เอกสารใช้ในตะวันออกกลางต้องทำอย่างไร ต้อง Legalization หรือ Apostille และต้องผ่านสถานทูตไหม

เอกสารใช้ในตะวันออกกลางต้องทำอย่างไร ต้อง Legalization หรือ Apostille และต้องผ่านสถานทูตไหม

การนำเอกสารจากประเทศไทยไปใช้ในประเทศแถบตะวันออกกลาง ไม่ว่าจะเป็นการไปทำงาน แต่งงาน ศึกษาต่อ หรือดำเนินธุรกิจ เป็นหนึ่งในกรณีที่มีความซับซ้อนมากกว่าหลายภูมิภาค เช่น ยุโรปหรือสหรัฐอเมริกา

สาเหตุหลักคือ ประเทศในตะวันออกกลางจำนวนมาก ไม่ได้ใช้ระบบ Apostille ทำให้ไม่สามารถใช้การรับรองแบบขั้นตอนเดียวได้ แต่ต้องใช้กระบวนการที่เรียกว่า Legalization ซึ่งเป็นการรับรองเอกสารแบบหลายขั้นตอน

หากไม่เข้าใจระบบนี้ตั้งแต่ต้น อาจทำให้เอกสารถูกปฏิเสธ หรือเสียเวลาแก้ไขหลายรอบ ดังนั้นบทความนี้จะอธิบายทุกขั้นตอนอย่างละเอียด พร้อมแนวทางตรวจสอบประเทศปลายทางให้ถูกต้องก่อนยื่นเอกสาร

ประเทศในตะวันออกกลางหลายประเทศไม่ใช้ระบบ Apostille ดังนั้น เอกสารไทยที่ต้องการใช้ในภูมิภาคนี้มักต้องผ่านกระบวนการ Legalization แบบหลายขั้นตอน ได้แก่

  1. รับรองหน่วยงานต้นทาง
  2. รับรองโดยกระทรวงการต่างประเทศ
  3. รับรองโดยสถานทูตประเทศปลายทาง

ทั้งนี้ ต้องตรวจสอบประเทศปลายทางเป็นรายประเทศเสมอ เพราะข้อกำหนดอาจแตกต่างกัน

Table of Contents

1. ประเทศตะวันออกกลางใช้ Apostille หรือไม่

หลายประเทศในภูมิภาคนี้ยังไม่ได้เข้าร่วมอนุสัญญาเฮก ค.ศ. 1961 ภายใต้ Hague Conference on Private International Law

ตัวอย่างประเทศที่มักใช้ระบบ Legalization ได้แก่

  • United Arab Emirates
  • Qatar
  • Kuwait
  • Saudi Arabia

ประเทศเหล่านี้กำหนดให้เอกสารจากต่างประเทศต้องผ่านการรับรองหลายชั้น เพื่อยืนยันความถูกต้องของเอกสารก่อนนำไปใช้งานจริง

หากต้องการดูประเทศที่ใช้ Apostille อ่านได้ที่ ประเทศสมาชิก Apostille มีประเทศใดบ้าง?

2. ขั้นตอน Legalization สำหรับใช้ในตะวันออกกลาง

การทำ Legalization เป็นกระบวนการที่ต้องดำเนินการตามลำดับอย่างเคร่งครัด หากข้ามขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่ง เอกสารอาจไม่สามารถใช้ได้

โดยทั่วไปมี 3 ขั้นตอนหลักดังนี้

2.1 ขั้นตอนที่ 1 รับรองเอกสารต้นทาง

เอกสารต้องได้รับการรับรองจากหน่วยงานผู้ออกก่อน เช่น

  • มหาวิทยาลัย
  • กรมการปกครอง
  • กรมพัฒนาธุรกิจการค้า

ขั้นตอนนี้มีความสำคัญ เพราะเป็นการยืนยันว่าเอกสารนั้น ออกโดยหน่วยงานที่ถูกต้องจริง หากเอกสารต้นทางไม่มีการรับรองอย่างถูกต้อง จะไม่สามารถดำเนินการในขั้นตอนถัดไปได้

2.2 ขั้นตอนที่ 2 รับรองโดยกระทรวงการต่างประเทศ

หลังจากรับรองจากหน่วยงานต้นทางแล้ว ต้องนำเอกสารไปยื่นที่กรมการกงสุล ซึ่งหน่วยงานนี้จะตรวจสอบลายมือชื่อของเจ้าหน้าที่รัฐ และตราประทับบนเอกสาร เพื่อยืนยันว่าเอกสารเป็นของจริง

เมื่อผ่านขั้นตอนนี้ เอกสารจะได้รับการรับรองในระดับประเทศ ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญก่อนเข้าสู่ขั้นตอนสุดท้าย

หน่วยงานจะตรวจสอบลายมือชื่อเจ้าหน้าที่รัฐ รายละเอียดขั้นตอนดูได้ที่ ขั้นตอนรับรองเอกสารกรมการกงสุล

2.3 ขั้นตอนที่ 3 รับรองโดยสถานทูตประเทศปลายทางในไทย

ขั้นตอนสุดท้ายคือการนำเอกสารไปยื่นที่สถานทูตของประเทศปลายทางในประเทศไทย นี่คือขั้นตอนที่แตกต่างจาก Apostille อย่างชัดเจน เพราะ Apostille ไม่ต้องผ่านสถานทูต แต่ Legalization จำเป็นต้องผ่าน

สถานทูตจะทำหน้าที่ตรวจสอบและรับรองเอกสารอีกครั้ง เพื่อยืนยันว่าเอกสารนั้นสามารถใช้ในประเทศของตนได้ หลังจากผ่านขั้นตอนนี้ เอกสารจึงจะสมบูรณ์ และสามารถนำไปใช้ในประเทศตะวันออกกลางได้จริง

อ่านภาพรวมระบบได้ที่  ประเทศที่ไม่ใช้ Apostille ต้องทำ Legalization อย่างไร?

