สรุปประเด็นสำคัญของบทความ (Post Summary)
- การแปลและรับรองเอกสารสำคัญที่สุด: เอกสารราชการไทยต้องผ่านการแปลที่ถูกต้องและรับรองนิติกรณ์จากกรมการกงสุล เพื่อให้เป็นที่ยอมรับอย่างเป็นทางการในประเทศญี่ปุ่น
- ตรวจสอบเอกสารให้ครบถ้วนตามวัตถุประสงค์: เอกสารที่ต้องใช้จะแตกต่างกันไปตามวัตถุประสงค์ เช่น เรียนต่อ ทำงาน หรือสมรส ควรตรวจสอบกับหน่วยงานปลายทางให้แน่ชัด
- เลือกวิธีการแปลที่เหมาะสม: การใช้บริการศูนย์แปลมืออาชีพช่วยลดความเสี่ยงข้อผิดพลาดและประหยัดเวลาได้มากกว่าการแปลด้วยตนเอง ซึ่งอาจเกิดปัญหาความคลาดเคลื่อนของศัพท์เฉพาะทาง
เคยไหมครับ? ความฝันที่จะไปเรียนต่อ ทำงาน หรือใช้ชีวิตที่ประเทศญี่ปุ่นสว่างไสวอยู่ตรงหน้า แต่พอหันกลับมาเจอกับกองเอกสารราชการที่ต้องเตรียมแล้วถึงกับต้องกุมขมับ ความยุ่งยากซับซ้อน โดยเฉพาะเมื่อทุกอย่างต้อง “พูด” ภาษาญี่ปุ่นให้ได้ อาจทำให้หลายคนรู้สึกท้อตั้งแต่ยังไม่เริ่ม แต่ไม่ต้องกังวลไปครับ! บทความนี้จะเป็นเหมือน GPS นำทาง ที่จะพาคุณตะลุยทุกขั้นตอนการเตรียมเอกสารราชการไทยเพื่อแปลเป็นภาษาญี่ปุ่นอย่างละเอียด เจาะลึกทุกประเด็นสำคัญที่คุณต้องรู้
ทำไมเอกสารไทยต้อง “พูด” ภาษาญี่ปุ่นได้? ไขความลับการแปลและรับรองเอกสาร
ก่อนจะไปดูว่าต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง เรามาทำความเข้าใจหัวใจสำคัญของเรื่องนี้กันก่อน ทำไมเราแค่ยื่นเอกสารฉบับภาษาไทยไปตรงๆ ไม่ได้? คำตอบนั้นง่ายมากครับ มันคือเรื่องของ ความน่าเชื่อถือ และ การยอมรับอย่างเป็นทางการ
ความสำคัญของการแปล: กุญแจสู่ความน่าเชื่อถือในสายตาทางการญี่ปุ่น
ลองนึกภาพตามนะครับ เมื่อคุณนำเอกสารที่ออกโดยอำเภอหรือหน่วยงานราชการไทยไปยื่นต่อเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง, มหาวิทยาลัย, หรือบริษัทในญี่ปุ่น พวกเขาจะมั่นใจได้อย่างไรว่าเอกสารนั้นเป็นของจริงและมีเนื้อหาถูกต้อง? การแปลเอกสารโดยผู้เชี่ยวชาญจึงเปรียบเสมือน “ล่ามส่วนตัว” ที่ช่วยสื่อสารข้อมูลสำคัญในเอกสารของคุณให้ทางการญี่ปุ่นเข้าใจได้อย่างถูกต้องแม่นยำ ทุกคำศัพท์เฉพาะทาง ทุกความหมาย จะถูกถ่ายทอดอย่างไม่มีผิดเพี้ยน
“รับรองนิติกรณ์” คืออะไร? ตราประทับศักดิ์สิทธิ์จากกงสุล
นอกจากการแปลแล้ว อีกหนึ่งขั้นตอนที่ขาดไม่ได้เลยคือ การรับรองนิติกรณ์เอกสาร (Legalization) จากกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศของไทย หรือที่เราเรียกกันติดปากว่า “รับรองกงสุล” นั่นเอง กระบวนการนี้คือการที่หน่วยงานรัฐบาลไทยทำการตรวจสอบและประทับตรารับรองว่าลายมือชื่อและตำแหน่งของเจ้าหน้าที่ที่ลงนามในเอกสารราชการนั้นๆ เป็นของจริง ตราประทับนี้เปรียบเสมือนการการันตีขั้นสูงสุด ทำให้เอกสารของคุณมีสถานะเป็นที่ยอมรับในระดับสากล และสามารถนำไปใช้ในประเทศญี่ปุ่นได้อย่างเต็มภาคภูมิ
เช็กลิสต์เอกสารราชการไทยที่ต้องแปลญี่ปุ่น (อัปเดตล่าสุด)
เอาล่ะ! มาถึงส่วนที่ทุกคนรอคอย เรามาดูกันว่าเอกสารประเภทไหนบ้างที่มักถูกเรียกหาให้แปลเป็นภาษาญี่ปุ่นหรือภาษาอังกฤษเพื่อนำไปใช้งาน
