หากจดทะเบียนสมรสที่ประเทศจอร์เจียและต้องการนำทะเบียนสมรสมาใช้ในประเทศไทย เอกสารดังกล่าวไม่ควรนำมายื่นต่อหน่วยงานไทยทันทีโดยไม่ตรวจสอบขั้นตอนก่อน ทะเบียนสมรสของจอร์เจียเป็นเอกสารราชการที่ออกภายใต้ระบบทะเบียนสถานะบุคคลของประเทศจอร์เจีย โดยหน่วยงาน Public Service Development Agency (PSDA) และสามารถออกใบรับรองการจดทะเบียนสมรสได้ทั้งในรูปแบบเอกสารและระบบอิเล็กทรอนิกส์
ประเด็นสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการนำเอกสารมาใช้ในไทย คือ ต้องตรวจว่าทะเบียนสมรสฉบับนั้นต้องผ่าน Apostille หรือ Legalization ในประเทศจอร์เจียอย่างไร ต้องดำเนินการกับสถานเอกอัครราชทูตไทยที่ใด และต้องจัดทำคำแปลภาษาไทยในขั้นตอนไหน
บทความนี้จึงรวบรวมแนวทาง ทะเบียนสมรสจอร์เจียใช้ในไทย ตั้งแต่การตรวจเอกสาร การรับรองจากประเทศจอร์เจีย การติดต่อสถานทูตไทย การแปลภาษาไทย ไปจนถึงการเตรียมเอกสารสำหรับยื่นกับหน่วยงานในประเทศไทย
หากต้องการดูแนวทางเกี่ยวกับเอกสารสมรสจากต่างประเทศโดยรวม สามารถอ่านเพิ่มเติมเรื่อง แปลทะเบียนสมรสจากต่างประเทศ ต้องทำอย่างไร เพื่อขอรับรองเอกสารในไทย เพื่อทำความเข้าใจขั้นตอนการแปลและรับรองเอกสารก่อนนำไปใช้งานในประเทศไทย
1. ทะเบียนสมรสจอร์เจียใช้ในไทยได้หรือไม่
สามารถนำทะเบียนสมรสที่ออกโดยประเทศจอร์เจียมาใช้ประกอบการดำเนินการในประเทศไทยได้ แต่ต้องผ่านกระบวนการรับรองเอกสารและจัดทำคำแปลตามข้อกำหนดของหน่วยงานที่จะนำไปยื่น
สิ่งสำคัญคือ การมีทะเบียนสมรสฉบับจริงไม่ได้หมายความว่าเอกสารพร้อมใช้ในประเทศไทยทันที เพราะหน่วยงานไทยอาจต้องตรวจสอบที่มาของเอกสาร ลายมือชื่อ ตราประทับ การรับรองจากประเทศต้นทาง และคำแปลภาษาไทย
กรมการกงสุลระบุว่า สำหรับเอกสารสมรสต่างประเทศที่นำมาใช้ในประเทศไทย ต้องมีต้นฉบับเอกสารสมรสที่ผ่านการรับรองตามที่กำหนด พร้อมคำแปลภาษาไทยที่ผู้แปลลงนามรับรอง และเอกสารประจำตัวของคู่สมรสตามกรณี
หากต้องการตรวจสอบแนวทางการ รับแปลเอกสารราชการ และการรับรองคำแปล สามารถดูรายละเอียดบริการของ First Choice Translation เพิ่มเติมได้
2. สรุปขั้นตอนทะเบียนสมรสจอร์เจียใช้ในไทย
โดยภาพรวมสามารถวางแผนขั้นตอนได้ดังนี้
- ตรวจสอบทะเบียนสมรสจอร์เจียและหน่วยงานผู้ออกเอกสาร
- ตรวจชื่อและข้อมูลของคู่สมรสให้ตรงกับ Passport
- ตรวจว่าต้องใช้ Apostille หรือ Legalization สำหรับประเทศไทย
- ดำเนินการรับรองเอกสารตามขั้นตอนของประเทศจอร์เจีย
- ตรวจข้อกำหนดของสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงอังการา
- นำเอกสารไปดำเนินการรับรองกับสถานทูตไทยตามกรณี
- จัดทำคำแปลภาษาไทย
- นำเอกสารและคำแปลไปดำเนินการนิติกรณ์ในประเทศไทย หากหน่วยงานปลายทางกำหนด
- เตรียม Passport บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน และเอกสารประกอบอื่น
- นำไปยื่นกับสำนักงานเขต ที่ว่าการอำเภอ หรือหน่วยงานปลายทาง
ลำดับจริงอาจแตกต่างกันตามประเภทเอกสารและข้อกำหนดที่ใช้ในวันที่ดำเนินการ จึงไม่ควรนำลำดับข้างต้นไปใช้แทนคำแนะนำของหน่วยงานผู้รับเอกสารโดยตรง
3. สถานเอกอัครราชทูตไทยที่รับผิดชอบเอกสารจากจอร์เจีย