เอกสารที่นิยมใช้ในตะวันออกกลาง

3. เอกสารที่นิยมใช้ในตะวันออกกลาง

เอกสารที่ต้องทำ Legalization มักเป็นเอกสารสำคัญที่เกี่ยวข้องกับชีวิตส่วนตัวและการทำงาน เช่น

  • เอกสารแรงงาน
  • วุฒิการศึกษา
  • ใบเกิด
  • ใบโสด
  • ทะเบียนสมรส
  • เอกสารบริษัท

ดูประเภทเอกสารทั้งหมดได้ที่ เอกสารใช้ต่างประเทศมีกี่ประเภท

4. ข้อควรระวังเฉพาะภูมิภาคตะวันออกกลาง

การใช้เอกสารในตะวันออกกลางมีรายละเอียดเฉพาะที่ควรระวังมากกว่าภูมิภาคอื่น เนื่องจากแต่ละประเทศมีข้อกำหนดค่อนข้างเข้มงวด

4.1 นักแปลต้องได้รับการรับรอง

บางประเทศกำหนดให้คำแปลต้องจัดทำโดยนักแปลที่ได้รับการรับรอง หรือได้รับการรับรองจากสถานทูต

4.2 รูปแบบตราประทับเฉพาะ

บางประเทศกำหนดรูปแบบตราประทับหรือการรับรองที่เฉพาะเจาะจง หากไม่ตรงตามรูปแบบ อาจถูกปฏิเสธ

4.3 อายุเอกสารจำกัด

เอกสารบางประเภท เช่น ใบโสด หรือใบรับรองสถานะ อาจมีอายุการใช้งานเพียง 3–6 เดือน

4.4 ระยะเวลาดำเนินการนาน

เมื่อเทียบกับยุโรปหรืออเมริกา การทำ Legalization มักใช้เวลานานกว่า เนื่องจากต้องผ่านหลายหน่วยงาน

ก่อนดำเนินการ ควรอ่านแนวทางการตรวจสอบที่ ประเทศปลายทางกำหนดรูปแบบการรับรองอย่างไร

5. ต้องแปลเอกสารเป็นภาษาใด

การแปลเอกสารเป็นอีกหนึ่งขั้นตอนสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม

โดยทั่วไป ประเทศในตะวันออกกลางมักใช้:

  • ภาษาอังกฤษ
  • ภาษาอาหรับ (ขึ้นอยู่กับประเทศ)

บางประเทศอาจกำหนดให้ใช้ภาษาอาหรับเป็นหลัก และต้องแปลโดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง

การแปลควรทำให้ตรงต้นฉบับ 100% เพราะความคลาดเคลื่อนเพียงเล็กน้อย เช่น ชื่อสะกดผิด อาจทำให้เอกสารถูกปฏิเสธได้

อ่านเพิ่ม: ต้องแปลเอกสารก่อนหรือหลังรับรอง?

ตัวอย่างเอกสาร ทรานสคริป

คำถามที่พบบ่อย 

1. ใช้ Apostille ใน UAE ได้หรือไม่

โดยทั่วไปไม่ได้ เนื่องจาก United Arab Emirates ไม่ใช้ระบบ Apostille และต้องใช้ Legalization

2. ต้องผ่านสถานทูตทุกครั้งหรือไม่

หากประเทศปลายทางไม่ใช้ Apostille จำเป็นต้องผ่านสถานทูตในขั้นตอนสุดท้าย

3. ใช้เวลานานกี่วัน

ขึ้นอยู่กับประเทศและจำนวนขั้นตอน โดยทั่วไปอาจใช้เวลาหลายวันทำการ หรือมากกว่านั้นหากมีเอกสารหลายฉบับ

ติดต่อศูนย์แปลเอกสารเฟิสท์ชอยซ์ทรานสเลชัน

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือขอรับบริการกับศูนย์แปลเอกสาร เฟิสท์ชอยซ์ทรานสเลชันได้แล้ววันนี้ที่
LINE OFFICIAL ACCOUNT: https://page.line.me/fc2009?openQrModal=true หรือ

สำนักงานใหญ่ สะพานควาย จตุจักร

อาคารภูมิเดชา ชั้น 4 ซอยประดิพัทธ์ 10 ถ.ประดิพัทธ์ เเขวง/เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400
โทร. 082-3256236 , 065-3958392
https://goo.gl/maps/zUrGGGGWSrtMvjDa7

ศูนย์แปลเอกสารสาขาภูเก็ต ถ.ปฏิพัทธ์ เมืองภูเก็ต

เลขที่ 7/4 ถ.ปฏิพัทธ์ ต.ตลาตเหนือ อ.เมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต 83000
โทร. 086-3669255 
https://goo.gl/maps/s21JAisaAnRPvxtHA