การนำ หนังสือรับรองบริษัท หรือ หนังสือรับรองนิติบุคคลไทย ไปใช้ในต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการเปิดบัญชีบริษัท ทำสัญญากับคู่ค้าต่างประเทศ สมัครตัวแทนจำหน่าย ยื่นเอกสารกับธนาคาร จดทะเบียนสาขา หรือใช้ประกอบธุรกรรมระหว่างประเทศ ไม่ได้หมายความว่าเอกสารแปลเป็นภาษาอังกฤษแล้วจะใช้ยื่นได้เลย แต่ต้องตรวจสอบให้แน่ชัดว่าเอกสารที่ปลายทางต้องการคือเอกสารประเภทไหน เช่น หนังสือรับรองบริษัทภาษาไทยที่ต้องแปล หนังสือรับรองนิติบุคคลภาษาอังกฤษจาก DBD เอกสารที่ต้องรับรองกงสุล หรือเอกสารที่ต้องนำไปรับรองสถานทูตประเทศปลายทางเพิ่มเติม
ดังนั้น ก่อนเริ่มแปลหนังสือรับรองบริษัท ควรตรวจสอบให้ชัดเจน โดยเน้น 3 เรื่องสำคัญ ได้แก่ นำเอกสารไปใช้ที่ประเทศไหน จะใช้กับหน่วยงานใด และปลายทางต้องการรูปแบบการรับรองแบบใด แต่หากต้องการเข้าใจภาพรวมของการนำเอกสารไทยไปใช้ต่างประเทศ แนะนำให้อ่านบทความ เอกสารไทยใช้ต่างประเทศ ต้องทำอย่างไร เพื่อดูโครงสร้างขั้นตอนทั้งหมดก่อนเริ่มดำเนินการ
1. หนังสือรับรองบริษัทคืออะไร และใช้ในต่างประเทศกรณีไหนบ้าง
หนังสือรับรองบริษัท หรือหนังสือรับรองนิติบุคคล เป็นเอกสารที่ออกโดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือ DBD เพื่อใช้ยืนยันข้อมูลสำคัญของบริษัท เช่น ชื่อบริษัท เลขทะเบียนนิติบุคคล ที่ตั้งสำนักงาน กรรมการผู้มีอำนาจลงนาม ทุนจดทะเบียน และวัตถุประสงค์ของบริษัท
การใช้หนังสือรับรองบริษัทในไทย มักใช้ในกรณีประกอบการเปิดบัญชีธนาคาร การยื่นภาษี การทำธุรกรรมกับหน่วยงานราชการ การทำสัญญา หรือการยื่นประกอบธุรกิจบางประเภท แต่หากจะนำไปใช้ในต่างประเทศ จะมีความซับซ้อนมากขึ้น โดยเฉพาะขั้นตอนของการแปลและรับรองเอกสาร เพราะหน่วยงานปลายทางไม่สามารถอ่านภาษาไทยได้ และบางครั้งอาจต้องการหลักฐานว่าเอกสารฉบับนั้นออกจากหน่วยงานไทยจริง และคำแปลตรงกับต้นฉบับจริง
ซึ่งกรณีที่พบบ่อยเมื่อนำหนังสือรับรองบริษัทไปใช้ต่างประเทศ ได้แก่
- ใช้เปิดบัญชีบริษัทในต่างประเทศ
- ใช้ยื่นต่อธนาคารต่างประเทศ
- ใช้ประกอบการทำสัญญากับคู่ค้าต่างประเทศ
- ใช้สมัครตัวแทนจำหน่ายหรือ distributor
- ใช้ยื่นกับหน่วยงานราชการต่างประเทศ
- ใช้ประกอบการจดทะเบียนสาขาหรือสำนักงานตัวแทน
- ใช้ยื่นกับสถานทูตหรือหน่วยงานตรวจคนเข้าเมือง
- ใช้ประกอบการขอวีซ่าธุรกิจหรือ work permit
- ใช้แนบกับสัญญาแต่งตั้งกรรมการ ผู้ถือหุ้น หรือเอกสารอำนาจลงนาม