ประเทศไทยไม่มีสถานเอกอัครราชทูตที่ตั้งอยู่ในประเทศจอร์เจีย โดย สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงอังการา ประเทศตุรกี มีเขตอาณาครอบคลุมประเทศจอร์เจีย
สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงอังการามีข้อมูลการรับรองเอกสารจาก Türkiye, Azerbaijan, Georgia, North Macedonia และ Turkmenistan โดยเฉพาะ และระบุว่าผู้ที่อยู่ในจอร์เจียสามารถใช้บริการ Legalization ของสถานทูตได้ตามเงื่อนไขที่กำหนด
ข้อมูลนี้มีความสำคัญมาก เพราะผู้ที่ถือทะเบียนสมรสจอร์เจียไม่ควรเข้าใจว่าจะต้องนำเอกสารไปดำเนินการกับสถานทูตไทยในประเทศอื่นเพียงเพราะประเทศนั้นอยู่ในภูมิภาคเดียวกัน
ก่อนดำเนินการควรตรวจสอบกับสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงอังการาอีกครั้งว่า เอกสารของคุณต้องใช้การรับรองในรูปแบบใด และต้องจัดเตรียมคำแปลหรือเอกสารประกอบอย่างไร
4. ทะเบียนสมรสจอร์เจียต้องใช้ Apostille หรือ Legalization
จอร์เจียมีระบบทั้ง Apostille และ Legalization สำหรับเอกสารที่ออกโดยหน่วยงานของจอร์เจีย โดยหน่วยงาน State Services Development Agency ระบุว่าเอกสารที่ออกในจอร์เจียสามารถขอ Apostille หรือ Legalization เพื่อใช้ในต่างประเทศได้ และการรับรองดังกล่าวเป็นการรับรองความแท้ของลายมือชื่อ อำนาจของผู้ลงนาม และตราหรือประทับตราของเอกสาร
อย่างไรก็ตาม สำหรับการนำเอกสารจอร์เจียมาใช้ในประเทศไทย ต้องพิจารณาสถานะของ Apostille Convention ในช่วงเวลาที่ดำเนินการด้วย
ปัจจุบันประเทศไทยได้ยื่นภาคยานุวัติอนุสัญญา Apostille เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2026 และอนุสัญญาจะมีผลใช้บังคับกับประเทศไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2027
ดังนั้น ณ ปี 2026 ยังไม่ควรสรุปว่า Apostille จากจอร์เจียสามารถนำมาใช้แทนกระบวนการ Legalization สำหรับประเทศไทยได้โดยอัตโนมัติ ผู้ยื่นควรตรวจสอบขั้นตอนล่าสุดกับสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงอังการาและหน่วยงานไทยที่รับเอกสารก่อนดำเนินการ
หลังวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2027 ขั้นตอนระหว่างไทยกับประเทศภาคีอาจเปลี่ยนแปลง จึงควรตรวจสอบข้อกำหนดใหม่อีกครั้งก่อนส่งเอกสาร
5. ขั้นตอนรับรองทะเบียนสมรสจอร์เจียก่อนนำมาใช้ในไทย
5.1 ตรวจทะเบียนสมรสจอร์เจียฉบับจริง
ก่อนเริ่มรับรอง ควรตรวจสอบข้อมูลในทะเบียนสมรสให้ครบ เช่น ชื่อและนามสกุลของคู่สมรส วันที่จดทะเบียน สถานที่จดทะเบียน เลขที่เอกสาร หน่วยงานผู้ออก และตราประทับ
หน่วยงาน State Services Development Agency ของจอร์เจียเป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจดทะเบียนสถานะบุคคลและการออกใบรับรองการจดทะเบียนสมรส โดยการจดทะเบียนสมรสสามารถดำเนินการผ่านสำนักงานของ Agency และ Public Service Hall ได้
หากเอกสารที่มีอยู่เป็นสำเนา เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ หรือเอกสารที่พิมพ์จากระบบออนไลน์ ควรตรวจสอบก่อนว่าสามารถนำเข้าสู่กระบวนการรับรองเพื่อใช้ในต่างประเทศได้หรือไม่
5.2 ตรวจการรับรองเอกสารในประเทศจอร์เจีย
