การแปลภาษาอาหรับเพื่อใช้ใน UAE หรือสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ไม่ใช่แค่แปลภาษาให้ถูกต้องเท่านั้น แต่ยังต้องเตรียมเอกสารให้ครบ และตรวจสอบรูปแบบการรับรองให้ตรงกับหน่วยงานปลายทางด้วย เพราะหลายคนเจอปัญหาเอกสารถูกตีกลับจากการใช้เอกสารไม่ครบ หรือใช้คำแปลที่ไม่ได้มาตรฐานตามที่ UAE กำหนด โดยเฉพาะเอกสารที่ใช้ยื่นวีซ่า สมัครงาน เปิดบริษัท แต่งงาน หรือทำธุรกรรมต่างประเทศ มักมีขั้นตอนตรวจเอกสารหลายชั้น ทั้งการรับรองจากหน่วยงานไทย กรมการกงสุล และสถานทูต UAE หากเตรียมเอกสารตั้งแต่ต้นให้ถูกต้อง จะช่วยลดเวลาและลดค่าใช้จ่ายในการแก้เอกสารได้เยอะ
บทความนี้จะพาคุณไปเช็กว่า เอกสารแบบไหนควรแปลภาษาอาหรับสำหรับใช้ UAE, เอกสารใดต้องรับรองกงสุล, เอกสารใดอาจต้องรับรองสถานทูต และควรเตรียมอะไรบ้างก่อนยื่นจริง เพื่อให้มีความเข้าใจมากขึ้น
สำหรับภาพรวมการเตรียมเอกสารไทยเพื่อใช้ต่างประเทศ สามารถอ่านต่อได้ที่ คู่มือเตรียมเอกสารไทยเพื่อใช้ต่างประเทศ
1. ทำไมเอกสารใช้ UAE ต้องเช็กก่อนว่าแปลภาษาอาหรับหรือภาษาอังกฤษ
การนำเอกสารไปใช้ที่ United Arab Emirates หรือ UAE จำเป็นต้องเช็กก่อนว่า “ต้องใช้ภาษาอะไร” เพราะแต่ละหน่วยงานใน UAE ไม่ได้ใช้เงื่อนไขเดียวกันทั้งหมด บางแห่งรับเอกสารภาษาอังกฤษได้ทันที แต่บางหน่วยงานกำหนดให้ใช้ภาษาอาหรับเท่านั้น โดยเฉพาะเอกสารทางกฎหมาย ธุรกิจ และราชการ
สิ่งสำคัญคือ งานแปลภาษาอาหรับสำหรับเอกสารราชการไม่ใช่การแปลแบบทั่วไป เพราะต้องดูชื่อบุคคล ชื่อหน่วยงาน วันที่ เลขที่เอกสาร ตำแหน่งราชการ และคำศัพท์ทางกฎหมายให้สอดคล้องกับต้นฉบับ หากชื่อในคำแปลไม่ตรงกับพาสปอร์ต หรือถอดเสียงไม่สม่ำเสมอ อาจทำให้ปลายทางสงสัยว่าเป็นคนละบุคคลหรือเอกสารไม่สัมพันธ์กันได้
หากยังไม่แน่ใจว่าประเทศปลายทางกำหนดรูปแบบรับรองแบบใด แนะนำให้อ่านต่อ ประเทศปลายทางกำหนดรูปแบบรับรองอย่างไร
2. เอกสารที่มักต้องแปลภาษาอาหรับก่อนใช้ใน UAE
เอกสารที่นำไปใช้ใน UAE สามารถแบ่งเป็น 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ เอกสารส่วนบุคคล เอกสารการศึกษา เอกสารการทำงาน และเอกสารกฎหมายหรือธุรกิจ การแบ่งประเภทเอกสารให้ชัดตั้งแต่ต้นช่วยให้รู้ว่าต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง ต้องแปลทุกฉบับหรือไม่ และต้องรับรองต่อในขั้นตอนไหน
อ่านแนวทางการแยกกลุ่มเอกสารเพิ่มเติมได้ที่ เอกสารไทยใช้ต่างประเทศมีกี่ประเภท

2.1 เอกสารส่วนบุคคล
เอกสารส่วนบุคคลเป็นกลุ่มที่พบได้บ่อยที่สุดเมื่อต้องนำเอกสารไทยไปใช้ใน UAE เช่น
