การสมัครงานหรือเริ่มทำงานในต่างประเทศอาจต้องใช้เอกสารไทยหลายประเภท เช่น วุฒิการศึกษา Transcript หนังสือรับรองการทำงาน ใบรับรองความประพฤติ และใบรับรองแพทย์ แต่ไม่ได้หมายความว่าเอกสารทุกฉบับต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษหรือผ่านขั้นตอนเดียวกันทั้งหมด
ก่อนส่งเอกสารไปแปลหรือดำเนินการต่อ ควรขอรายการเอกสารจากนายจ้าง หน่วยงานออกใบอนุญาตทำงาน หรือหน่วยงานปลายทางให้ชัดเจนว่า ต้องการฉบับใด ใช้ภาษาอะไร รับไฟล์หรือใช้ต้นฉบับ และกำหนดอายุเอกสารไว้หรือไม่
หากต้องการดูภาพรวมก่อนเริ่ม สามารถอ่าน คู่มือเอกสารไทยใช้ต่างประเทศ เพื่อแยกประเภทเอกสารและตรวจว่าควรเริ่มจากขั้นตอนไหน จากนั้นจึงใช้เช็กลิสต์ในบทความนี้ตรวจเฉพาะเอกสารสำหรับการทำงาน
เอกสารภาษาอังกฤษไม่จำเป็นต้องรับรองกงสุลทุกฉบับ ต้องยึดข้อความใน requirement ของนายจ้างและหน่วยงานปลายทางเป็นหลัก

1. เอกสารที่มักใช้สมัครงานหรือเริ่มทำงานต่างประเทศ
เอกสารที่ใช้จริงแตกต่างกันตามอาชีพ ประเทศ และหน่วยงานผู้รับ หากต้องการเปรียบเทียบเอกสารกลุ่มอื่น อ่านเพิ่มที่ เอกสารไทยใช้ต่างประเทศมีกี่ประเภท โดยเอกสารสำหรับทำงานที่พบบ่อยมีดังนี้
1.1 หนังสือเดินทางและเอกสารยืนยันตัวบุคคล
หนังสือเดินทางเป็นข้อมูลอ้างอิงหลักของชื่อภาษาอังกฤษ วันเดือนปีเกิด และเลขประจำตัวผู้เดินทาง คำสะกดในเอกสารแปลควรใช้รูปแบบเดียวกับหนังสือเดินทางฉบับที่จะใช้สมัครงานหรือยื่นคำร้อง
- ตรวจชื่อและนามสกุลภาษาอังกฤษให้ตรงกันทุกฉบับ
- ตรวจวันหมดอายุของหนังสือเดินทางตามเงื่อนไขของปลายทาง
- หากเคยเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุล ให้เตรียมเอกสารเชื่อมโยงชื่อเดิมและชื่อปัจจุบัน
1.2 วุฒิการศึกษา Transcript และหนังสือรับรองจากสถานศึกษา
เอกสารกลุ่มนี้ใช้ยืนยันระดับการศึกษา ชื่อหลักสูตร รายวิชา และผลการเรียน โดยเฉพาะตำแหน่งที่กำหนดคุณวุฒิหรือจำเป็นต้องขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ
ควรตรวจว่าปลายทางต้องการวุฒิฉบับภาษาไทย คำแปลภาษาอังกฤษ Transcript ฉบับภาษาอังกฤษ หรือเอกสารที่ออกโดยมหาวิทยาลัยโดยตรง รายละเอียดเพิ่มเติมดูได้ที่ เอกสารการศึกษาใช้ต่างประเทศ ต้องแปลและตรวจอะไรบ้าง
- ชื่อสถาบัน คณะ สาขา และชื่อหลักสูตรต้องใช้รูปแบบเดียวกันทุกฉบับ
- ตรวจว่าต้องใช้ต้นฉบับ สำเนา ซองปิดผนึก หรือไฟล์ที่ส่งตรงจากสถานศึกษา
- บางหน่วยงานกำหนดให้ออกเอกสารใหม่หรือให้สถานศึกษายืนยันก่อนยื่น
1.3 หนังสือรับรองการทำงานและเอกสารประสบการณ์
