาติส่งผลกระทบหลัก ๆ ต่อ “อสังหาริมทรัพย์” เช่น ที่ดิน แต่ในส่วนของสังหาริมทรัพย์ เช่น เงินในบัญชีธนาคาร หุ้น หรือทรัพย์สินอื่น ๆ คุณยังคงสามารถรับมรดกได้ตามปกติในฐานะทายาทที่เป็นคนต่างชาติ
ในทางเทคนิค ตราบใดที่ชื่อของคุณยังไม่ถูกจำหน่ายออกจากทะเบียนราษฎรและยังไม่มีประกาศในราชกิจจานุเบกษา สถานะความเป็นคนไทยของคุณยังคงอยู่ อย่างไรก็ตาม เพื่อความโปร่งใส หากต้องทำธุรกรรมสำคัญควรปรึกษาเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพราะข้อมูลอาจมีการเชื่อมโยงกันในระบบความมั่นคง
สำหรับกรณีสละสัญชาติตามคู่สมรส (แบบที่ 1) ลายเซ็นและความยินยอมของคู่สมรสเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง หากไม่สามารถนำคู่สมรสมาปรากฏตัวต่อหน้าเจ้าหน้าที่ได้ คำร้องจะไม่สมบูรณ์และไม่สามารถดำเนินเรื่องต่อได้
References
- พระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2508 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
- https://consular.mfa.go.th/th/page/%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3?menu=5d68c88b15e39c160c0081a7
- ขั้นตอนการขอสละสัญชาติไทย – สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน / สถานกงสุลใหญ่ ณ นครมิวนิก
** ข้อมูลในบทความนี้อาจไม่เป็นปัจจุบัน หรือมีความคลาดเคลื่อนได้ โปรดตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมกับแหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพื่อความถูกต้อง**
บทความแนะนำ:
- ศูนย์แปลเอกสาร-รับแปลภาษา ใกล้คุณ
- ศูนย์บริการรับแปลสัญญา/ แปลเอกสารกฎหมาย
- บริษัทรับแปลเอกสารรับรองเอกสารกงสุล ใกล้คุณ
- ศูนย์บริการแปลเอกสารรับรองเอกสารโนตารี ใกล้คุณ
- รับแปลเอกสารทุกจังหวัด
ทำไมการเลือกพาร์ทเนอร์แปลเอกสารและรับรองกงสุลที่ “มืออาชีพ” ถึงเป็นตัวช่วยตัดสินความสำเร็จของคุณ?
การยื่นเรื่องสละสัญชาติหรือจัดการสถานะทางกฎหมายระหว่างประเทศไม่ใช่เรื่องง่าย และสิ่งที่มักจะเป็น “คอขวด” ทำให้เรื่องล่าช้าออกไปนับปี ไม่ใช่แค่ข้อกฎหมาย แต่คือ “ความถูกต้องของเอกสารแปลและการรับรองนิติกรณ์“ ซึ่งที่ First Choice Translation เราเข้าใจดีว่าเอกสารทุกฉบับของคุณคืออนาคตและสิทธิประโยชน์ที่คุณพึงมี

1. ความแม่นยำของคำศัพท์เฉพาะทางกฎหมายสัญชาติ
เอกสารอย่างแบบ ส.ช. 1 หรือใบสำคัญการแปลงสัญชาติต่างประเทศ เต็มไปด้วยศัพท์กฎหมายที่ซับซ้อน การแปลที่คลาดเคลื่อนเพียงเล็กน้อยอาจทำให้เจ้าหน้าที่สันติบาลหรือกระทรวงมหาดไทยตีความผิด จนนำไปสู่การถูกปฏิเสธคำร้องหรือต้องเริ่มต้นใหม่ทั้งหมด ทีมงานของเราเชี่ยวชาญการแปลเอกสารกฎหมายโดยเฉพาะ เพื่อให้มั่นใจว่าเนื้อหาจะยังคงความถูกต้องตามต้นฉบับ 100%
2. บริการรับรองนิติกรณ์ (Legalization) แบบครบวงจร (One-Stop Service)
ขั้นตอนการนำเอกสารแปลไปรับรองที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา ทั้งการจองคิว การเดินทาง และการตรวจสอบมาตรฐานเอกสารที่เข้มงวด First Choice Translation เรามีบริการเดินเรื่องรับรองกงสุลให้คุณแบบเบ็ดเสร็จ คุณไม่ต้องลางาน ไม่ต้องรอคิวเอง เราจัดการให้จนเอกสารพร้อมใช้งานได้ทันที
3. ลดความเสี่ยงในการถูกตีกลับเอกสารจากสถานทูต
สถานทูตและสถานกงสุลในแต่ละประเทศมีมาตรฐานการยอมรับเอกสารที่แตกต่างกัน ด้วยประสบการณ์กว่าหลายทศวรรษ เราทราบดีว่าสถานทูตเยอรมัน ออสเตรีย สวิส หรือประเทศอื่นๆ ต้องการรูปแบบการแปลและการรับรองแบบไหน ทำให้เอกสารของคุณผ่านการพิจารณาได้ง่ายขึ้น ลดโอกาสที่จะโดนตีกลับให้ต้องไปแก้ไขใหม่
4. ความลับของลูกค้าคือสิ่งสำคัญที่สุด
เราเข้าใจว่าเอกสารสัญชาติประกอบด้วยข้อมูลส่วนบุคคลที่สำคัญยิ่ง ทั้งประวัติครอบครัว ที่อยู่ และข้อมูลทางการเงิน First Choice Translation มีระบบรักษาความลับของลูกค้าอย่างเข้มงวด คุณจึงมั่นใจได้ว่าข้อมูลของคุณจะได้รับการปกป้องอย่างดีที่สุดตลอดกระบวนการทำงาน
จัดการเรื่องเอกสารสัญชาติให้เป็นเรื่องง่าย ติดต่อเราวันนี้
อย่าปล่อยให้ความผิดพลาดเล็กน้อยในขั้นตอนการแปลและการรับรอง มาเป็นอุปสรรคต่อแผนการใช้ชีวิตในต่างแดนของคุณ ให้ผู้เชี่ยวชาญจาก First Choice Translation ดูแลทุกขั้นตอนอย่างมืออาชีพ
ติดต่อศูนย์แปลเอกสารเฟิสท์ชอยซ์ทรานสเลชัน
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือขอรับบริการกับศูนย์แปลเอกสาร เฟิสท์ชอยซ์ทรานสเลชันได้แล้ววันนี้ที่
LINE OFFICIAL ACCOUNT: https://page.line.me/fc2009?openQrModal=true หรือ
สำนักงานใหญ่ สะพานควาย จตุจักร
อาคารภูมิเดชา ชั้น 4 ซอยประดิพัทธ์ 10 ถ.ประดิพัทธ์ เเขวง/เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400
โทร. 082-3256236 , 065-3958392
https://goo.gl/maps/zUrGGGGWSrtMvjDa7
ศูนย์แปลเอกสารสาขาภูเก็ต ถ.ปฏิพัทธ์ เมืองภูเก็ต
เลขที่ 7/4 ถ.ปฏิพัทธ์ ต.ตลาตเหนือ อ.เมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต 83000
โทร. 086-3669255
https://goo.gl/maps/s21JAisaAnRPvxtHA