- สูติบัตร
- ทะเบียนบ้าน หรือ ทร.14/1
- ใบสำคัญการสมรส
- ใบสำคัญการหย่า
- ใบรับรองโสด
- ใบเปลี่ยนชื่อ–นามสกุล
- หนังสือเดินทาง
- บัตรประชาชน
- หนังสือรับรองความประพฤติ
- หนังสือยินยอมจากบิดา/มารดา
- เอกสารครอบครัวอื่น ๆ
เอกสารกลุ่มนี้มักใช้สำหรับยื่นวีซ่าครอบครัว จดทะเบียนสมรส ยื่นขอพำนัก ติดตามคู่สมรส ยืนยันสถานะบุคคล หรือใช้ประกอบการทำงานใน UAE จุดที่ต้องระวังคือชื่อ–นามสกุลต้องตรงกันทุกฉบับ โดยเฉพาะชื่อภาษาอังกฤษในพาสปอร์ตกับคำถอดเสียงในภาษาอาหรับ
หากเคยเปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนนามสกุล หรือมีเอกสารที่ออกคนละช่วงเวลา ควรเตรียมเอกสารเชื่อมโยงชื่อให้ครบ เช่น ใบเปลี่ยนชื่อ ใบเปลี่ยนนามสกุล หรือเอกสารแสดงสถานะสมรส เพราะปลายทางอาจตรวจความสัมพันธ์ของเอกสารทั้งชุด ไม่ได้ดูเพียงเอกสารฉบับเดียว
สำหรับเอกสารราชการไทยที่ต้องแปลและใช้ยื่นหน่วยงานต่างประเทศ สามารถดูบริการเพิ่มเติมที่ รับแปลเอกสารราชการพร้อมยื่นรับรองกงสุล
2.2 เอกสารการศึกษา
เอกสารการศึกษาที่มักใช้ใน UAE ได้แก่
- ปริญญาบัตร
- Transcript
- ใบรับรองจบการศึกษา
- หนังสือรับรองสถานภาพนักศึกษา
- ประกาศนียบัตร
- เอกสารรับรองหลักสูตร
- หนังสือรับรองจากมหาวิทยาลัยหรือสถาบันการศึกษา
เอกสารกลุ่มนี้มักใช้สำหรับสมัครงาน ขอใบอนุญาตทำงาน ยื่นประเมินคุณวุฒิ สมัครเรียนต่อ หรือใช้กับนายจ้างใน UAE โดยเฉพาะงานที่ต้องตรวจวุฒิการศึกษาอย่างเป็นทางการ เช่น วิศวกรรม สุขภาพ การศึกษา การบริหาร หรือสายงานเฉพาะทาง
ก่อนแปลควรตรวจว่าเอกสารต้นฉบับสมบูรณ์หรือไม่ มีตราสถาบัน ลายเซ็นผู้มีอำนาจ วันที่ออกเอกสาร และข้อมูลผู้เรียนครบถ้วนหรือไม่ หากเอกสารออกจากมหาวิทยาลัยหรือสถาบันการศึกษา ควรตรวจด้วยว่าปลายทางต้องการเอกสารฉบับภาษาอังกฤษจากสถาบันโดยตรง หรือสามารถใช้คำแปลจากภาษาไทยได้
หากลำดับการรับรองไม่ถูกต้อง เช่น ใช้สำเนาที่ไม่มีการรับรอง หรือแปลจากเอกสารที่ยังไม่สมบูรณ์ อาจทำให้ต้องกลับไปขอเอกสารใหม่ก่อนเริ่มกระบวนการอีกครั้ง
2.3. เอกสารการทำงาน
เอกสารการทำงานที่อาจต้องแปลภาษาอาหรับหรือแปลเพื่อใช้ใน UAE เช่น
- หนังสือรับรองการทำงาน
- สัญญาจ้าง
- ใบรับรองเงินเดือน
- หนังสือรับรองประสบการณ์
- หนังสือแต่งตั้ง
- หนังสือรับรองตำแหน่ง
- เอกสารจากนายจ้าง
- เอกสารประกอบการยื่น Work Permit หรือ Employment Visa
