เมื่อต้องนำเอกสารไทยไปใช้ในต่างประเทศ ทำลิงค์ไป Pillar A ไม่ว่าจะเป็นการเรียนต่อ ทำงาน แต่งงาน หรือทำธุรกิจ หนึ่งในขั้นตอนสำคัญที่หลายคนมักสับสนคือ “ประเทศปลายทางใช้ Apostille หรือ Legalization” เพราะการเลือกวิธีรับรองเอกสารผิดตั้งแต่ต้น อาจทำให้เอกสารถูกปฏิเสธ เสียเวลา และต้องเริ่มกระบวนการใหม่ทั้งหมด
ปัจจุบัน หลายประเทศทั่วโลกได้เข้าร่วม Hague Convention 1961 ซึ่งทำให้สามารถใช้ระบบ Apostille ที่มีขั้นตอนง่ายและรวดเร็วกว่าเดิมได้ แต่ก็ยังมีอีกหลายประเทศที่ยังไม่เข้าร่วม และยังคงต้องใช้ระบบ Legalization แบบหลายขั้นตอน ดังนั้นการรู้ว่า “ประเทศไหนใช้ระบบอะไร” จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุดก่อนเตรียมเอกสาร
จุดที่สำคัญที่สุดจึงไม่ใช่แค่การเตรียมเอกสารให้ครบ แต่คือการเช็กให้แน่ชัดก่อนว่า ประเทศปลายทางอยู่ในระบบใด และต้องการรูปแบบการรับรองแบบไหน หากต้องการดูภาพรวมตั้งแต่ต้นทางจนถึงขั้นตอนยื่นจริง แนะนำอ่านต่อที่ ขั้นตอนรับรองเอกสารกรมการกงสุลที่ถูกต้อง เพื่อให้เห็นลำดับการดำเนินการก่อนเลือกว่าจะใช้ Apostille หรือ Legalization
ประเทศสมาชิก Apostille คือประเทศที่เข้าร่วม Hague Convention 1961 ซึ่งยอมรับการรับรองเอกสารแบบ Apostille โดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนรับรองหลายชั้นแบบ Legalization ปัจจุบันมีสมาชิกมากกว่า 120 ประเทศ ครอบคลุมยุโรป อเมริกา เอเชีย และโอเชียเนีย การตรวจสอบประเทศปลายทางก่อนดำเนินการเป็นสิ่งสำคัญ เพราะมีผลโดยตรงต่อขั้นตอน ระยะเวลา และค่าใช้จ่ายในการใช้เอกสารต่างประเทศ
1. Apostille คืออะไร และเกี่ยวข้องกับประเทศสมาชิกอย่างไร
Apostille เป็นรูปแบบการรับรองเอกสารระหว่างประเทศภายใต้กรอบของ Hague Conference on Private International Law ซึ่งเป็นองค์กรที่ดูแลความร่วมมือด้านกฎหมายระหว่างประเทศ จุดสำคัญของระบบนี้คือ การยอมรับร่วมกัน กล่าวคือ หากเอกสารถูกประทับตรา Apostille จากประเทศหนึ่ง ประเทศสมาชิกอื่นจะยอมรับเอกสารนั้นทันทีโดยไม่ต้องผ่านสถานทูตหรือกระบวนการซ้ำ
ความสัมพันธ์ระหว่าง Apostille กับประเทศสมาชิกจึงเป็นเรื่องของข้อตกลงร่วม หากประเทศใดไม่ได้เข้าร่วม ก็จะไม่สามารถใช้ระบบนี้ได้ และต้องกลับไปใช้ Legalization แบบเดิมแทน ดังนั้นการรู้รายชื่อประเทศสมาชิกจึงเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญก่อนยื่นเอกสารทุกครั้ง
หากต้องการเข้าใจความแตกต่างของระบบรับรองทั้งสองแบบ อ่านเพิ่มเติมที่: Apostille vs Legalization ต่างกันอย่างไร?
2. รายชื่อประเทศสมาชิก Apostille (จัดกลุ่มตามภูมิภาค)
หมายเหตุ: รายชื่ออาจมีการปรับเพิ่มตามการเข้าร่วมใหม่ ควรตรวจสอบจากเว็บไซต์ทางการของ HCCH
2.1 กลุ่มประเทศยุโรป
ยุโรปถือเป็นภูมิภาคที่มีประเทศสมาชิก Apostille มากที่สุด โดยแทบทั้งหมดเข้าร่วมระบบนี้แล้ว ตัวอย่างประเทศสำคัญ ได้แก่