สำหรับบริษัทที่ต้องใช้เอกสารนิติบุคคลหลายชุด ให้วางชุดเอกสารให้ตรงกัน และแยกให้ชัดว่าเอกสารใดต้องแปล เอกสารใดต้องรับรอง และเอกสารใดต้องใช้ตัวจริงหรือสำเนา เพื่อความรวดเร็วในการดำเนินงาน
2. ก่อนแปลหนังสือรับรองบริษัท ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง
ก่อนนำหนังสือรับรองบริษัทไปแปล สิ่งสำคัญคือ ควรเตรียมข้อมูลและเอกสารให้ครบ เพราะหากเตรียมเอกสารผิด หรือใช้เอกสารที่ปลายทางไม่รับ อาจต้องคัดใหม่ แปลใหม่ หรือรับรองใหม่ทั้งหมด ซึ่งทำให้เสียเวลามาก

2.1 หนังสือรับรองบริษัทฉบับล่าสุด
เอกสารหลักที่ต้องใช้คือ หนังสือรับรองบริษัทที่ออกโดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือ DBD ควรเป็นฉบับล่าสุด เพื่อให้ข้อมูลกรรมการ วัตถุประสงค์บริษัท และสถานะนิติบุคคลตรงกับปัจจุบัน นอกจากนี้หลายหน่วยงานจะกำหนดอายุเอกสารไม่เกิน 3–6 เดือน หากใช้เอกสารฉบับเก่า อาจถูกตีกลับหรือขอเอกสารใหม่เพิ่มเติมได้

2.2 เอกสารบริษัทประกอบอื่น ๆ
บางประเทศหรือบางหน่วยงาน อาจไม่ได้ใช้แค่หนังสือรับรองบริษัทเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีเอกสารเพิ่มเติมด้วย เพื่อยืนยันข้อมูลทางธุรกิจและโครงสร้างบริษัท เช่น
- บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น หรือ บอจ.5
- หนังสือบริคณห์สนธิ
- รายงานการประชุมบริษัท
- หนังสือมอบอำนาจบริษัท
- ภ.พ.20 หรือใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
- สำเนาบัตรประชาชนหรือพาสปอร์ตของกรรมการ
- ใบอนุญาตประกอบธุรกิจเฉพาะด้าน
- เอกสารแต่งตั้งผู้มีอำนาจลงนาม
หากมีหลายเอกสาร ควรแปลด้วยกันทั้งหมด เพื่อจัดรูปแบบคำศัพท์และชื่อบริษัทให้ตรงกันทั้งชุด จะช่วยลดปัญหาตอนยื่นงานจริงได้
2.3 ประเทศปลายทางและหน่วยงานที่จะยื่น
แต่ละประเทศมีรูปแบบภาษา คำศัพท์ทางกฎหมาย และขั้นตอนรับรองเอกสารต่างกัน บางประเทศใช้ภาษาอังกฤษทั่วไป แต่บางแห่งต้องใช้ภาษาท้องถิ่น หรือมีรูปแบบรับรองเฉพาะ ดังนั้น การแปลหนังสือรับรองต้องรู้ก่อนว่า “ใช้ที่ประเทศไหน” และ “ใช้กับใคร” ถึงจะนำไปใช้ปลายทางได้อย่างถูกต้อง
หากยังไม่แน่ใจว่าควรแปลก่อนหรือรับรองก่อน แนะนำให้อ่านบทความ แปลเอกสารก่อนหรือรับรองก่อน เพื่อเข้าใจลำดับงานเอกสารก่อนเริ่มดำเนินการ
3. ใช้หนังสือรับรองนิติบุคคลภาษาอังกฤษจาก DBD แทนการแปลได้ไหม