เอกสารกลุ่มนี้มักใช้ยื่นกับนายจ้าง บริษัท หน่วยงานแรงงาน หรือหน่วยงานตรวจคุณสมบัติใน UAE จึงควรตรวจรายละเอียดให้ครบก่อนแปล เช่น ชื่อบริษัท ตำแหน่งงาน วันที่เริ่มงาน ระยะเวลาทำงาน เงินเดือน ลายเซ็นผู้มีอำนาจ และตราบริษัท
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยคือ เอกสารต้นฉบับระบุข้อมูลไม่ครบ เช่น ไม่มีชื่อตำแหน่ง ไม่มีวันที่ออกเอกสาร หรือไม่มีตราบริษัท แม้คำแปลจะถูกต้องตามต้นฉบับ แต่ปลายทางอาจยังมองว่าเอกสารไม่สมบูรณ์ ดังนั้นควรตรวจเอกสารต้นทางก่อนเริ่มแปลเสมอ
2.4 เอกสารกฎหมายและธุรกิจ
เอกสารกฎหมายและธุรกิจที่อาจต้องใช้ใน UAE ได้แก่
- หนังสือรับรองบริษัท
- หนังสือบริคณห์สนธิ
- รายงานการประชุม
- หนังสือมอบอำนาจ
- สัญญาธุรกิจ
- เอกสารศาล
- เอกสาร notary
- เอกสารเปิดบริษัท
- เอกสารลงทุน
- เอกสารตัวแทนจำหน่าย
- เอกสารการค้าและการนำเข้า–ส่งออก
เอกสารกลุ่มนี้มีความละเอียดสูง เพราะเกี่ยวข้องกับนิติบุคคล อำนาจลงนาม ข้อผูกพันทางกฎหมาย และธุรกรรมระหว่างประเทศ คำแปลภาษาอาหรับจึงควรใช้คำที่ถูกต้องทั้งด้านกฎหมายและธุรกิจ ไม่ควรแปลแบบถอดคำตรงตัวโดยไม่เข้าใจบริบท
บางกรณีเอกสารธุรกิจอาจต้องผ่าน Notary Public หรือหน่วยงานต้นทางก่อนนำไปยื่นรับรองกงสุลหรือสถานทูต จึงควรตรวจลำดับก่อนเริ่มงานเสมอ หากเอกสารยังไม่ผ่านการรับรองในชั้นที่จำเป็น การแปลอาจยังไม่สามารถนำไปใช้ต่อได้จริง
สำหรับเคสที่ต้องดูแลหลายขั้นตอนพร้อมกัน แนะนำดูบริการ รับรองเอกสารครบวงจร

3. ขั้นตอนสำคัญก่อนยื่นเอกสารกับ UAE
การเตรียมเอกสารใช้ UAE ควรมองเป็น “ลำดับงาน” ไม่ใช่แค่การแปลเอกสาร เพราะหลายเคสต้องผ่านหลายชั้นก่อนนำไปใช้ได้จริง โดยลำดับที่ควรตรวจมีดังนี้
ขั้นตอนที่ 1 ตรวจเอกสารต้นฉบับก่อนแปล
ก่อนส่งแปล ควรตรวจสอบเอกสารต้นฉบับให้ครบถ้วนก่อนเสมอ โดยเฉพาะชื่อบริษัท ชื่อบุคคล เลขหนังสือเดินทาง วันเดือนปี และรายละเอียดสำคัญต่าง ๆ เพราะหากต้นฉบับผิด การแปลก็จะผิดตามไปด้วย และอาจกระทบต่อการยื่นเอกสารใน UAE ได้
นอกจากนี้หากเอกสารมีรอยแก้ไข ข้อมูลไม่ตรงกับพาสปอร์ต หรือเป็นเอกสารที่ออกมานานมาก ควรเช็กก่อนว่าใช้ฉบับเดิมได้หรือไม่ หรือต้องคัดใหม่ เพราะบางหน่วยงานอาจกำหนดอายุเอกสารหรือขอเอกสารฉบับล่าสุด
ขั้นตอนที่ 2 ตรวจว่าต้องแปลก่อนหรือรับรองก่อน
หลายคนเข้าใจว่าต้องแปลเอกสารทันที แต่จริง ๆ แล้วเอกสารบางประเภทต้องรับรองต้นฉบับก่อน แล้วจึงนำไปแปล ส่วนเอกสารบางประเภทก็สามารถแปลได้เลย ขั้นตอนนี้สำคัญมาก เพราะแต่ละหน่วยงานใน UAE ใช้เงื่อนไขต่างกัน
เพื่อป้องกันการทำผิดลำดับ แนะนำอ่านบทความ ต้องแปลเอกสารก่อนหรือหลังรับรอง