หมวดเอกสารยืนยันตัวตนและครอบครัว (เอกสารทะเบียนราษฎร)
เอกสารกลุ่มนี้คือพื้นฐานที่สุดในการบอกว่า “คุณคือใคร” และมีความสัมพันธ์ทางครอบครัวอย่างไร
เอกสารพื้นฐานที่ขาดไม่ได้
- สูติบัตร หรือ ทะเบียนคนเกิด (Birth Certificate): เอกสารชิ้นแรกในชีวิตที่ยืนยันตัวตน วันเดือนปีเกิด และข้อมูลบิดามารดา
- ทะเบียนบ้าน (House Registration – ทร.14): ใช้ยืนยันที่อยู่ปัจจุบันและสถานะความเป็นพลเมือง
- บัตรประจำตัวประชาชน (ID Card): หลักฐานแสดงตนที่สำคัญที่สุด
- แบบรับรองรายการทะเบียนราษฎร (ทร.14/1): เอกสารสำคัญที่มักถูกขอเป็นพิเศษในการสมัครเรียนต่อ สามารถขอคัดฉบับจริงเป็นภาษาอังกฤษได้เลยจากที่ว่าการอำเภอหรือสำนักงานเขต
เอกสารเปลี่ยนสถานะ
- ใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล (Certificate of Name/Surname Change): จำเป็นอย่างยิ่งหากชื่อในเอกสารต่างๆ ไม่ตรงกัน
- ทะเบียนสมรส (Marriage Certificate – คร.2) และ ใบสำคัญการสมรส (คร.3): หลักฐานยืนยันสถานภาพการสมรส ใช้ในการขอวีซ่าคู่สมรส หรือจดทะเบียนสมรสกับชาวญี่ปุ่น
- ทะเบียนหย่า (Divorce Certificate – คร.6) และ ใบสำคัญการหย่า (คร.7): ใช้ยืนยันการสิ้นสุดสถานภาพสมรส
- หนังสือรับรองความเป็นโสด (Certificate of Single Status): เพื่อยืนยันว่าคุณไม่ได้อยู่ในสถานภาพสมรส ณ ปัจจุบัน
- ทะเบียนรับรองบุตร หรือ หนังสือรับรองบุตรบุญธรรม (Child Adoption Certificate): เพื่อยืนยันความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับบุตร
หมวดเอกสารเพื่อการเรียนต่อและทำงานในญี่ปุ่น
สำหรับใครที่วางแผนไปศึกษาต่อหรือทำงาน เอกสารกลุ่มนี้ต้องเตรียมให้พร้อมและเป๊ะที่สุด
สำหรับนักเรียน: วุฒิการศึกษาและหลักฐานการเรียนภาษา
- หลักฐานการศึกษาสูงสุด: โดยส่วนใหญ่สถาบันที่ญี่ปุ่นจะยอมรับ วุฒิการศึกษาและใบแสดงผลการเรียน (Transcript) ฉบับจริงที่เป็นภาษาอังกฤษ ที่ออกโดยมหาวิทยาลัยหรือโรงเรียนของคุณ
- หนังสือรับรองการเรียนภาษาญี่ปุ่น: หากสมัครเรียนภาษา ต้องมีเอกสารระบุชั่วโมงเรียน (ขั้นต่ำ 150 ชั่วโมง) และรายละเอียดคอร์สเรียน
- หนังสือเดินทาง (Passport): สำเนาทั้งเล่มปัจจุบันและเล่มเก่า (ถ้ามี) โดยเฉพาะหน้าที่มีตราประทับเข้า-ออกญี่ปุ่น
สำหรับคนทำงาน: หนังสือรับรองการทำงานและเอกสารเฉพาะทาง
- หนังสือรับรองการทำงาน: ต้องระบุตำแหน่ง, ระยะเวลาการทำงาน, และอัตราเงินเดือน โดยส่วนมากจะใช้ฉบับภาษาอังกฤษที่ออกจากบริษัทโดยตรง
- เอกสารอื่นๆ: อาจรวมถึงใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ หรือเอกสารแสดงทักษะเฉพาะทาง ซึ่งต้องตรวจสอบกับนายจ้างที่ญี่ปุ่นโดยตรง
หมวดเอกสารการเงิน: พิสูจน์ความพร้อมสำหรับชีวิตในญี่ปุ่น
นี่คือส่วนที่พิสูจน์ให้ทางการญี่ปุ่นเห็นว่าคุณมีความสามารถในการรับผิดชอบค่าใช้จ่ายของตัวเองได้
เอกสารของผู้ค้ำประกัน (Guarantor) ที่ต้องเป๊ะ!