หลายกรณีสามารถใช้หนังสือรับรองนิติบุคคลภาษาอังกฤษจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือ DBD แทนการแปลได้ โดยเฉพาะงานที่ใช้ยื่นกับบริษัทเอกชน ธนาคาร หรือหน่วยงานต่างประเทศที่รับเอกสารภาษาอังกฤษอยู่แล้ว ช่วยลดเวลาและค่าใช้จ่ายในการแปลเอกสารได้พอสมควร
อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกประเทศหรือทุกหน่วยงานจะยอมรับ เพราะบางแห่งกำหนดชัดว่าต้องเป็น “คำแปลรับรอง” จากนักแปลหรือบริษัทแปลเอกสาร และบางกรณีต้องนำไปรับรองกงสุลเพิ่มเติมด้วย
ตัวอย่างเช่น หากใช้เพียงหนังสือรับรองนิติบุคคลภาษาอังกฤษเพื่อให้คู่ค้าตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น ในบางกรณีอาจไม่ต้องทำอะไรแล้ว แต่หากใช้ยื่นธนาคาร หน่วยงานราชการ หรือสถานทูต ปลายทางอาจขอรับรองเอกสารเพิ่มเติม
นอกจากนี้ หากเอกสารแนบอื่น เช่น บอจ.5 รายงานประชุม หนังสือมอบอำนาจ หรือเอกสารกรรมการ เป็นภาษาไทย ก็ต้องแปลเอกสารเหล่านั้นไปด้วยเพื่อให้เป็นชุดเดียวกัน
บริบทนี้คล้ายกับเอกสารราชการไทยบางประเภทที่สามารถขอเป็นภาษาอังกฤษจากหน่วยงานรัฐได้ แต่ยังต้องเช็กเงื่อนไขการรับรองก่อนใช้งานจริง อ่านต่อได้ที่ ขอเอกสารราชการเป็นภาษาอังกฤษได้เลย ไม่ต้องแปล
4. รูปแบบการรับรองที่ปลายทางต้องการ
ก่อนแปลหนังสือรับรองบริษัท ควรตรวจสอบให้ชัดเจนว่าหน่วยงานปลายทางต้องการ “รูปแบบการรับรองเอกสาร” แบบไหน เพราะแต่ละประเทศและแต่ละหน่วยงานใช้มาตรฐานไม่เหมือนกัน หากเตรียมผิด อาจต้องแปลใหม่หรือกลับมารับรองเอกสารเพิ่ม ทำให้เสียเวลาและค่าใช้จ่ายโดยไม่จำเป็น สำหรับรูปแบบที่พบบ่อย มีดังนี้
- แปลพร้อมรับรองคำแปล
- แปลพร้อมรับรองกงสุล
- แปล รับรองกงสุล และรับรองสถานทูต
- รับรองสำเนาเอกสารบริษัท
- รับรองโดย Notarial Services Attorney
- ใช้หนังสือรับรองนิติบุคคลภาษาอังกฤษจาก DBD
- ใช้เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ที่ตรวจสอบลายเซ็นดิจิทัลได้
กรมการกงสุลมีบริการรับรองนิติกรณ์เอกสาร และระบุช่องทางการจองคิว/ขั้นตอนรับรองเอกสารบนเว็บไซต์ของกรมการกงสุลโดยตรง ดังนั้นก่อนส่งเอกสารควรตรวจว่าปลายทางต้องการรับรอง “เอกสารต้นฉบับ” หรือ “คำแปล” หรือทั้งสองส่วน
5. ขั้นตอนการแปลและรับรองหนังสือรับรองบริษัทเพื่อใช้ต่างประเทศ
การแปลและรับรองหนังสือบริษัทเพื่อใช้ในต่างประเทศ มีขั้นตอนที่ต้องดำเนินการ ดังนี้
5.1 ตรวจเอกสารต้นฉบับก่อนแปล