การตรวจลำดับตั้งแต่ต้นสำคัญมาก เพราะหากแปลจากเอกสารที่ยังไม่พร้อม หรือรับรองผิดขั้นตอน อาจทำให้เอกสารถูกตีกลับและต้องเสียเวลาเริ่มใหม่
ขั้นตอนที่ 3 แปลภาษาอาหรับโดยผู้เชี่ยวชาญงานเอกสาร
เอกสารที่จะใช้ใน UAE ส่วนใหญ่ต้องแปลเป็นภาษาอาหรับ และควรใช้ผู้แปลที่มีประสบการณ์ด้านเอกสารราชการหรือเอกสารธุรกิจโดยเฉพาะ เพราะภาษาอาหรับมีรูปแบบการใช้คำทางกฎหมายค่อนข้างเฉพาะ หากแปลผิดแม้เพียงเล็กน้อย อาจส่งผลต่อการใช้งานเอกสารได้
สำหรับคำแปลที่ควรเน้น ได้แก่
- ชื่อ–นามสกุล
- วันเดือนปีเกิด
- เลขที่เอกสาร
- ชื่อหน่วยงานราชการ
- ตำแหน่งผู้ลงนาม
- วันที่ออกเอกสาร
- คำศัพท์เฉพาะทางกฎหมาย
- คำศัพท์ทางธุรกิจหรือการศึกษา
- การสะกดชื่อให้ตรงกับพาสปอร์ต
หากต้องการดูบริการแปลภาษาอาหรับโดยเฉพาะ สามารถดูได้ที่ รับแปลภาษาอารบิคสำหรับเอกสารใช้ต่างประเทศ
ขั้นตอนที่ 4 รับรองเอกสารกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ
หลังจากแปลเอกสารและจัดชุดเอกสารเรียบร้อยแล้ว ต้องนำเอกสารไปรับรองจากกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ เพื่อรับรองลายมือชื่อ ตราประทับ หรือความถูกต้องของเอกสารตามระบบราชการไทยก่อนนำไปใช้ต่อในต่างประเทศ
สำหรับเอกสารที่จะใช้ใน UAE ขั้นตอนนี้มักเป็นจุดสำคัญ เพราะสถานทูตหรือหน่วยงานปลายทางอาจต้องการเห็นว่าเอกสารผ่านการรับรองจากหน่วยงานไทยแล้ว ก่อนนำไปดำเนินการในขั้นตอนถัดไป
ดูรายละเอียดบริการได้ที่ ขั้นตอนรับรองเอกสารกงสุล
ขั้นตอนที่ 5 ตรวจว่าต้องรับรองสถานทูต UAE ต่อหรือไม่
หลังจากเอกสารผ่านการรับรองกงสุลแล้ว บางกรณีอาจต้องนำเอกสารไปรับรองต่อที่สถานทูต UAE ประจำประเทศไทย โดยเฉพาะเอกสารที่ใช้กับหน่วยงานราชการ บริษัท นายจ้าง สถาบันการศึกษา หรือหน่วยงานกฎหมายใน UAE
จุดที่ควรระวัง นั่นก็คือ ไม่ใช่ทุกเอกสารจะมีขั้นตอนเหมือนกัน และข้อกำหนดอาจแตกต่างตามวัตถุประสงค์ เช่น ใช้แต่งงาน ใช้สมัครงาน ใช้เรียนต่อ ใช้จดทะเบียนธุรกิจ หรือใช้ยื่นวีซ่าครอบครัว ดังนั้นควรถามปลายทางให้แน่ใจจะดีกว่า
ดูบริการที่เกี่ยวข้องได้ที่ รับรองเอกสารสถานทูต

4. UAE อยู่ในกลุ่มประเทศที่ควรตรวจระบบ Legalization ให้ชัด
UAE เป็นประเทศที่ควรตรวจระบบการรับรองเอกสารให้ชัดก่อนยื่น เพราะเอกสารไทยที่ใช้ในภูมิภาคตะวันออกกลางจำนวนมากมักเกี่ยวข้องกับกระบวนการแปล รับรองกงสุล และรับรองสถานทูต หรือที่เรียกโดยรวมว่า Legalization