หน่วยงานของจอร์เจียระบุว่าเอกสารที่ออกโดยหน่วยงานของประเทศสามารถเข้าสู่กระบวนการ Apostille หรือ Legalization ได้ โดยการยื่นคำขอสามารถทำผ่านสำนักงานของ Public Service Development Agency และสาขาของ Public Service Hall
สำหรับเอกสารที่จะนำมาใช้ในประเทศไทย ต้องตรวจสอบก่อนว่าในช่วงเวลาที่ดำเนินการต้องใช้เส้นทางใด เนื่องจากสถานะการใช้ Apostille ระหว่างไทยกับประเทศภาคีกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน
5.3 รับรองเอกสารกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของจอร์เจีย
กรณีใช้ Legalization หน่วยงานจอร์เจียระบุว่าโดยหลักเป็นกระบวนการสองขั้นตอน โดยขั้นแรกดำเนินการโดย Agency และขั้นที่สองเกี่ยวข้องกับ Consular Department ของกระทรวงการต่างประเทศจอร์เจีย ทั้งนี้รายละเอียดอาจขึ้นอยู่กับประเภทของเอกสาร
ดังนั้นควรตรวจเอกสารจริงก่อนว่าเอกสารต้องผ่านหน่วยงานใดและต้องมีตรารับรองรูปแบบใด
5.4 รับรองกับสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงอังการา
หลังจากเอกสารผ่านการรับรองจากหน่วยงานจอร์เจียตามเส้นทางที่กำหนดแล้ว จึงเข้าสู่ขั้นตอนการรับรองกับสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงอังการา
สถานทูตไทยระบุขั้นตอนสำหรับเอกสารจากจอร์เจียไว้โดยเฉพาะ และระบุว่าสามารถให้บริการ Legalization แก่ผู้พำนักในจอร์เจียได้ รวมถึงมีช่องทางส่งเอกสารทางไปรษณีย์ตามเงื่อนไขของสถานทูต
สำหรับผู้ที่ต้องการให้ช่วยตรวจเอกสาร แปล และเตรียมเอกสารสำหรับยื่นรับรอง สามารถดูรายละเอียดบริการ รับแปลเอกสารยื่นกงสุลและรับรองเอกสาร เพิ่มเติมได้
6. ทะเบียนสมรสจอร์เจียเป็นภาษาจอร์เจีย ต้องแปลอย่างไร

ทะเบียนสมรสของจอร์เจียอาจมีข้อมูลเป็นภาษาจอร์เจีย ซึ่งใช้ตัวอักษรเฉพาะของประเทศ ดังนั้นก่อนนำไปใช้ในประเทศไทย ควรตรวจสอบว่าหน่วยงานที่รับเอกสารต้องการคำแปลภาษาใดในแต่ละขั้นตอน
สำหรับขั้นตอน Legalization ของสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงอังการา หากเอกสารจากจอร์เจียเป็นภาษาอื่นนอกเหนือจากภาษาตุรกี สถานทูตระบุแนวทางว่าเอกสารต้นฉบับควรแปลเป็นภาษาอังกฤษโดย Notary Public และทั้งต้นฉบับกับคำแปลต้องผ่านการรับรองตามขั้นตอนของประเทศนั้นก่อนนำมายื่นต่อสถานทูตไทย
จึงไม่ควรสรุปว่า แปลภาษาไทยก่อนแล้วนำไปยื่นสถานทูตไทยได้ทุกกรณี เพราะขั้นตอนการรับรองเอกสารจากจอร์เจียและสถานทูตไทยอาจกำหนดรูปแบบคำแปลแตกต่างกัน
หลังจากเอกสารผ่านขั้นตอนที่เกี่ยวข้องแล้ว หากต้องนำไปใช้กับหน่วยงานราชการไทย ควรจัดทำคำแปลภาษาไทยตามข้อกำหนดของหน่วยงานปลายทาง
First Choice Translation มีบริการ แปลเอกสารสมรสและเอกสารทะเบียนครอบครัว พร้อมบริการรับรองคำแปลตามวัตถุประสงค์การใช้งาน
7. ทะเบียนสมรสจอร์เจียควรแปลก่อนหรือรับรองก่อน
เอกสารจอร์เจียที่ต้องนำเข้าสู่กระบวนการ Legalization กับสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงอังการา สถานทูตระบุแนวทางสำหรับเอกสารภาษาอื่นว่า ต้นฉบับควรแปลเป็นภาษาอังกฤษโดย Notary Public และต้นฉบับกับคำแปลต้องผ่านการรับรองตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้องของประเทศนั้นก่อนยื่นต่อสถานทูตไทย