หนังสือรับรองการทำงานควรแสดงชื่อนายจ้าง ตำแหน่ง ระยะเวลาทำงาน และรายละเอียดหน้าที่ตามที่ปลายทางต้องการ หากข้อมูลใน Resume ไม่ตรงกับหนังสือรับรอง อาจถูกขอคำชี้แจงหรือเอกสารเพิ่มเติม
- ตรวจวันเริ่มงานและวันสิ้นสุดงานให้ตรงกับ Resume และแบบสมัคร
- ชื่อบริษัทและชื่อตำแหน่งควรแปลอย่างสม่ำเสมอ
- ลายมือชื่อ ตราบริษัท และข้อมูลติดต่อของผู้ออกเอกสารต้องเห็นชัด

1.4 ใบรับรองความประพฤติ
นายจ้างหรือหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองบางแห่งอาจขอใบรับรองความประพฤติเพื่อใช้ประกอบการจ้างงาน ใบอนุญาตทำงาน หรือการตรวจสอบประวัติ แต่ช่วงเวลาที่ยอมรับและรูปแบบเอกสารอาจต่างกัน
ก่อนขอเอกสาร ควรตรวจประเทศที่จะใช้ วัตถุประสงค์ และกำหนดเวลายื่น จากนั้นอ่าน หนังสือรับรองความประพฤติ ขอที่ไหน ใช้อะไรบ้าง เพื่อวางแผนให้เอกสารยังอยู่ในช่วงเวลาที่ปลายทางยอมรับ
1.5 ใบรับรองแพทย์หรือผลตรวจสุขภาพ
งานบางประเภทกำหนดผลตรวจโรคหรือใบรับรองสุขภาพเฉพาะรายการ จึงไม่ควรขอใบรับรองแพทย์ทั่วไปก่อนทราบแบบฟอร์มและรายการตรวจจากนายจ้างหรือหน่วยงานปลายทาง
ตรวจรายการโรค สถานพยาบาลที่ยอมรับ อายุเอกสาร และภาษาที่ต้องใช้ โดยอ่านรายละเอียดเสริมได้ที่ ใบรับรองแพทย์ใช้ต่างประเทศ ต้องแปลหรือรับรองไหม.
1.6 ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพและเอกสารเฉพาะอาชีพ
แพทย์ พยาบาล วิศวกร ครู ช่างเทคนิค หรือวิชาชีพที่มีกฎหมายควบคุม อาจต้องใช้ใบอนุญาต หนังสือรับรองสมาชิก หรือเอกสารยืนยันชั่วโมงการทำงานเพิ่มเติม ควรขอรายการจากสภาวิชาชีพหรือหน่วยงานผู้อนุญาตในประเทศปลายทางโดยตรง

2. ก่อนแปลเอกสาร ต้องถามนายจ้างหรือหน่วยงานปลายทางอะไรบ้าง
การมีชื่อเอกสารเพียงอย่างเดียวยังไม่พอ ควรขอ requirement ที่เป็นข้อความ อีเมล แบบฟอร์ม หรือลิงก์จากหน่วยงานผู้รับ เพื่อใช้ตรวจอย่างน้อย 6 เรื่องต่อไปนี้
- ต้องใช้เอกสารฉบับใด และต้องใช้ทุกหน้าหรือไม่
- ต้องการภาษาอังกฤษหรือภาษาท้องถิ่นของประเทศปลายทาง
- รับไฟล์สแกน สำเนา หรือต้องใช้ต้นฉบับจริง
- ต้องการคำแปลทั่วไป Certified Translation หรือรูปแบบอื่น
- กำหนดอายุของเอกสารไว้กี่เดือนนับถึงวันยื่น
- ระบุ Legalization, Consular Authentication, MFA หรือ Embassy Attestation หรือไม่
ข้อควรระวัง: อย่าเริ่มแปลจากการคาดเดาว่า “เอกสารไปต่างประเทศต้องเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด” เพราะบางประเทศหรือบางวิชาชีพกำหนดภาษาท้องถิ่นและรูปแบบคำแปลเฉพาะ
3. เอกสารภาษาอังกฤษสำหรับทำงานต่างประเทศ ต้องรับรองกงสุลหรือไม่