หากยังไม่แน่ใจว่า UAE หรือประเทศปลายทางในตะวันออกกลางต้องใช้ระบบใด แนะนำอ่านบทความ
เอกสารไทยใช้ในตะวันออกกลางต้องรับรองแบบไหน
และหากต้องการเข้าใจความแตกต่างระหว่างระบบรับรองแต่ละแบบ สามารถอ่านต่อได้ที่ Apostille vs Legalization ต่างกันอย่างไร
สำหรับประเทศที่ไม่ได้ใช้ระบบรับรองแบบง่าย หรือมีข้อกำหนดเฉพาะจากหน่วยงานปลายทาง สามารถดูแนวทางเพิ่มเติมได้ที่ ประเทศปลายทางไม่รับ Apostille ต้องทำอย่างไร
5. สิ่งที่ควรเช็กก่อนยื่นเอกสาร UAE จริง
เพื่อป้องกันการถูกตีกลับหรือถูกขอเอกสารเพิ่มเติม ก่อนยื่นเอกสาร ควรเช็ก 10 จุดนี้
5.1 Checklist ก่อนยื่นเอกสาร
- ชื่อ–นามสกุลตรงกับพาสปอร์ตทุกฉบับ
- ชื่อภาษาอังกฤษสะกดเหมือนกันทุกเอกสาร
- ชื่อภาษาอาหรับถอดเสียงสม่ำเสมอ
- วันเดือนปีเกิดตรงกัน
- เลขที่เอกสารและวันที่ออกเอกสารถูกต้อง
- เอกสารต้นฉบับมีตราประทับและลายเซ็นครบ
- เอกสารไม่หมดอายุหรือเก่าเกินเงื่อนไขปลายทาง
- คำแปลมีลายเซ็นหรือตรารับรองคำแปล
- ตรวจแล้วว่าต้องรับรองกงสุลหรือไม่
- ตรวจแล้วว่าต้องรับรองสถานทูต UAE ต่อหรือไม่
หากต้องวางแผนเรื่องระยะเวลาและค่าใช้จ่าย แนะนำอ่านบทความ วางเวลาและงบรับรองเอกสารใช้ต่างประเทศ
6. ข้อผิดพลาดที่ทำให้เอกสารใช้ UAE ถูกตีกลับ
การนำเอกสารไปใช้ที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือ UAE มีขั้นตอนค่อนข้างละเอียด โดยเฉพาะเอกสารบริษัท เอกสารส่วนตัว และเอกสารราชการต่าง ๆ หากเตรียมไม่ครบหรือทำผิดขั้นตอน แม้เพียงเล็กน้อยก็อาจถูกตีกลับได้ ดังนั้นก่อนยื่นเอกสาร ควรตรวจสอบรายละเอียดให้ครบทุกจุด ดังนี้
6.1 แปลผิดภาษา
มีหลายกรณีที่ UAE กำหนดให้ใช้ภาษาอาหรับ หรือให้มีทั้งภาษาอังกฤษและภาษาอาหรับในเอกสารเดียว หากแปลเฉพาะภาษาอังกฤษอย่างเดียว อาจถูกปฏิเสธได้ นอกจากนี้ คำศัพท์ทางกฎหมาย ชื่อตำแหน่งบริษัท หรือรายละเอียดธุรกิจ หากแปลไม่ถูกต้อง ก็มีผลต่อการตรวจสอบเอกสารเช่นกัน
6.2 ชื่อไม่ตรงกับพาสปอร์ต
ชื่อในเอกสารไทย คำแปลภาษาอังกฤษ คำแปลภาษาอาหรับ และพาสปอร์ตต้องสัมพันธ์กัน หากสะกดต่างกันหรือถอดเสียงไม่สม่ำเสมอ อาจทำให้เจ้าหน้าที่ปลายทางขอคำชี้แจงหรือเอกสารเพิ่มเติมได้
6.3 ใช้เอกสารเก่าหรือเอกสารไม่สมบูรณ์
หลายหน่วยงานใน UAE ให้ความสำคัญกับอายุเอกสารมาก โดยเฉพาะหนังสือรับรองบริษัท เอกสารราชการ หรือเอกสารรับรองสถานะต่าง ๆ หากใช้ฉบับเก่าที่ออกมาหลายเดือนแล้ว อาจถูกขอเอกสารใหม่ทันที
6.4 รับรองผิดลำดับ