สำหรับวีซ่านักเรียน ผู้ค้ำประกัน (โดยมากคือผู้ปกครอง) ต้องเตรียมเอกสารสำคัญดังนี้:
- หลักฐานแสดงรายได้: เช่น หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) หรือแบบแสดงรายการภาษีเงินได้ (ภ.ง.ด. 90/91)
- หนังสือรับรองเงินฝากธนาคาร (Bank Statement): ต้องเป็น ฉบับภาษาอังกฤษ ที่ออกโดยธนาคาร ระบุยอดเงินคงเหลือล่าสุดเป็นสกุลเงินบาท
- สมุดบัญชีเงินฝาก: สำเนาทุกหน้าย้อนหลังอย่างน้อย 6 เดือน
เจาะลึกกระบวนการรับรองเอกสาร: จากไทยสู่ญี่ปุ่น ต้องทำอะไรบ้าง?
เมื่อเตรียมเอกสารต้นฉบับครบแล้ว เส้นทางต่อไปคือการทำให้เอกสารเหล่านั้นใช้งานได้จริงในญี่ปุ่น ซึ่งมีขั้นตอนสำคัญอยู่ 2 ขั้นตอน
Step 1: แปลเอกสาร – เลือกทางไหนดีระหว่าง “แปลเอง” กับ “จ้างมือโปร”?
นี่คือทางแยกสำคัญที่คุณต้องตัดสินใจ
ความท้าทายของการแปลเอกสารราชการด้วยตัวเอง
แม้กรมการกงสุลจะมีตัวอย่างคำแปลภาษาอังกฤษให้ดูเป็นแนวทาง แต่การแปลเอกสารราชการไม่ใช่แค่การแปลคำต่อคำ มันคือการทำความเข้าใจ “สำนวนกฎหมาย” และ “ศัพท์เฉพาะทาง” หากคุณใส่ชื่อหน่วยงานผิด, แปลตำแหน่งข้าราชการคลาดเคลื่อน, หรือแม้แต่สะกดคำนำหน้าชื่อผิดพลาด เอกสารของคุณอาจถูกปฏิเสธทันที ซึ่งหมายถึงการเสียทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายในการกลับไปแก้ไขใหม่
ข้อดีของการใช้บริการศูนย์แปลภาษาที่เชี่ยวชาญ
การเลือกใช้บริการศูนย์แปลที่มีประสบการณ์ด้านเอกสารไทย-ญี่ปุ่นโดยตรง จะช่วยลดความเสี่ยงเหล่านี้ไปได้มาก พวกเขามีความเข้าใจในรูปแบบและศัพท์เฉพาะที่ทางการญี่ปุ่นยอมรับ ทำให้เอกสารของคุณผ่านการตรวจสอบได้อย่างราบรื่น ช่วยให้คุณประหยัดเวลาและสบายใจกว่ากันเยอะครับ
Step 2: ยื่นขอรับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล (DCA)
หลังจากได้เอกสารฉบับแปลมาแล้ว ก็ถึงเวลาไปขอ “ตราประทับศักดิ์สิทธิ์” ที่กรมการกงสุล
ต้องเตรียมอะไรไปบ้าง? (เอกสารและการจองคิว)
- จองคิวออนไลน์: ปัจจุบันต้องทำการจองคิวผ่านระบบออนไลน์ของกรมการกงสุลล่วงหน้าเท่านั้น
- บัตรประจำตัวประชาชนตัวจริง ของเจ้าของเอกสาร
- เอกสารฉบับจริง ที่ต้องการให้รับรอง
- สำเนาเอกสารฉบับภาษาไทย
- เอกสารฉบับแปล ที่เตรียมมาเรียบร้อยแล้ว
ข้อควรระวัง: หากหน่วยงานปลายทางที่ญี่ปุ่นระบุว่าต้องการเอกสารแปลเป็น “ภาษาญี่ปุ่น” เท่านั้น คุณต้องตรวจสอบให้แน่ใจ เพราะโดยหลักการแล้ว กรมการกงสุลไทยจะรับรองเอกสารแปลภาษาอังกฤษเป็นหลัก สถานทูตญี่ปุ่นในไทยจะรับรองเอกสารที่ผ่านการรับรองจากกงสุลไทยมาก่อนแล้วเท่านั้น กรณีเช่นนี้ การปรึกษาศูนย์แปลที่มีประสบการณ์จะช่วยหาทางออกที่ดีที่สุดให้คุณได้
