เอกสารยื่นวีซ่าไม่ได้ใช้รูปแบบการแปลและการรับรองเหมือนกันทุกประเทศ บางคำร้องใช้เพียงคำแปลภาษาอังกฤษ บางกรณีต้องใช้ Certified Translation ขณะที่วีซ่าบางประเภทอาจกำหนดให้เอกสารผ่านการรับรองกงสุลหรือสถานทูตเพิ่มเติม
ก่อนส่งเอกสารแปล จึงควรตรวจประเทศปลายทาง ประเภทวีซ่า ภาษา และ Checklist ของสถานทูตหรือศูนย์รับคำร้องให้ชัดเจน การตรวจข้อกำหนดตั้งแต่ต้นช่วยลดความเสี่ยงจากการแปลเอกสารเกินความจำเป็น ใช้ภาษาผิด หรือเลือกรูปแบบการรับรองไม่ตรงกับหน่วยงานที่รับยื่น
เอกสารยื่นวีซ่าไม่จำเป็นต้องแปลหรือรับรองทุกฉบับ ต้องตรวจจาก Checklist ของประเทศและประเภทวีซ่าที่จะยื่น บางกรณีใช้เพียงคำแปล บางกรณีต้องใช้คำแปลรับรอง หรือผ่านกงสุลและสถานทูตเพิ่มเติม
หากต้องการตรวจว่าเอกสารของคุณควรแปลฉบับใด สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติม และส่ง Checklist พร้อมไฟล์เอกสารให้ตรวจเบื้องต้นก่อนเริ่มงาน
1. ข้อมูลที่ต้องรู้ก่อนตรวจ Checklist วีซ่า
ไม่ควรเริ่มจากการส่งเอกสารทุกฉบับให้แปลทันที เพราะจำนวนเอกสาร ภาษา และรูปแบบคำรับรองขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของคำร้องแต่ละประเภท ตรวจประเทศและประเภทวีซ่าที่จะยื่น วีซ่าท่องเที่ยว วีซ่านักเรียน วีซ่าทำงาน วีซ่าคู่สมรส และวีซ่าติดตามครอบครัว อาจใช้รายการเอกสารแตกต่างกัน
ควรระบุให้ชัดเจนว่า
- ยื่นวีซ่าประเทศใด
- เป็นวีซ่าประเภทใด
- ยื่นผ่านสถานทูตหรือศูนย์รับคำร้องแห่งใด
- ผู้ยื่นใช้เอกสารในฐานะใด
- มีผู้สนับสนุนค่าใช้จ่ายหรือไม่
ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้คัดกรองได้ว่าเอกสารใดเกี่ยวข้องกับคำร้องจริง
2. ตรวจ Checklist จากหน่วยงานรับยื่น
ควรใช้ Checklist ล่าสุดจากสถานทูต ศูนย์รับคำร้อง หรือหน่วยงานที่รับเอกสารเป็นหลัก เพราะข้อมูลจากบทความทั่วไปหรือประสบการณ์ของผู้ยื่นรายอื่นอาจไม่ตรงกับประเภทวีซ่าของคุณ สิ่งที่ควรตรวจจาก Checklist ได้แก่
- เอกสารฉบับใดต้องแปล
- ต้องแปลเป็นภาษาอะไร
- ต้องใช้ต้นฉบับหรือสำเนา
- ต้องใช้ Certified Translation หรือไม่
- ต้องรับรองกงสุลหรือไม่
- ต้องรับรองสถานทูตเพิ่มเติมหรือไม่
- เอกสารต้องออกภายในกี่เดือน
3. ตรวจภาษาที่หน่วยงานกำหนด
ไม่ควรสรุปว่าเอกสารทุกฉบับต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษเสมอไป บางประเทศอาจกำหนดให้ใช้ภาษาประจำประเทศ หรือกำหนดให้ใช้คำแปลจากผู้แปลที่มีคุณสมบัติเฉพาะ
หาก Checklist ระบุเพียงว่าเอกสารต้องมีคำแปล แต่ไม่ได้ระบุรูปแบบ ควรสอบถามหน่วยงานรับยื่นก่อนเริ่มงาน
4. ตรวจว่าเอกสารยังใช้ได้หรือไม่
เอกสารบางประเภทอาจมีข้อกำหนดเรื่องอายุ เช่น หนังสือรับรองการทำงาน หนังสือรับรองธนาคาร หนังสือรับรองโสด หรือเอกสารที่ใช้ยืนยันสถานะปัจจุบัน
หากเอกสารหมดอายุตามข้อกำหนด แม้คำแปลถูกต้องก็อาจต้องขอเอกสารฉบับใหม่และแปลใหม่อีกครั้ง
5. มี Checklist แต่ยังไม่แน่ใจว่าเอกสารใดต้องแปล?