เอกสารสำหรับใช้ใน UAE มักต้องผ่านหลายขั้นตอน เช่น แปลเอกสาร รับรองคำแปล รับรองกงสุล และรับรองสถานทูต ซึ่งต้องทำตามลำดับอย่างถูกต้อง หากข้ามขั้นตอนหรือทำสลับลำดับ เอกสารอาจใช้ไม่ได้ทันที
6.5 ไม่ตรวจข้อกำหนดของหน่วยงานปลายทาง
แม้จะเป็นประเทศเดียวกัน แต่แต่ละหน่วยงานใน UAE ก็อาจมีเงื่อนไขเอกสารต่างกัน เช่น บางแห่งต้องการภาษาอาหรับเท่านั้น บางแห่งต้องการรับรองสถานทูตเพิ่มเติม หรือบางแห่งกำหนดอายุเอกสารไม่เกิน 3 เดือน
7. เลือกบริการแปลภาษาอาหรับแบบไหนให้จบในครั้งเดียว
การเลือกบริการแปลภาษาอาหรับให้ “จบในครั้งเดียว” ไม่ใช่ดูแค่ราคาถูกหรือส่งงานเร็วอย่างเดียว เพราะภาษาอาหรับมีทั้งเรื่องรูปแบบภาษา คำศัพท์ราชการ และขั้นตอนรับรองเอกสารที่ค่อนข้างละเอียด หากเลือกผิดตั้งแต่แรก อาจต้องเสียเวลาแก้คำแปลใหม่ หรือโดนหน่วยงานปลายทางตีกลับได้
สิ่งสำคัญที่สุดคือควรเลือกผู้ให้บริการที่เข้าใจ “วัตถุประสงค์ของเอกสาร” ไม่ใช่แค่แปลภาษาได้ เพราะงานยื่นวีซ่า งานเปิดบริษัท งานศาล หรือเอกสารสำหรับ UAE / ซาอุฯ ใช้มาตรฐานไม่เหมือนกัน
บริการที่ดีควรมีลักษณะดังนี้
- ตรวจเอกสารต้นฉบับก่อนเริ่มแปล
- แนะนำได้ว่าควรใช้ภาษาอาหรับหรือภาษาอังกฤษ
- เข้าใจเอกสารราชการ เอกสารการศึกษา เอกสารทำงาน และเอกสารธุรกิจ
- แปลโดยคุมชื่อ วันที่ เลขที่เอกสาร และคำศัพท์เฉพาะ
- มีบริการรับรองคำแปล
- แนะนำลำดับรับรองกงสุลและสถานทูต
- ช่วยลดความเสี่ยงเอกสารถูกตีกลับ
- สามารถประเมินราคาและระยะเวลาเบื้องต้นก่อนเริ่มงานได้
สำหรับผู้ที่ต้องการเช็กค่าใช้จ่ายเบื้องต้น สามารถดูได้ที่ เช็กค่าบริการแปลและรับรองเอกสาร
8. แปลภาษาอาหรับสำหรับใช้ UAE ควรเริ่มจากอะไร
หากต้องนำเอกสารไทยไปใช้ใน UAE อย่าเริ่มจากการแปลทันที แต่ควรเริ่มจากการตรวจวัตถุประสงค์การใช้งานก่อนว่าเอกสารจะใช้กับหน่วยงานใด ต้องใช้ภาษาอาหรับหรือภาษาอังกฤษ ต้องรับรองกงสุลหรือไม่ และต้องรับรองสถานทูต UAE ต่อหรือเปล่า
ลำดับที่ปลอดภัยคือ
- ตรวจเอกสารต้นฉบับ
- ตรวจภาษาที่ปลายทางต้องการ
- แปลเอกสารให้ถูกต้องตามวัตถุประสงค์
- รับรองคำแปล
- รับรองกงสุล หากจำเป็น
- รับรองสถานทูต UAE หากปลายทางกำหนด
- ตรวจชุดเอกสารทั้งหมดก่อนยื่นจริง
หากต้องการให้ทีมผู้เชี่ยวชาญช่วยตรวจลำดับก่อนเริ่มดำเนินการ สามารถส่งเอกสารให้ First Choice Translation ประเมินเบื้องต้นได้ เพื่อช่วยดูว่าเอกสารของคุณควรแปลภาษาอาหรับหรือภาษาอังกฤษ ต้องรับรองกงสุลหรือไม่ และต้องต่อสถานทูต UAE หรือไม่
9. ต้องใช้เอกสารไทยใน UAE แต่ไม่แน่ใจว่าต้องแปลภาษาอาหรับ รับรองกงสุล หรือรับรองสถานทูตหรือไม่?