กลุ่มนี้เหมาะกับประเทศปลายทาง เช่น เอกสารใช้เยอรมนีต้องเตรียมอย่างไร หรือ เอกสารใช้ฝรั่งเศสต้องรับรองแบบไหน

2.2 กลุ่มประเทศอเมริกา
ในทวีปอเมริกา ประเทศหลัก ๆ ที่เป็นสมาชิก Apostille ได้แก่

ประเทศในกลุ่มอเมริกาหลายประเทศเป็นปลายทางยอดนิยมด้านการเรียนต่อ การทำงาน และเอกสารครอบครัว จึงควรเช็คข้อกำหนดของหน่วยงานปลายทางเพิ่มเติมเสมอ แม้ประเทศนั้นจะอยู่ในระบบ Apostille แล้วก็ตาม
2.3 กลุ่มประเทศเอเชีย
เอเชียมีจำนวนประเทศสมาชิก Apostille เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตัวอย่างประเทศสำคัญ ได้แก่

ประเทศในเอเชียไม่ได้ใช้ระบบเดียวกันทั้งหมด ดังนั้นแม้จะอยู่ในภูมิภาคเดียวกันก็ไม่ควรสรุปเองจากชื่อทวีปเพียงอย่างเดียว หากต้องการเช็คให้แม่นก่อนเริ่มดำเนินการ แนะนำเชื่อมไปที่ ประเทศปลายทางกำหนดรูปแบบการรับรองอย่างไร
2.4 กลุ่มโอเชียเนีย
ประเทศในกลุ่มโอเชียเนียที่เป็นสมาชิก Apostille ได้แก่