เตรียมไฟล์เอกสาร หน้าพาสปอร์ต ประเทศ ประเภทวีซ่า และ Checklist ให้พร้อม แล้วดูรายละเอียดประเภทเอกสารและคู่ภาษาที่รองรับใน…หน้าบริการแปลเอกสารยื่นวีซ่า

6. เอกสารยื่นวีซ่าประเภทใดที่มักต้องแปล
รายการเอกสารจริงขึ้นอยู่กับคำร้องแต่ละประเภท ไม่จำเป็นต้องแปลเอกสารทุกฉบับที่ผู้ยื่นมี
เอกสารยืนยันตัวตนและสถานะบุคคล
เอกสารกลุ่มนี้ใช้ยืนยันชื่อ วันเกิด สถานะ และความสัมพันธ์ทางครอบครัว เช่น
- ทะเบียนบ้าน
- สูติบัตร
- ใบเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุล
- ทะเบียนสมรส
- ทะเบียนหย่า
- หนังสือรับรองโสด
- ทะเบียนฐานะแห่งครอบครัว
- หนังสือยินยอมเกี่ยวกับบุตร
ควรตรวจชื่อภาษาอังกฤษในเอกสารทุกฉบับให้ใช้รูปแบบเดียวกับพาสปอร์ตที่นำไปยื่น
7. เอกสารการทำงานและรายได้
เอกสารกลุ่มนี้อาจใช้ยืนยันอาชีพ รายได้ ความมั่นคง หรือเหตุผลที่จะเดินทางกลับประเทศ เช่น
- หนังสือรับรองการทำงาน
- หนังสือรับรองเงินเดือน
- สลิปเงินเดือน
- สัญญาจ้างงาน
- เอกสารภาษี
- หนังสือรับรองบริษัท
- เอกสารประกอบอาชีพอิสระ
ควรตรวจตำแหน่งงาน รายได้ วันที่เริ่มงาน และวันที่ออกเอกสารให้ตรงกับใบสมัครวีซ่า

8. เอกสารทางการเงินและผู้สนับสนุน
เอกสารทางการเงินอาจใช้ยืนยันว่าผู้ยื่นหรือผู้สนับสนุนมีความสามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่าย เช่น
- Bank Statement
- หนังสือรับรองยอดเงิน
- Sponsor Letter
- หนังสือรับรองรายได้ของผู้สนับสนุน
- เอกสารแสดงความสัมพันธ์
- เอกสารบริษัทของผู้สนับสนุน
Statement ไม่จำเป็นต้องแปลทุกหน้าในทุกกรณี ควรตรวจภาษาที่ปรากฏในเอกสารและข้อกำหนดของหน่วยงานรับยื่นก่อน

9. เอกสารการศึกษา
เอกสารกลุ่มนี้อาจใช้ประกอบการยื่นวีซ่านักเรียน สมัครเรียน หรือยืนยันประวัติการศึกษา เช่น
- Transcript
- ใบปริญญาบัตร
- หนังสือรับรองจบการศึกษา
- หนังสือรับรองสถานะนักเรียนหรือนักศึกษา
- หนังสือตอบรับจากสถาบัน
- เอกสารทุนการศึกษา
- เอกสารผู้ปกครองหรือผู้สนับสนุน
ควรตรวจชื่อสถาบัน ระดับการศึกษา วันที่จบ และชื่อผู้เรียนให้สอดคล้องกันทุกฉบับ

10. เอกสารเกี่ยวกับคู่สมรสและครอบครัว
วีซ่าคู่สมรสหรือวีซ่าติดตามครอบครัวอาจต้องใช้เอกสารหลายฉบับเพื่อเชื่อมโยงความสัมพันธ์ เช่น
- ทะเบียนสมรส
- สูติบัตรบุตร
- ทะเบียนบ้าน
- เอกสารเปลี่ยนชื่อ
- หลักฐานการหย่าเดิม
- หนังสือยินยอมจากผู้ปกครอง
- เอกสารแสดงสถานะของผู้เชิญ