ดังนั้นจึงไม่ควรใช้หลักว่า “แปลไทยก่อนเสมอ” สำหรับทะเบียนสมรสจอร์เจีย
แนวทางที่ปลอดภัยกว่าคือ ตรวจเอกสารจริง → ตรวจเส้นทางการรับรอง → ดำเนินการแปลตามข้อกำหนดของขั้นตอนนั้น → รับรองเอกสาร → จัดทำคำแปลภาษาไทยสำหรับการใช้งานในไทยตามกรณี
8. จุดที่ต้องเช็กชื่อคู่สมรสในทะเบียนสมรสจอร์เจีย
เรื่องชื่อเป็นจุดที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะกรณีที่เอกสารต้นฉบับเป็นภาษาจอร์เจีย
ควรตรวจอย่างน้อย 3 จุด ได้แก่ ชื่อในทะเบียนสมรส ชื่อใน Passport และชื่อในเอกสารไทย
หากชื่อในทะเบียนสมรสมีการสะกดเป็นภาษาอังกฤษแตกต่างจาก Passport ไม่ควรรีบแก้หรือถอดชื่อใหม่ด้วยตัวเอง แต่ควรตรวจสอบก่อนว่าเอกสารใดเป็นหลักในการยืนยันตัวบุคคลสำหรับหน่วยงานปลายทาง
หากต้องนำไปทำ คร.22 หรือดำเนินการด้านทะเบียนราษฎร ชื่อก่อนสมรสและชื่อหลังสมรสก็มีความสำคัญ
9. ใช้ทะเบียนสมรสจอร์เจียทำ คร.22 ต้องเตรียมอะไรบ้าง
หากต้องการนำทะเบียนสมรสจอร์เจียมาใช้เพื่อ บันทึกฐานะแห่งครอบครัว (คร.22) ควรเตรียมเอกสารให้ครบตามข้อกำหนดของสำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอที่จะยื่น
โดยทั่วไปควรตรวจสอบเอกสารดังต่อไปนี้
- ทะเบียนสมรสจอร์เจียฉบับที่ผ่านการรับรอง
- เอกสาร Apostille หรือ Legalization ตามกรณี
- คำแปลภาษาไทย
- เอกสารรับรองคำแปล หากกำหนด
- Passport ของคู่สมรสชาวต่างชาติ
- บัตรประชาชนของคู่สมรสฝ่ายไทย
- ทะเบียนบ้าน
- เอกสารเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุล หากมี
- เอกสารอื่นที่สำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอกำหนด
กรมการกงสุลระบุสำหรับเอกสารสมรสต่างประเทศว่า เอกสารต้นฉบับต้องผ่านการรับรองตามที่กำหนด พร้อมคำแปลภาษาไทยที่ผู้แปลลงนามรับรอง และใช้เอกสารประจำตัวของคู่สมรสประกอบตามกรณี
อย่างไรก็ตาม รายการเอกสารสำหรับ คร.22 อาจแตกต่างกันตามสถานะของคู่สมรสและกรณีที่ยื่น จึงควรตรวจสอบกับสำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอที่จะดำเนินการก่อนเตรียมเอกสารชุดสุดท้าย
10. ทะเบียนสมรสจอร์เจียใช้ยื่นที่ไหนในไทยได้บ้าง
- สำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอ
- สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
- หน่วยงานด้านสัญชาติ
- ศาล
- หน่วยงานเอกชนที่ต้องการหลักฐานสถานภาพสมรส
สำหรับกรณี คร.22 หน่วยงานปลายทางจะเป็นงานทะเบียนของสำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอ โดยควรตรวจสอบเอกสารที่ต้องใช้กับสถานที่ที่จะยื่นโดยตรง
11. ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการนำทะเบียนสมรสจอร์เจียมาใช้ในไทย
11.1 แปลทะเบียนสมรสเป็นภาษาไทยก่อนเลยได้ไหม?
ควรตรวจสอบขั้นตอนการรับรองก่อน เพราะบางกรณีอาจต้องมีคำแปลภาษาอังกฤษและการรับรองโดย Notary Public ก่อน
11.2 ชื่อในทะเบียนสมรสกับ Passport สะกดไม่เหมือนกัน ต้องทำอย่างไร?
ควรตรวจสอบและแก้ไขความถูกต้องก่อนยื่น เพื่อป้องกันปัญหาในการยืนยันตัวบุคคล
11.3 ใช้ทะเบียนสมรสจอร์เจียฉบับเก่าได้หรือไม่?