สรุป: เตรียมเอกสารให้พร้อม คือก้าวแรกสู่ความสำเร็จในญี่ปุ่น
การเตรียมเอกสารราชการเพื่อไปใช้ที่ญี่ปุ่นอาจดูเหมือนเป็นเรื่องใหญ่และซับซ้อน แต่หากเราเข้าใจขั้นตอนและเตรียมตัวอย่างเป็นระบบ ก็ไม่ใช่เรื่องที่ยากเกินไปเลยครับ หัวใจสำคัญคือ ความถูกต้อง และ ความครบถ้วน ของเอกสาร ตั้งแต่การเลือกแปลให้ถูกภาษา ไปจนถึงการขอรับรองนิติกรณ์ให้ถูกต้องตามขั้นตอน การลงทุนกับการแปลเอกสารที่มีคุณภาพเปรียบเสมือนการสร้างรากฐานที่มั่นคง ช่วยให้การยื่นขอวีซ่า, การสมัครเรียน, หรือการดำเนินเรื่องต่างๆ ในญี่ปุ่นเป็นไปอย่างราบรื่นไร้กังวล ขอให้การเดินทางสู่ดินแดนอาทิตย์อุทัยของคุณเริ่มต้นอย่างสวยงามนะครับ!
คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
- การรับรองเอกสารที่กรมการกงสุลมีอายุนานเท่าไหร่? ตราประทับรับรองของกรมการกงสุลไม่มีวันหมดอายุครับ แต่เอกสารทางการเงินหรือเอกสารที่ใช้ยื่นขอวีซ่าบางประเภท (เช่น หนังสือรับรองเงินฝาก) หน่วยงานปลายทางมักกำหนดให้ออกมาแล้วไม่เกิน 3 เดือน
- ถ้าชื่อในหนังสือเดินทางไม่ตรงกับในสูติบัตร ควรทำอย่างไร? คุณต้องนำใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล (ถ้ามี) ไปแปลและรับรองนิติกรณ์พร้อมกัน เพื่อใช้เป็นเอกสารยืนยันว่าบุคคลในเอกสารทั้งสองฉบับคือคนเดียวกัน
- เอกสารราชการไทยทุกชนิดสามารถขอคัดเป็นภาษาอังกฤษจากอำเภอได้เลยหรือไม่? ไม่ใช่ทุกชนิดครับ แต่มีเอกสารทะเบียนราษฎรหลายประเภท เช่น สูติบัตร, ทะเบียนสมรส, ทะเบียนบ้าน ที่ปัจจุบันสามารถขอคัดเป็นฉบับภาษาอังกฤษจากที่ว่าการอำเภอหรือสำนักงานเขตได้ ซึ่งจะสะดวกและลดขั้นตอนการแปลไปได้มาก
- จำเป็นต้องแปลเอกสารเป็นภาษาญี่ปุ่นเสมอไปหรือไม่? ไม่เสมอไปครับ ส่วนใหญ่แล้วการแปลเป็นภาษาอังกฤษและผ่านการรับรองจากกงสุลไทยก็เพียงพอ แต่ทั้งนี้ต้องตรวจสอบกับหน่วยงานปลายทางที่ญี่ปุ่นเป็นกรณีๆ ไป หากเขาระบุว่าต้องใช้ภาษาญี่ปุ่นเท่านั้น ก็จำเป็นต้องทำตามข้อกำหนดนั้น
- หากยื่นเอกสารแบบเร่งด่วนที่กงสุล แล้วพบว่าแปลผิด ต้องทำอย่างไร? เจ้าหน้าที่จะแจ้งให้คุณกลับไปแก้ไขคำแปลและนำกลับมายื่นใหม่ภายในวันเดียวกัน (โดยมากคือก่อน 14:00 น.) หากแก้ไขไม่ทัน คุณอาจไม่ได้รับเอกสารคืนตามกำหนดการแบบเร่งด่วน
เนื้อหาอ้างอิง (References)
- กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ: https://consular.mfa.go.th/
- สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย: https://www.th.emb-japan.go.jp/itprtop_th/index.html
** ข้อมูลในบทความนี้อาจไม่เป็นปัจจุบัน หรือมีความคลาดเคลื่อนได้ โปรดตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมกับแหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพื่อความถูกต้อง**
บทความแนะนำ:
- ศูนย์แปลเอกสาร-รับแปลภาษา ใกล้คุณ
- ศูนย์บริการรับแปลสัญญา/ แปลเอกสารกฎหมาย
- บริษัทรับแปลเอกสารรับรองเอกสารกงสุล ใกล้คุณ
- ศูนย์บริการแปลเอกสารรับรองเอกสารโนตารี ใกล้คุณ
- รับแปลเอกสารทุกจังหวัด
ทำไมต้องเลือก FirstChoice Translation เป็นผู้ดูแลเอกสารสำคัญของคุณ?
เพราะเราไม่ได้แค่ “แปล” เอกสาร แต่เรา “ส่งมอบความสำเร็จ” ในทุกขั้นตอนสำคัญของคุณ
การเตรียมเอกสารราชการที่ซับซ้อนและเต็มไปด้วยศัพท์เฉพาะทาง ไม่ว่าจะเป็นการยื่นขอวีซ่า, สมัครเรียนต่อ, จดทะเบียนสมรส หรือทำธุรกรรมในต่างประเทศ อาจเป็นเรื่องที่น่าปวดหัวและเต็มไปด้วยความเสี่ยง หากเกิดข้อผิดพลาดเพียงเล็กน้อย นั่นหมายถึงการเสียทั้งเวลาและโอกาสอันมีค่าของคุณไป
ที่ FirstChoice Translation เราเข้าใจปัญหานี้อย่างลึกซึ้ง เราจึงสร้างบริการที่ตอบโจทย์มากกว่าแค่การแปลภาษา นี่คือเหตุผลที่ลูกค้ามากมายไว้วางใจให้เราเป็นตัวเลือกแรก:
1. ความแม่นยำและความเชี่ยวชาญที่เหนือกว่า เอกสารราชการไม่ใช่การแปลนิยาย แต่คือการสื่อสารข้อเท็จจริงที่ต้องถูกต้อง 100%
- ทีมงานผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง: เรามีนักแปลที่มีความชำนาญในการแปลเอกสารราชการโดยตรง เข้าใจศัพท์กฎหมาย ศัพท์เฉพาะทาง และรูปแบบที่หน่วยงานราชการทั่วโลกยอมรับ
- ถูกต้องตามต้นฉบับ: ทุกคำแปลจะถูกตรวจสอบความถูกต้องเทียบกับต้นฉบับอย่างละเอียด เพื่อให้มั่นใจว่าเนื้อหาครบถ้วนและเป็นที่ยอมรับ
- รับประกันคุณภาพ: เรามีกระบวนการตรวจสอบคุณภาพ (Quality Control) ซ้ำอีกชั้นก่อนส่งมอบงานให้คุณเสมอ
2. บริการครบวงจร จบในที่เดียว (One-Stop Service) เราเข้าใจว่าเวลาของคุณมีค่า คุณจึงไม่ต้องเสียเวลาวิ่งวุ่นไปหลายที่
- แปลเอกสาร: รองรับการแปลเอกสารราชการทุกประเภทสู่หลากหลายภาษาทั่วโลก
- ยื่นรับรองนิติกรณ์: เราดำเนินเรื่องยื่นรับรองเอกสารที่ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ให้คุณทั้งหมด