รายการที่ต้องใช้ควรยึดตาม Checklist ของประเภทวีซ่านั้นโดยตรง
หากต้องการตรวจประเภทเอกสาร คู่ภาษา และรูปแบบงานที่รองรับ ดูรายละเอียดได้ที่นี่
11. Checklist ระบุรูปแบบคำแปลไว้อย่างไรจึงถูกต้อง
คำว่า “รับรอง” อาจหมายถึงหลายรูปแบบ จึงควรตรวจว่าหน่วยงานต้องการการรับรองระดับใดก่อนเลือกบริการ

ไม่ควรเลือกบริการจากชื่อแพ็กเกจเพียงอย่างเดียว ควรเทียบกับข้อความที่ระบุใน Checklist หรืออีเมลจากหน่วยงานรับยื่น หากยังไม่แน่ใจเรื่องลำดับ สามารถอ่านเพิ่มเติมที่ ต้องแปลเอกสารก่อนหรือรับรองก่อน
12. Certified Translation คืออะไร
Certified Translation โดยทั่วไปหมายถึงคำแปลที่มีคำรับรองเกี่ยวกับความถูกต้องหรือความครบถ้วนของคำแปล แต่รูปแบบที่หน่วยงานยอมรับอาจแตกต่างกัน ตัวอย่างรูปแบบที่อาจพบ ได้แก่
- คำแปลพร้อมตรารับรองจากบริษัทแปล
- คำรับรองพร้อมลายมือชื่อผู้แปล
- คำแปลจากนักแปลที่ขึ้นทะเบียน
- คำแปลที่ต้องรับรองโดยโนตารี
- คำแปลที่ต้องนำไปผ่านหน่วยงานราชการ
ผู้ยื่นจึงควรตรวจว่าคำว่า Certified Translation ในข้อกำหนดของหน่วยงานนั้นหมายถึงรูปแบบใด ไม่ควรใช้คำจำกัดความเดียวกับทุกประเทศ

13. Checklist ระบุให้ผ่านกระทรวงการต่างประเทศ ต้องทำอย่างไรต่อ
หาก Checklist ระบุว่าเอกสารต้องผ่านกระทรวงการต่างประเทศ ควรตรวจว่าเป็นการรับรองต้นฉบับ ลายมือชื่อ หรือคำแปล และต้องผ่านหน่วยงานต้นทางก่อนหรือไม่
ขั้นตอนอาจแตกต่างตามประเภทเอกสารและประเทศปลายทาง จึงไม่ควรใช้ลำดับเดียวกับเอกสารทุกชนิด
กรณี Checklist ระบุว่าต้องผ่านกระทรวงการต่างประเทศ ดูรายละเอียดได้ ที่นี่
14. Checklist ระบุ Embassy Legalization ควรตรวจอะไร
การรับรองต่อสถานทูตไม่ใช่ขั้นตอนที่ต้องทำกับคำร้องวีซ่าทุกประเภท
บางประเทศอาจกำหนดให้เอกสารไทยผ่านกรมการกงสุลก่อน แล้วจึงนำไปรับรองต่อที่สถานทูตของประเทศปลายทาง ขณะที่บางประเทศยอมรับเอกสารหลังผ่านกงสุล หรืออาจใช้ระบบ Apostille หรือกระบวนการอื่น
ควรตรวจลำดับที่หน่วยงานกำหนดก่อนเริ่มดำเนินการ เพราะหากรับรองผิดลำดับ อาจต้องนำเอกสารกลับมาเริ่มใหม่
กรณีข้อกำหนดระบุให้รับรองต่อสถานทูต สามารถดูรายละเอียด เพิ่มเติม
15. ก่อนส่งแปล ต้องตรวจข้อมูลใดให้ตรงพาสปอร์ต
การตรวจต้นฉบับก่อนแปลช่วยลดปัญหาชื่อ ตัวเลข และข้อมูลในคำแปลไม่สอดคล้องกับใบสมัครวีซ่า
ชื่อและนามสกุลภาษาอังกฤษ