ต้องตรวจสอบกับหน่วยงานปลายทางก่อน เพราะบางกรณีอาจกำหนดให้ใช้เอกสารที่ออกใหม่
11.4 มีทะเบียนสมรสตัวจริงแล้ว ทำไมยังใช้ในไทยไม่ได้?
เพราะอาจต้องผ่านขั้นตอนรับรองเอกสารและจัดทำคำแปลตามข้อกำหนดของหน่วยงานไทยก่อน
12. Checklist ก่อนนำทะเบียนสมรสจอร์เจียมาใช้ในไทย
ก่อนนำเอกสารไปยื่น ควรตรวจสอบว่า
- ทะเบียนสมรสออกโดยหน่วยงานที่มีอำนาจของจอร์เจีย
- ตรวจชื่อและนามสกุลของคู่สมรสแล้ว
- ชื่อสอดคล้องกับ Passport
- ตรวจวันที่และสถานที่สมรสแล้ว
- ตรวจเลขทะเบียนหรือหมายเลขเอกสารแล้ว
- ตรวจ Apostille / Legalization ตามกฎที่ใช้ในวันที่ดำเนินการแล้ว
- ตรวจขั้นตอนกับสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงอังการาแล้ว
- มีหน้ารับรองและตราประทับครบ
- คำแปลตรงกับต้นฉบับ
- ตรวจว่าต้องแปลภาษาอังกฤษหรือภาษาไทยในขั้นตอนใด
- ตรวจว่าต้องนิติกรณ์คำแปลในประเทศไทยหรือไม่
- เตรียม Passport และเอกสารของคู่สมรสฝ่ายไทย
- ตรวจข้อกำหนดของสำนักงานเขต/อำเภอหรือหน่วยงานปลายทางแล้ว
13. First Choice Translation ช่วยตรวจทะเบียนสมรสจอร์เจียก่อนยื่น
การนำ ทะเบียนสมรสจอร์เจียใช้ในไทย มีรายละเอียดที่ต้องตรวจมากกว่าการแปลเอกสารทั่วไป เพราะต้องพิจารณาทั้งเอกสารต้นฉบับ ภาษา การรับรองจากประเทศจอร์เจีย ขั้นตอนของสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงอังการา และการจัดทำคำแปลสำหรับใช้ในประเทศไทย
First Choice Translation สามารถช่วยตรวจสอบเอกสารเบื้องต้น แนะนำแนวทางการแปล และช่วยเตรียมเอกสารสำหรับนำไปใช้งานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
หากมีทะเบียนสมรสจอร์เจียอยู่แล้ว แต่ไม่แน่ใจว่า ต้องรับรองที่ไหน ต้องใช้ Apostille หรือ Legalization ต้องแปลเป็นภาษาอะไร หรือเอกสารพร้อมนำมาใช้ในไทยหรือยัง สามารถส่งเอกสารให้ทีมงานตรวจสอบเบื้องต้นก่อนดำเนินการได้
ต้องการใช้ทะเบียนสมรสจอร์เจียในไทย?
ให้ First Choice Translation ช่วยตรวจสอบเอกสารและแนะนำขั้นตอนการแปลและรับรองก่อนดำเนินการ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากเอกสารไม่ครบ แปลผิดลำดับ หรือถูกหน่วยงานปลายทางส่งกลับมาแก้ไข
ติดต่อ First Choice Translation เพื่อประเมินเอกสารก่อนเริ่มขั้นตอนรับรอง
ติดต่อศูนย์แปลเอกสารเฟิสท์ชอยซ์ทรานสเลชัน
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือขอรับบริการกับศูนย์แปลเอกสาร เฟิสท์ชอยซ์ทรานสเลชันได้แล้ววันนี้ที่
LINE OFFICIAL ACCOUNT: https://page.line.me/fc2009?openQrModal=true หรือ
สำนักงานใหญ่ สะพานควาย จตุจักร
อาคารภูมิเดชา ชั้น 4 ซอยประดิพัทธ์ 10 ถ.ประดิพัทธ์ เเขวง/เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400
โทร. 082-3256236 , 065-3958392
https://goo.gl/maps/zUrGGGGWSrtMvjDa7
ศูนย์แปลเอกสารสาขาภูเก็ต ถ.ปฏิพัทธ์ เมืองภูเก็ต
เลขที่ 7/4 ถ.ปฏิพัทธ์ ต.ตลาตเหนือ อ.เมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต 83000
โทร. 086-3669255
https://goo.gl/maps/s21JAisaAnRPvxtHA