ก่อนเริ่มแปล ควรตรวจสอบว่าหนังสือรับรองบริษัทเป็นฉบับล่าสุด และข้อมูลทุกอย่างตรงกับเอกสารอื่นของบริษัท เช่น ชื่อกรรมการ ที่อยู่บริษัท และเลขทะเบียนนิติบุคคล เพราะหากข้อมูลไม่ตรงกัน อาจต้องแก้ไขและเสียเวลายื่นใหม่หากเป็นเอกสารที่ออกจากระบบออนไลน์ ควรตรวจว่าไฟล์สมบูรณ์ อ่านได้ชัด และสามารถใช้ยื่นกับปลายทางได้ตามรูปแบบที่กำหนด
5.2 แปลโดยนักแปลที่ผ่านการอบรมแปลเอกสารราชการ
ขั้นตอนต่อมาคือ การแปลเอกสารเป็นภาษาที่ประเทศปลายทางกำหนด ส่วนใหญ่จะใช้ภาษาอังกฤษ แต่บางประเทศอาจต้องใช้ภาษาท้องถิ่นเพิ่มเติม โดยการแปลหนังสือรับรองบริษัทนั้น มักมีศัพท์เฉพาะที่ต้องใช้ให้สอดคล้องกับรูปแบบเอกสารธุรกิจสากล เช่น
- กรรมการผู้มีอำนาจลงนาม
- ทุนจดทะเบียน
- วัตถุประสงค์บริษัท
- สำนักงานใหญ่
- สาขา
- ข้อจำกัดอำนาจกรรมการ
- ประเภทกิจการ
- เลขทะเบียนนิติบุคคล
การแปลแบบตรงตัวเกินไปอาจทำให้ความหมายผิด โดยเฉพาะส่วนอำนาจกรรมการ เช่น กรรมการต้องลงนามร่วมกันกี่คน ต้องประทับตราบริษัทหรือไม่ หรือมีเงื่อนไขอื่นที่ต้องการไหม
หากต้องการอ่านแนวทางเกี่ยวกับการเลือกผู้แปลเอกสารธุรกิจ สามารถดูต่อที่บทความ บริษัทรับแปลเอกสารภาษาอังกฤษมืออาชีพ เพื่อช่วยประเมินว่าควรเลือกผู้ให้บริการแบบใด
5.3 รับรองคำแปล
หลังแปลเสร็จ ควรมีการรับรองคำแปลโดยศูนย์แปลหรือนักแปลที่รับผิดชอบงาน เพื่อยืนยันว่าคำแปลถูกต้องตรงกับต้นฉบับ
ซึ่งการรับรองคำแปลสำคัญมากในกรณีที่ใช้กับธนาคาร คู่ค้าต่างประเทศ หน่วยงานราชการ หรือการยื่นเอกสารทางธุรกิจ เพราะปลายทางต้องการความมั่นใจว่าเอกสารภาษาอังกฤษไม่ได้ถูกแปลโดยบุคคลทั่วไปแบบไม่มีผู้รับผิดชอบ
5.4 ยื่นรับรองกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ
เมื่อแปลเสร็จแล้ว หลายกรณีจะต้องนำเอกสารไปรับรองเพิ่มเติม เพื่อยืนยันว่าเอกสารและคำแปลสามารถใช้งานต่างประเทศได้จริง โดยขั้นตอนที่พบได้บ่อยคือการรับรองที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ
สำหรับภาพรวมขั้นตอนแบบเข้าใจง่าย สามารถอ่านเพิ่มเติมได้่ที่ แปลเอกสาร + รับรองกงสุล สเต็ปง่าย ๆ เพื่อดูว่าการแปลและรับรองกงสุลสัมพันธ์กันอย่างไร
5.5 รับรองสถานทูตประเทศปลายทาง หากจำเป็น
บางประเทศอาจกำหนดให้เอกสารที่ผ่านกงสุลไทยแล้ว ต้องนำไปรับรองต่อที่สถานทูตประเทศปลายทางในไทยก่อนจึงจะใช้งานได้จริง เคสนี้พบได้ในงานเอกสารธุรกิจระหว่างประเทศบางประเภท เช่น เอกสารสำหรับตะวันออกกลาง เอกสารเปิดสาขา เอกสารแต่งตั้งตัวแทน หรือเอกสารยื่นหน่วยงานรัฐของประเทศปลายทาง
ไม่ควรสรุปเองว่ารับรองกงสุลแล้วใช้ได้ทุกประเทศ เพราะเงื่อนไขของปลายทางเป็นตัวกำหนดขั้นสุดท้าย