- ยื่นรับรองที่สถานทูต: หากจำเป็นต้องมีการรับรองจากสถานทูตของประเทศปลายทาง เราก็พร้อมดำเนินการต่อให้ทันที
3. ประหยัดเวลาและลดความยุ่งยากอย่างเห็นได้ชัด ปล่อยเรื่องปวดหัวให้เป็นหน้าที่ของเรา แล้วเอาเวลาอันมีค่าของคุณไปโฟกัสกับเรื่องที่สำคัญกว่า
- ลดความเสี่ยงถูกปฏิเสธ: ด้วยประสบการณ์ของเรา คุณไม่ต้องเสี่ยงกับการแปลผิดพลาดที่อาจทำให้เอกสารถูกตีกลับและต้องเริ่มกระบวนการใหม่ทั้งหมด
- ขั้นตอนที่รวดเร็ว: เรามีความเข้าใจในกระบวนการของหน่วยงานราชการ ทำให้สามารถดำเนินเรื่องได้อย่างราบรื่นและรวดเร็วกว่าการดำเนินการด้วยตนเอง
4. ให้คำปรึกษาและบริการด้วยใจเสมือนเป็นผู้ช่วยส่วนตัว เราเชื่อว่าเบื้องหลังทุกเอกสารคือความฝันและเป้าหมายที่สำคัญ
- พร้อมให้คำแนะนำ: ไม่แน่ใจว่าต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง? หรือต้องรับรองประเภทไหน? ทีมงานของเราพร้อมให้คำปรึกษาฟรี! เพื่อให้คุณเตรียมเอกสารได้อย่างถูกต้องตั้งแต่แรก
- อัปเดตทุกสถานะ: คุณจะทราบความคืบหน้าของเอกสารในทุกขั้นตอนอย่างชัดเจน
เมื่อคุณเลือก FirstChoice Translation สิ่งที่คุณจะได้รับคือ:
- ✅ ความสบายใจ: เอกสารของคุณอยู่ในมือของผู้เชี่ยวชาญ
- ✅ ความมั่นใจ: คำแปลถูกต้อง เป็นที่ยอมรับ ใช้งานได้จริง
- ✅ ความสะดวกสบาย: บริการครบวงจร ไม่ต้องดำเนินการเองให้วุ่นวาย
- ✅ ความรวดเร็ว: ได้รับเอกสารที่พร้อมใช้งานตามกำหนดเวลา
อย่าปล่อยให้เรื่องเอกสารมาเป็นอุปสรรคขัดขวางเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ของคุณ
ติดต่อเราเพื่อประเมินราคาและรับคำปรึกษาฟรีก่อนได้เลยวันนี้! FirstChoice Translation พร้อมเป็นสะพานเชื่อมโยงคุณสู่ความสำเร็จในระดับสากล
ติดต่อศูนย์แปลเอกสารเฟิสท์ชอยซ์ทรานสเลชัน
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือขอรับบริการกับศูนย์แปลเอกสาร เฟิสท์ชอยซ์ทรานสเลชันได้แล้ววันนี้ที่
LINE OFFICIAL ACCOUNT: https://page.line.me/fc2009?openQrModal=true หรือ
สำนักงานใหญ่ สะพานควาย จตุจักร
อาคารภูมิเดชา ชั้น 4 ซอยประดิพัทธ์ 10 ถ.ประดิพัทธ์ เเขวง/เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400
โทร. 082-3256236 , 065-3958392
https://goo.gl/maps/zUrGGGGWSrtMvjDa7
ศูนย์แปลเอกสารสาขาภูเก็ต ถ.ปฏิพัทธ์ เมืองภูเก็ต
เลขที่ 7/4 ถ.ปฏิพัทธ์ ต.ตลาตเหนือ อ.เมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต 83000
โทร. 086-3669255
https://goo.gl/maps/s21JAisaAnRPvxtHA