ควรใช้การสะกดตามพาสปอร์ตที่นำไปยื่นคำร้อง ไม่ควรสะกดใหม่หรือใช้ชื่อจากเอกสารเก่าที่ต่างจากพาสปอร์ตปัจจุบัน
ชื่อเดิมและประวัติการเปลี่ยนชื่อ
ผู้ที่เคยเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุลควรเตรียมเอกสารเชื่อมโยงชื่อเดิมกับชื่อปัจจุบัน และแจ้งรูปแบบชื่อภาษาอังกฤษที่ต้องการใช้ให้ชัดเจน
วันเดือนปีเกิด
ตรวจวัน เดือน และปีในเอกสารทุกฉบับ รวมถึงการแปลงปีพุทธศักราชเป็นคริสต์ศักราช
หมายเลขเอกสาร
ควรตรวจเลขพาสปอร์ต เลขบัตรประชาชน เลขทะเบียน และเลขอ้างอิงให้ครบทุกหลัก
ข้อมูลคู่สมรส บุตร และผู้สนับสนุน
ชื่อและความสัมพันธ์ของบุคคลที่เกี่ยวข้องต้องสอดคล้องกับทะเบียนสมรส สูติบัตร Sponsor Letter และเอกสารประกอบอื่น
ข้อมูลการทำงานและรายได้
ตำแหน่งงาน เงินเดือน วันที่เริ่มงาน และชื่อบริษัทควรตรงกับใบสมัครวีซ่าและเอกสารทางการเงิน
ตราประทับและข้อความกำกับ
ควรส่งภาพที่เห็นตราประทับ หมายเหตุ ลายมือชื่อ และข้อความทุกส่วนอย่างชัดเจน เพราะองค์ประกอบเหล่านี้อาจมีผลต่อความหมายและความครบถ้วนของคำแปล
ส่งไฟล์สแกนให้แปลได้หรือไม่
งานแปลหลายประเภทสามารถเริ่มจากไฟล์สแกนหรือภาพถ่ายที่ชัดเจนได้ แต่ควรตรวจว่าในวันยื่นคำร้องต้องใช้ต้นฉบับ สำเนารับรอง หรือเอกสารที่ผ่านการรับรองเพิ่มเติมหรือไม่ ไฟล์ที่ส่งควรมีลักษณะดังนี้
- เห็นขอบเอกสารครบ
- ภาพไม่เอียงหรือเบลอ
- ไม่มีเงาบังข้อความ
- อ่านชื่อและตัวเลขได้
- เห็นตราประทับครบทุกจุด
- ส่งครบทั้งด้านหน้าและด้านหลัง
- ไม่มีนิ้วหรือวัตถุบังข้อความ
16. ขั้นตอนเตรียมเอกสารก่อนส่งแปล
1. ดาวน์โหลด Checklist ล่าสุด
ตรวจจากเว็บไซต์สถานทูต ศูนย์รับคำร้อง หรือช่องทางทางการของหน่วยงานรับยื่น
2. คัดเฉพาะเอกสารที่เกี่ยวข้อง
ไม่ควรส่งเอกสารทุกฉบับให้แปลก่อนทราบว่าหน่วยงานต้องใช้จริงหรือไม่
3. ตรวจข้อมูลกับพาสปอร์ต
ตรวจชื่อ นามสกุล วันเกิด และข้อมูลบุคคลที่เกี่ยวข้องให้ตรงกัน
4. เตรียมไฟล์ให้ครบทุกหน้า
ตรวจทั้งด้านหน้า ด้านหลัง ตราประทับ และเอกสารแนบ
5. แจ้งประเทศและประเภทวีซ่า
ข้อมูลนี้ช่วยให้ผู้ให้บริการเข้าใจวัตถุประสงค์ของงานและคัดกรองข้อกำหนดเบื้องต้นได้
6. แจ้งวันที่ต้องใช้เอกสาร
หากอาจมีขั้นตอนรับรองกงสุลหรือสถานทูต ควรเผื่อระยะเวลาดำเนินการเพิ่มเติม
7. ส่ง Checklist พร้อมไฟล์เอกสาร
การส่งข้อมูลทั้งสองส่วนพร้อมกันช่วยลดความคลาดเคลื่อนในการประเมินรูปแบบงาน
17. ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการเตรียมคำแปลยื่นวีซ่า
แปลเอกสารก่อนตรวจ Checklist
อาจทำให้แปลผิดภาษา แปลเกินความจำเป็น หรือเลือกรูปแบบการรับรองไม่ตรงข้อกำหนด
ใช้ชื่อไม่ตรงพาสปอร์ต
แม้คำแปลส่วนอื่นถูกต้อง แต่ชื่อภาษาอังกฤษที่ไม่ตรงกันอาจทำให้ต้องแก้ไขหรือยื่นเอกสารชี้แจงเพิ่มเติม
ส่งไฟล์ไม่ครบ
ข้อความด้านหลังเอกสาร ตราประทับ หรือหมายเหตุที่ตกหล่นอาจทำให้คำแปลไม่ครบถ้วน
เข้าใจว่าทุกเอกสารต้องรับรองกงสุล
การรับรองกงสุลขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของหน่วยงาน ไม่ใช่ขั้นตอนบังคับสำหรับเอกสารวีซ่าทุกฉบับ
เริ่มงานใกล้วันนัดเกินไป
หากพบว่าต้องออกเอกสารใหม่ แก้คำแปล หรือรับรองเพิ่มเติม อาจกระทบวันนัดยื่นคำร้อง
ใช้ข้อกำหนดจากวีซ่าคนละประเภท
แม้จะยื่นประเทศเดียวกัน แต่วีซ่าท่องเที่ยว วีซ่านักเรียน วีซ่าทำงาน และวีซ่าคู่สมรสอาจมีข้อกำหนดต่างกัน
18. Checklist ก่อนส่งเอกสารให้ประเมิน
เตรียมข้อมูลต่อไปนี้ให้ครบ
- ประเทศปลายทาง
- ประเภทวีซ่า
- สถานทูตหรือศูนย์รับคำร้อง
- Checklist ล่าสุด
- ไฟล์เอกสารครบทุกหน้า
- หน้าพาสปอร์ตของผู้ยื่น
- ภาษาที่ต้องการ
- วันที่ต้องใช้เอกสาร
- ข้อกำหนดเรื่อง Certified Translation
- ข้อกำหนดเรื่องกงสุลหรือสถานทูต
- รายละเอียดผู้สนับสนุน ถ้ามี
19. เตรียมข้อมูลให้ครบก่อนเริ่มงาน
ตรวจไฟล์เอกสาร หน้าพาสปอร์ต ประเทศ ประเภทวีซ่า และ Checklist ให้พร้อมก่อนเข้าสู่หน้าบริการ ดูบริการแปลเอกสารยื่นวีซ่า
คำถามที่พบบ่อย
เอกสารยื่นวีซ่าต้องแปลทุกฉบับหรือไม่
ไม่จำเป็น ต้องตรวจจาก Checklist ของประเทศและประเภทวีซ่าที่จะยื่น เอกสารบางฉบับอาจไม่ต้องแปลหากหน่วยงานยอมรับภาษาที่ปรากฏอยู่แล้ว
หาก Checklist ระบุ Legalization ควรตรวจอะไรต่อ
ควรตรวจว่า Legalization หมายถึงการรับรองต้นฉบับ สำเนา ลายมือชื่อ หรือคำแปล หน่วยงานใดต้องเป็นผู้รับรอง และต้องผ่านหน่วยงานต้นทางก่อนหรือไม่
เอกสารภาษาอังกฤษอยู่แล้วต้องแปลอีกหรือไม่
ขึ้นอยู่กับว่าหน่วยงานยอมรับเอกสารนั้นหรือไม่ และยังมีข้อความภาษาไทย ตราประทับ หรือหมายเหตุที่ต้องแปลเพิ่มเติมหรือไม่
Statement ยื่นวีซ่าต้องแปลทุกหน้าหรือไม่
ไม่จำเป็นในทุกกรณี ต้องตรวจภาษาใน Statement และ Checklist ของหน่วยงานรับยื่นก่อนสั่งแปล
ชื่อในคำแปลต้องตรงพาสปอร์ตหรือไม่
ควรตรงกับพาสปอร์ตที่ใช้ยื่นคำร้อง รวมถึงควรตรวจชื่อเดิม ชื่อคู่สมรส บุตร และผู้สนับสนุนให้สอดคล้องกับเอกสารทุกฉบับ