6. ทำไมหนังสือรับรองบริษัทต้องแปลและรับรองก่อนใช้ต่างประเทศ
หลายคนเข้าใจว่า ถ้ามีหนังสือรับรองบริษัทตัวจริงแล้ว สามารถส่งให้คู่ค้าต่างประเทศได้ทันที แต่ความจริงแล้ว เอกสารภาษาไทยไม่สามารถใช้ได้ หากปลายทางไม่มีความเข้าใจภาษาไทย หรือไม่สามารถตรวจสอบสถานะของบริษัทไทยได้
กรณีที่ต้องนำหนังสือรับรองบริษัทไปรับรองกงสุล ได้แก่
- ใช้เปิดบัญชีบริษัทต่างประเทศ
- ใช้จดทะเบียนสาขาหรือสำนักงานตัวแทน
- ใช้ยื่นหน่วยงานราชการต่างประเทศ
- ใช้ประกอบสัญญาธุรกิจระหว่างประเทศ
- ใช้กับเอกสารมอบอำนาจบริษัท
- ใช้ประกอบการแต่งตั้งตัวแทนจำหน่าย
- ใช้ยื่นสถานทูตหรือหน่วยงานตรวจคนเข้าเมือง
เอกสารบริษัทมีรายละเอียดเฉพาะมากกว่าเอกสารบุคคลทั่วไป เพราะเกี่ยวข้องกับผู้มีอำนาจลงนาม ตราประทับบริษัท และเอกสารประกอบหลายชุด หากต้องการดูประเด็นเฉพาะของงานเอกสารบริษัท สามารถอ่านบทความ รับรองกงสุลสำหรับเอกสารบริษัท

7. ข้อผิดพลาดที่ทำให้หนังสือรับรองบริษัทถูกปฏิเสธ
หนังสือรับรองบริษัทมีรายละเอียดที่หน่วยงานตรวจค่อนข้างเข้ม โดยเฉพาะเมื่อนำไปยื่นต่างประเทศ หากมีข้อมูลผิดเพียงเล็กน้อย ก็อาจถูกปฏิเสธหรือให้ส่งเอกสารใหม่ทั้งหมดได้ ดังนั้นก่อนนำไปยื่น ควรเช็กจุดสำคัญเหล่านี้ให้ครบ
6.1 ใช้หนังสือรับรองบริษัทหมดอายุ
หนึ่งในสาเหตุที่พบมากที่สุดคือใช้หนังสือรับรองบริษัทที่ออกไว้นานเกินไป หลายหน่วยงานกำหนดชัดว่าเอกสารต้องออกไม่เกิน 3 เดือน หรือไม่เกิน 6 เดือน หากเกินระยะเวลาที่กำหนด แม้ข้อมูลถูกต้อง ก็มีโอกาสถูกปฏิเสธได้อยู่ดี
6.2. แปลชื่อบริษัทไม่ตรงกันทุกเอกสาร
ตัวอย่างเช่น หนังสือรับรอง บอจ.5 หนังสือมอบอำนาจ และรายงานประชุม ใช้คำแปลไม่ตรงกัน ก็อาจทำให้ปลายทางมองว่าเป็นคนละบริษัทหรือเอกสารไม่สมบูรณ์ได้
6.3 แปลอำนาจกรรมการผิด
ส่วนอำนาจกรรมการเป็นจุดสำคัญมาก หากแปลผิด อาจกระทบการตีความว่าใครมีสิทธิลงนามแทนบริษัท
6.4 ไม่ตรวจว่าต้องรับรองกงสุลหรือสถานทูต
ถึงแม้ข้อมูลจะแปลถูกต้อง แต่หากไม่ตรวจสอบว่าประเทศปลายทางต้องการรับรองกงสุลหรือสถานทูตด้วย เอกสารอาจถูกปฏิเสธได้ โดยเฉพาะงานด้านกฎหมาย การเงิน หรือการเปิดบริษัทในต่างประเทศ ที่มีการตรวจสอบอย่างละเอียด
6.5 ไม่แนบเอกสารประกอบตามที่ปลายทางต้องการ
บางหน่วยงานไม่ได้ต้องการแค่หนังสือรับรองบริษัท แต่อาจต้องการ บอจ.5 หนังสือมอบอำนาจ หรือเอกสารกรรมการร่วมด้วย หากเตรียมไม่ครบ อาจถูกขอเอกสารเพิ่มได้