ส่งเอกสารให้ทีม First Choice Translation ตรวจเบื้องต้นก่อนได้ เราช่วยดูให้ว่าเอกสารควรเริ่มจากขั้นตอนไหน ต้องแปลภาษาใด และควรจัดลำดับรับรองอย่างไร เพื่อให้เอกสารพร้อมใช้งานจริง ลดความเสี่ยงถูกตีกลับ และประหยัดเวลามากขึ้น
10. คำถามที่พบบ่อย
เอกสารไทยใช้ใน UAE ต้องแปลภาษาอาหรับทุกฉบับไหม?
ไม่จำเป็นต้องแปลภาษาอาหรับทุกฉบับ ขึ้นอยู่กับหน่วยงานปลายทาง บางกรณีใช้ภาษาอังกฤษได้ แต่หากเป็นเอกสารที่ใช้กับหน่วยงานราชการหรือหน่วยงานท้องถิ่นใน UAE ควรตรวจให้ชัดว่าต้องใช้ภาษาอาหรับหรือไม่ก่อนเริ่มแปล
แปลภาษาอาหรับแล้วต้องรับรองกงสุลไหม?
หลายกรณีต้องรับรองกงสุล โดยเฉพาะเอกสารราชการไทยที่นำไปใช้ต่างประเทศ เพราะต้องให้หน่วยงานไทยรับรองเอกสารก่อนนำไปใช้ต่อกับหน่วยงานปลายทาง
รับรองกงสุลแล้วต้องรับรองสถานทูต UAE ต่อไหม?
ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์การใช้งานและข้อกำหนดของหน่วยงานปลายทาง หากเอกสารต้องใช้กับหน่วยงานที่กำหนด Embassy Attestation อาจต้องรับรองสถานทูต UAE ต่อหลังจากรับรองกงสุลแล้ว
ควรแปลเอกสารก่อนหรือรับรองกงสุลก่อน?
ต้องดูประเภทเอกสารและข้อกำหนดปลายทาง โดยทั่วไปควรตรวจต้นฉบับก่อน จากนั้นแปลและจัดชุดเอกสารให้ถูกต้อง แล้วจึงยื่นรับรองกงสุลตามลำดับที่เหมาะสม
ถ้าชื่อในเอกสารไม่ตรงกับพาสปอร์ต ควรทำอย่างไร?
ควรตรวจสาเหตุให้ชัดก่อนแปล หากเป็นการเปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนนามสกุล หรือสะกดไม่ตรงกัน อาจต้องเตรียมเอกสารประกอบ เช่น ใบเปลี่ยนชื่อ หรือเอกสารยืนยันชื่อเดิม–ชื่อใหม่ เพื่อให้ปลายทางตรวจสอบได้ง่ายขึ้น
ติดต่อศูนย์แปลเอกสารเฟิสท์ชอยซ์ทรานสเลชัน
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือขอรับบริการกับศูนย์แปลเอกสาร เฟิสท์ชอยซ์ทรานสเลชันได้แล้ววันนี้ที่
LINE OFFICIAL ACCOUNT: https://page.line.me/fc2009?openQrModal=true หรือ
สำนักงานใหญ่ สะพานควาย จตุจักร
อาคารภูมิเดชา ชั้น 4 ซอยประดิพัทธ์ 10 ถ.ประดิพัทธ์ เเขวง/เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400
โทร. 082-3256236 , 065-3958392
https://goo.gl/maps/zUrGGGGWSrtMvjDa7
ศูนย์แปลเอกสารสาขาภูเก็ต ถ.ปฏิพัทธ์ เมืองภูเก็ต
เลขที่ 7/4 ถ.ปฏิพัทธ์ ต.ตลาตเหนือ อ.เมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต 83000
โทร. 086-3669255
https://goo.gl/maps/s21JAisaAnRPvxtHA