ส่งเฉพาะไฟล์สแกนให้แปลได้ไหม
หลายกรณีสามารถเริ่มแปลจากไฟล์สแกนที่ชัดเจนได้ แต่ในวันยื่นอาจต้องใช้ต้นฉบับหรือสำเนารับรองตามข้อกำหนด
Certified Translation หมายถึงรูปแบบเดียวกันทุกประเทศหรือไม่
ไม่เหมือนกันทุกประเทศ แต่ละหน่วยงานอาจกำหนดคำรับรอง คุณสมบัติผู้แปล ตราประทับ หรือขั้นตอน
เพิ่มเติมต่างกัน จึงควรตรวจจาก Checklist ของหน่วยงานรับยื่นโดยตรง
จะตรวจลำดับการเตรียมเอกสารจากที่ใด
ตรวจจาก Checklist เว็บไซต์สถานทูต ศูนย์รับคำร้อง หรือหน่วยงานปลายทาง หากข้อกำหนดไม่ชัด ควรสอบถามหน่วยงานรับยื่นก่อนเริ่มแปลหรือรับรอง
ควรตรวจข้อกำหนดจากที่ใด
ควรตรวจจากเว็บไซต์สถานทูต ศูนย์รับคำร้อง หรือหน่วยงานปลายทาง และใช้ข้อมูลล่าสุดของประเภทวีซ่าที่กำลังยื่น
สรุป: ควรเริ่มจากอะไร
ก่อนแปลเอกสารยื่นวีซ่า ควรเริ่มจากการตรวจ Checklist ประเทศ ประเภทวีซ่า ภาษา และรูปแบบการรับรองให้ชัดเจนก่อน จากนั้นจึงคัดเอกสารที่ต้องใช้ ตรวจชื่อให้ตรงพาสปอร์ต และเตรียมไฟล์ให้ครบทุกหน้า
หากข้อกำหนดระบุเพียงคำแปล ควรเลือกรูปแบบคำแปลให้ตรงกับที่หน่วยงานยอมรับ หากกำหนดให้ผ่านกงสุลหรือสถานทูต ควรตรวจลำดับก่อนเริ่มดำเนินการ
ไม่แน่ใจว่าต้องแปลใบไหน หรือรับรองแบบใด
ส่งประเทศ ประเภทวีซ่า Checklist หน้าพาสปอร์ต และไฟล์เอกสารให้ทีมงานตรวจเบื้องต้น ส่งเอกสารตรวจเบื้องต้น
จุดสังเกต
ข้อกำหนดเอกสารอาจแตกต่างตามประเทศ ประเภทวีซ่า สถานทูต และหน่วยงานรับยื่น ผู้ยื่นควรตรวจ Checklist หรือข้อกำหนดล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนดำเนินการ
ติดต่อศูนย์แปลเอกสารเฟิสท์ชอยซ์ทรานสเลชัน
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือขอรับบริการกับศูนย์แปลเอกสาร เฟิสท์ชอยซ์ทรานสเลชันได้แล้ววันนี้ที่
LINE OFFICIAL ACCOUNT: https://page.line.me/fc2009?openQrModal=true หรือ
สำนักงานใหญ่ สะพานควาย จตุจักร
อาคารภูมิเดชา ชั้น 4 ซอยประดิพัทธ์ 10 ถ.ประดิพัทธ์ เเขวง/เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400
โทร. 082-3256236 , 065-3958392
https://goo.gl/maps/zUrGGGGWSrtMvjDa7
ศูนย์แปลเอกสารสาขาภูเก็ต ถ.ปฏิพัทธ์ เมืองภูเก็ต
เลขที่ 7/4 ถ.ปฏิพัทธ์ ต.ตลาตเหนือ อ.เมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต 83000
โทร. 086-3669255
https://goo.gl/maps/s21JAisaAnRPvxtHA