7. แปลหนังสือรับรองบริษัท ใช้ภาษาอังกฤษจาก DBD แทนได้ไหม
คำถามนี้พบบ่อยมาก โดยเฉพาะในกรณีที่ผู้ประกอบการเห็นว่า DBD มีบริการหนังสือรับรองนิติบุคคลภาษาอังกฤษอยู่แล้ว
คำตอบคือ บางกรณีใช้ได้ แต่บางกรณียังต้องแปลหรือรับรองเพิ่มเติม
หากปลายทางยอมรับหนังสือรับรองนิติบุคคลภาษาอังกฤษจาก DBD โดยตรง อาจไม่ต้องแปลจากภาษาไทยใหม่ แต่ยังต้องตรวจว่าเอกสารดังกล่าวต้องผ่านการรับรองกงสุลหรือไม่ และต้องรับรองสถานทูตต่อหรือไม่
แต่หากปลายทางต้องการเอกสารชุดเต็ม เช่น หนังสือรับรองบริษัทภาษาไทย บอจ.5 รายงานประชุม หนังสือมอบอำนาจ และเอกสารประกอบอื่น ๆ เอกสารบางชุดอาจไม่มีฉบับภาษาอังกฤษจาก DBD หรืออาจต้องแปลเพิ่มเติม
ดังนั้นก่อนตัดสินใจใช้เอกสารภาษาอังกฤษจาก DBD ควรเช็ก 3 ข้อ นี้
- ปลายทางยอมรับเอกสารภาษาอังกฤษจาก DBD หรือไม่
- ต้องรับรองกงสุลเพิ่มเติมหรือไม่
- มีเอกสารอื่นในชุดเดียวกันที่ยังเป็นภาษาไทยและต้องแปลหรือไม่
หากต้องใช้หลายเอกสารร่วมกัน ควรให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจทั้งชุด ไม่ใช่ตรวจเฉพาะหนังสือรับรองบริษัทหน้าเดียว
8. บริษัทรับแปลหนังสือรับรองบริษัทเพื่อใช้ต่างประเทศ แบบไหนดี
การเลือกผู้ให้บริการแปลหนังสือรับรองบริษัทไม่ควรดูแค่ราคาเพียงอย่างเดียว เพราะเอกสารประเภทนี้เป็นเอกสารสำคัญที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ การเงิน สัญญา และการยื่นต่อหน่วยงานต่างประเทศ การแปลแบบผิด ๆ หรือรับรองเอกสารไม่ครบ อาจทำให้การดำเนินงานล่าช้าได้
ควรเลือกผู้ให้บริการที่มีคุณสมบัติดังนี้
- เข้าใจเอกสารบริษัทและศัพท์นิติบุคคล
- ตรวจลำดับการแปลและรับรองก่อนเริ่มงาน
- แปลชื่อบริษัท กรรมการ และข้อมูลสำคัญให้สอดคล้องทุกเอกสาร
- แนะนำได้ว่าควรใช้เอกสารภาษาอังกฤษจาก DBD หรือควรแปลจากต้นฉบับ
- ประเมินได้ว่าต้องรับรองกงสุลหรือรับรองสถานทูตต่อหรือไม่
- ดูแลงานสำหรับลูกค้าองค์กรที่ต้องใช้เอกสารหลายชุดได้
หากคุณต้องการบริการที่ตรงกับเอกสารประเภทนี้โดยเฉพาะ สามารถดูรายละเอียดได้ที่หน้า รับแปลหนังสือรับรองบริษัท ซึ่งเป็นลิงก์บริการหลักที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้โดยตรง
9. Checklist ก่อนส่งหนังสือรับรองบริษัทไปใช้ต่างประเทศ
ก่อนส่งหนังสือรับรองบริษัทไปใช้ต่างประเทศ ควรตรวจสอบรายละเอียดให้ครบทุกจุด เพราะหลายครั้งเอกสารถูกตีกลับจากเรื่องที่หลายคนคิดว่าเล็กน้อย เช่น อายุเอกสาร ชื่อบริษัทไม่ตรง หรือขาดขั้นตอนรับรองเอกสาร ดังนั้น การมี Checklist ก่อนยื่นจะช่วยลดปัญหาและประหยัดเวลาได้มาก โดยเฉพาะงานที่มีระยะเวลาจำกัดหรือเกี่ยวข้องกับสถานทูต