ไม่จำเป็นทุกกรณี หากนายจ้างหรือหน่วยงานปลายทางต้องการเพียง English translation เอกสารอาจไม่ต้องเข้าสู่กระบวนการรับรองเพิ่มเติม แต่หาก requirement ระบุว่าเอกสารหรือคำแปลต้องผ่าน Ministry of Foreign Affairs, Legalization หรือ Consular Authentication ควรตรวจให้ชัดว่าต้องรับรองต้นฉบับ คำแปล หรือลายมือชื่อส่วนใด
เอกสารชื่อเดียวกันอาจมีข้อกำหนดต่างกันตามประเทศและหน่วยงานผู้รับ จึงไม่ควรใช้ประสบการณ์ของผู้อื่นแทน requirement ของเคสตนเอง
กรณีปลายทางระบุว่าต้องดำเนินการผ่านกระทรวงการต่างประเทศ สามารถดูประเภทเอกสาร เงื่อนไข และขั้นตอนบริการได้ที่หน้า รับรองเอกสารกงสุลภาษาอังกฤษ เพื่อแยกให้ออกว่าควรเตรียมต้นฉบับและคำแปลอย่างไร
4. ดู Requirement แล้วควรตรวจอะไรต่อ

หากยังสับสนเรื่องลำดับ อ่าน ต้องแปลเอกสารก่อนหรือหลังรับรอง และ Apostille กับ Legalization ต่างกันอย่างไร ก่อนดำเนินการ เพื่อไม่ให้แปลหรือส่งเอกสารผิดลำดับ
7. จุดที่ต้องตรวจในคำแปลก่อนนำไปใช้
- ชื่อ–นามสกุลภาษาอังกฤษตรงกับ Passport ฉบับที่ใช้ยื่น
- วันเดือนปีเกิด เลขเอกสาร วันที่ออก และวันหมดอายุครบถ้วน
- ชื่อมหาวิทยาลัย หลักสูตร บริษัท และตำแหน่งงานใช้คำสม่ำเสมอ
- แปลตราประทับ หมายเหตุ ข้อความด้านหลัง และข้อมูลทุกจุดที่ปลายทางต้องใช้
- ไม่มีข้อมูลที่ผู้แปลเพิ่มเองนอกเหนือจากต้นฉบับ
- รูปแบบหน้า ตาราง ลายมือชื่อ และตำแหน่งตราช่วยให้เทียบกับต้นฉบับได้ง่าย

8. ถ้าผู้สมัครอยู่ต่างประเทศและเอกสารอยู่ในไทย
ไม่ควรรีบส่งต้นฉบับข้ามประเทศก่อนตรวจจากไฟล์สแกน ควรเริ่มจากการยืนยันว่าเอกสารฉบับนั้นใช้ได้ ต้องออกใหม่หรือไม่ และขั้นตอนใดจำเป็นต้องใช้ต้นฉบับจริง
อ่านแนวทางเฉพาะได้ที่ รับรองเอกสารกงสุลไทย กรณีอยู่ต่างประเทศ ซึ่งอธิบายการตรวจไฟล์ การส่งเอกสาร และการประสานงานจากต่างประเทศโดยตรง บทความหน้านี้จึงไม่ลงรายละเอียดซ้ำในหัวข้อดังกล่าว
10. เช็กลิสต์ก่อนส่งเอกสารไปดำเนินการ
- มี requirement จากนายจ้างหรือหน่วยงานปลายทาง
- รู้ชื่อประเทศ เมือง และหน่วยงานที่จะรับเอกสาร
- ทราบภาษาและรูปแบบคำแปลที่ต้องการ
- ตรวจว่าต้องใช้ต้นฉบับ สำเนา หรือไฟล์สแกน
- ตรวจอายุเอกสารและวันนัดยื่นจริง
- ตรวจชื่อภาษาอังกฤษให้ตรงกับ Passport
- แยกเอกสารสมัครงาน เอกสารวีซ่า และเอกสารใบอนุญาตทำงานออกจากกัน
- ตรวจว่ามีคำว่า Legalization, MFA หรือ Embassy Attestation ใน requirement หรือไม่
คำถามที่พบบ่อย
เอกสารภาษาอังกฤษทุกฉบับต้องรับรองกงสุลหรือไม่
ไม่จำเป็น ต้องตรวจจากหน่วยงานปลายทางว่าใช้คำแปลทั่วไป คำแปลที่มีการรับรอง หรือเอกสารที่ผ่าน Legalization