เชื่อมโยงกับเคสเรียนต่อ ย้ายถิ่นฐาน และเอกสารครอบครัวได้ ทำลิงค์เชื่อมโยง

หากประเทศปลายทางของคุณอยู่ในรายชื่อข้างต้น ขั้นตอนถัดไปคือการตรวจสอบว่าเอกสารประเภทใดสามารถใช้ Apostille ได้ และต้องเตรียมคำแปลหรือเอกสารประกอบเพิ่มเติมหรือไม่ โดยสามารถอ่านต่อได้ที่ Apostille vs Legalization ต่างกันอย่างไร
แต่หากประเทศปลายทางของคุณไม่อยู่ในรายชื่อนี้ แนะนำให้อ่านต่อที่ ประเทศที่ไม่ใช้ Apostille ต้องทำ Legalization อย่างไร เพื่อดูขั้นตอนการรับรองหลายชั้นให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น
ในกรณีที่ยังไม่แน่ใจว่าหน่วยงานปลายทางกำหนดรูปแบบการรับรองอย่างไร ควรอ่านต่อที่ ประเทศปลายทางกำหนดรูปแบบการรับรองอย่างไร ก่อนเริ่มแปลหรือยื่นเอกสารจริง
3. ประเทศที่ “ไม่” ใช้ Apostille ต้องทำอย่างไร
หากประเทศปลายทางไม่ใช่สมาชิก Apostille จะไม่สามารถใช้ตรา Apostille ได้ และจำเป็นต้องใช้ระบบ Legalization แทน ซึ่งเป็นการรับรองเอกสารแบบหลายขั้นตอน
กระบวนการนี้มักเริ่มจากหน่วยงานต้นทางของเอกสาร ตามด้วยกรมการกงสุล และต่อไปยังสถานทูตของประเทศปลายทาง ระบบนี้ใช้เวลามากกว่า และมักมีจุดที่ต้องตรวจหลายชั้นกว่าระบบ Apostille อย่างชัดเจน เช่น กรมการกงสุล และสุดท้ายต้องนำเอกสารไปให้สถานทูตของประเทศปลายทางรับรองอีกครั้งหนึ่ง
ประเทศที่ยังไม่ใช้ Apostille มักพบได้ในบางส่วนของตะวันออกกลาง แอฟริกา และบางประเทศในเอเชีย ซึ่งยังคงต้องการการตรวจสอบเอกสารในหลายระดับเพื่อความมั่นใจทางกฎหมาย
อ่านขั้นตอนเต็มได้ที่: ประเทศที่ไม่ใช้ Apostille ต้องทำ Legalization อย่างไร?
4. จะตรวจสอบได้อย่างไรว่าประเทศปลายทางเป็นสมาชิกหรือไม่
การตรวจสอบประเทศปลายทางเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุด เพราะเป็นตัวกำหนดว่าควรใช้ Apostille หรือ Legalization วิธีที่แนะนำมีดังนี้
วิธีตรวจสอบ
- ตรวจสอบจากเว็บไซต์ของ HCCH ได้ที่ https://www.hcch.net/en/about
- ตรวจสอบกับหน่วยงานกงสุลประเทศปลายทาง
- ดูข้อกำหนดจากมหาวิทยาลัยหรือหน่วยงานที่รับเอกสาร
หากยังไม่แน่ใจ ควรอ่านบทความนี้ก่อน : ประเทศปลายทางกำหนดรูปแบบการรับรองอย่างไร?
5. ประเทศไทยเป็นสมาชิก Apostille หรือไม่
ประเทศไทยไม่ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิก Hague Convention 1961 อย่างเป็นทางการ ประกาศปัจจุบันของกระทรวงการต่างประเทศระบุว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้ไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille แล้ว และกรมการกงสุลระบุว่าอนุสัญญานี้ “คาดว่าจะมีผลใช้บังคับกับไทยในช่วงต้นปี 2027” ซึ่งหมายความว่าไทยอยู่ในช่วงเตรียมความพร้อม แต่ยังไม่ใช่สถานะที่มีผลใช้บังคับสมบูรณ์แล้วในเวลานี้
เเหล่งที่มา กระทรวงการต่างประเทศ คลิกดูข้อมูลเพิ่มเติม
ก่อนใช้เอกสารต่างประเทศ ต้องเช็ค “ประเทศปลายทาง” ก่อนเสมอ
หัวใจของเรื่องนี้ไม่ใช่แค่การรู้ว่า Apostille คืออะไร แต่คือการรู้ว่า “ประเทศปลายทางอยู่ในระบบไหน” เพราะคำตอบนี้มีผลโดยตรงต่อขั้นตอน ระยะเวลา ค่าใช้จ่าย และโอกาสที่เอกสารจะผ่านหรือถูกตีกลับ
ถ้าประเทศปลายทางเป็นสมาชิก Apostille กระบวนการมักจะง่ายกว่า แต่ถ้ายังไม่เป็นสมาชิก ก็ต้องใช้ Legalization แบบหลายขั้นตอนแทน ดังนั้นก่อนเริ่มแปลหรือยื่นเอกสาร ควรเช็กจากแหล่งทางการทุกครั้ง และตรวจข้อกำหนดของหน่วยงานปลายทางให้ครบ
หากต้องการดูการรับรองเอกสารทั้งหมด ศึกษาเพิ่มเติม บริการรับรองเอกสารกงสุลแบบครบวงจร
6. ส่วน FAQ
6.1 Apostille ใช้แทน Legalization ได้ทุกประเทศหรือไม่
ไม่ได้ Apostille ใช้ได้เฉพาะประเทศที่เป็นสมาชิกเท่านั้น หากประเทศปลายทางไม่เข้าร่วม จะต้องใช้ Legalization แทน
6.2 หากประเทศปลายทางเป็นสมาชิก ต้องผ่านสถานทูตหรือไม่
ไม่จำเป็น หากเอกสารถูกทำ Apostille อย่างถูกต้องแล้ว สามารถใช้ได้ทันทีในประเทศสมาชิกโดยไม่ต้องผ่านสถานทูตเพิ่มเติม
6.3 ประเทศสมาชิกเพิ่มขึ้นได้หรือไม่
ได้ ประเทศต่าง ๆ สามารถเข้าร่วม Hague Convention 1961 ได้ตลอดเวลา ทำให้จำนวนประเทศสมาชิกมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ติดต่อศูนย์แปลเอกสารเฟิสท์ชอยซ์ทรานสเลชัน
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือขอรับบริการกับศูนย์แปลเอกสาร เฟิสท์ชอยซ์ทรานสเลชันได้แล้ววันนี้ที่
LINE OFFICIAL ACCOUNT: https://page.line.me/fc2009?openQrModal=true หรือ
สำนักงานใหญ่ สะพานควาย จตุจักร
อาคารภูมิเดชา ชั้น 4 ซอยประดิพัทธ์ 10 ถ.ประดิพัทธ์ เเขวง/เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400
โทร. 082-3256236 , 065-3958392
https://goo.gl/maps/zUrGGGGWSrtMvjDa7
ศูนย์แปลเอกสารสาขาภูเก็ต ถ.ปฏิพัทธ์ เมืองภูเก็ต
เลขที่ 7/4 ถ.ปฏิพัทธ์ ต.ตลาตเหนือ อ.เมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต 83000
โทร. 086-3669255
https://goo.gl/maps/s21JAisaAnRPvxtHA