- หนังสือรับรองบริษัทเป็นฉบับล่าสุดหรือไม่
- วันที่ออกเอกสารยังอยู่ในช่วงที่ปลายทางยอมรับไหม
- ชื่อบริษัทไทยและอังกฤษตรงกับเอกสารอื่นไหม
- เลขทะเบียนนิติบุคคลถูกต้องไหม
- รายชื่อกรรมการและอำนาจลงนามถูกต้องไหม
- ต้องแนบ บอจ.5 หรือเอกสารผู้ถือหุ้นไหม
- ต้องแนบหนังสือมอบอำนาจบริษัทไหม
- ต้องใช้แค่ภาษาอังกฤษ หรือภาษาอื่นด้วย
- ต้องรับรองคำแปลไหม
- ต้องรับรองกงสุลไหม
- ต้องรับรองสถานทูตประเทศปลายทางไหม
- ต้องใช้ตัวจริง สำเนา หรือไฟล์อิเล็กทรอนิกส์
- ปลายทางกำหนดอายุเอกสารไม่เกินกี่เดือน
ถ้าเช็กครบตั้งแต่ต้น จะช่วยลดความเสี่ยงเอกสารถูกตีกลับและช่วยให้การยื่นเอกสารต่างประเทศราบรื่นขึ้น
10. แปลหนังสือรับรองบริษัทเพื่อใช้ต่างประเทศ ควรเริ่มจากอะไร
การแปลหนังสือรับรองบริษัทเพื่อใช้ต่างประเทศ ควรเริ่มจากการเช็กปลายทางก่อนเสมอ ไม่ควรเริ่มจากการแปลทันที เพราะแต่ละประเทศและแต่ละหน่วยงานมีข้อกำหนดต่างกัน
บางกรณีอาจใช้หนังสือรับรองนิติบุคคลภาษาอังกฤษจาก DBD ได้ บางกรณีต้องแปลจากต้นฉบับภาษาไทย บางกรณีต้องรับรองคำแปล บางกรณีต้องรับรองกงสุล และบางกรณีต้องรับรองสถานทูตเพิ่มเติม
“ไม่ใช่แปลเสร็จแล้วจบ แต่ต้องแปลให้ตรง ใช้เอกสารถูกชุด และรับรองตามรูปแบบที่ปลายทางยอมรับ”
หากต้องการให้ทีมงานช่วยตรวจเบื้องต้นว่าเอกสารบริษัทของคุณควรเริ่มจากแปล รับรองคำแปล รับรองกงสุล หรือรับรองสถานทูต สามารถติดต่อ First Choice Translation เพื่อประเมินเอกสารได้ที่หน้า ติดต่อเรา
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือขอรับบริการกับศูนย์แปลเอกสาร เฟิสท์ชอยซ์ทรานสเลชันได้แล้ววันนี้ที่ อาคารภูมิเดชา ชั้น 4 ซอยประดิพัทธ์ 10 ถ.ประดิพัทธ์ เเขวง/เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400 เลขที่ 7/4 ถ.ปฏิพัทธ์ ต.ตลาตเหนือ อ.เมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต 83000 ติดต่อศูนย์แปลเอกสารเฟิสท์ชอยซ์ทรานสเลชัน
LINE OFFICIAL ACCOUNT: https://page.line.me/fc2009?openQrModal=true หรือสำนักงานใหญ่ สะพานควาย จตุจักร
โทร. 082-3256236 , 065-3958392
https://goo.gl/maps/zUrGGGGWSrtMvjDa7ศูนย์แปลเอกสารสาขาภูเก็ต ถ.ปฏิพัทธ์ เมืองภูเก็ต
โทร. 086-3669255
https://goo.gl/maps/s21JAisaAnRPvxtHA