ใช้คำแปลภาษาอังกฤษได้ทุกประเทศหรือไม่
ไม่ได้ทุกกรณี บางประเทศหรือบางหน่วยงานกำหนดให้ใช้ภาษาราชการหรือภาษาท้องถิ่น
ชื่อภาษาอังกฤษในคำแปลต้องตรงกับอะไร
ควรตรงกับ Passport ฉบับที่ใช้ยื่น รวมถึงตรวจรูปแบบชื่อในวุฒิ หนังสือรับรองงาน และแบบสมัครให้สม่ำเสมอ
แปลเอกสารแล้วนำไปใช้ได้ทันทีหรือไม่
ไม่เสมอไป บางหน่วยงานรับคำแปล ขณะที่บางแห่งกำหนดการรับรองหรือการยืนยันเพิ่มเติม
รับรองกงสุลแล้วต้องรับรองสถานทูตต่อหรือไม่
ขึ้นอยู่กับประเทศและหน่วยงานปลายทาง ต้องตรวจ requirement เฉพาะเคสก่อนดำเนินการ
ควรเริ่มจากไฟล์สแกนหรือต้นฉบับ
ควรส่งไฟล์สแกนที่ชัดเจนพร้อม requirement เพื่อตรวจเบื้องต้นก่อน แล้วจึงส่งต้นฉบับเมื่อขั้นตอนนั้นจำเป็นต้องใช้
ตรวจ Requirement ก่อนแปลและก่อนรับรอง
การเตรียมเอกสารภาษาอังกฤษไปทำงานต่างประเทศควรเริ่มจากรายการของนายจ้างหรือหน่วยงานปลายทาง ไม่ควรเริ่มจากการแปลทุกฉบับพร้อมกัน เพราะเอกสารแต่ละประเภทอาจใช้ภาษา อายุ และระดับการรับรองต่างกัน
เมื่อทราบประเทศ หน่วยงานผู้รับ และข้อความใน requirement แล้ว จึงแยกได้ว่าเอกสารใดใช้คำแปลอย่างเดียว เอกสารใดต้องตรวจต้นฉบับ และเอกสารใดมีขั้นตอนเพิ่มเติมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
หาก requirement ระบุให้ใช้คำแปลสำหรับยื่นต่อกรมการกงสุล ดูรายละเอียดที่ บริการแปลเอกสารยื่นกงสุล หรือหากเป็นเอกสารประกอบคำร้องวีซ่าโดยตรง ดู บริการแปลเอกสารยื่นวีซ่า เพื่อเลือกหน้าบริการให้ตรงกับวัตถุประสงค์
ส่งไฟล์สแกนพร้อม requirement จากนายจ้างหรือหน่วยงานปลายทาง เพื่อให้ทีมงานช่วยตรวจประเภทเอกสาร ภาษา และรูปแบบที่ต้องใช้เบื้องต้น ก่อนเริ่มดำเนินการ
กรณีต้องการตรวจขั้นตอน ค่าบริการ และการยื่นแทน ดูรายละเอียดที่ บริการตรวจเอกสารและยื่นรับรองกงสุล
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือขอรับบริการกับศูนย์แปลเอกสาร เฟิสท์ชอยซ์ทรานสเลชันได้แล้ววันนี้ที่ อาคารภูมิเดชา ชั้น 4 ซอยประดิพัทธ์ 10 ถ.ประดิพัทธ์ เเขวง/เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400 เลขที่ 7/4 ถ.ปฏิพัทธ์ ต.ตลาตเหนือ อ.เมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต 83000 ติดต่อศูนย์แปลเอกสารเฟิสท์ชอยซ์ทรานสเลชัน
LINE OFFICIAL ACCOUNT: https://page.line.me/fc2009?openQrModal=true หรือสำนักงานใหญ่ สะพานควาย จตุจักร
โทร. 082-3256236 , 065-3958392
https://goo.gl/maps/zUrGGGGWSrtMvjDa7ศูนย์แปลเอกสารสาขาภูเก็ต ถ.ปฏิพัทธ์ เมืองภูเก็ต
โทร. 086-3669255
https://goo.gl/maps/s21JAisaAnRPvxtHA





