เอกสารต่างประเทศ ต้องแปลเป็นภาษาไทย ตอนไหน พร้อมวีธีการเช็ค ต้องแปลหรือไม่

เอกสารต่างประเทศต้องแปลไทยเมื่อไร

หลายคนสงสัยว่าเอกสารที่มาจากต่างประเทศต้องแปลเป็นภาษาไทยก่อนหรือไม่ เพราะบางหน่วยงานรับเอกสารภาษาอังกฤษได้ แต่บางหน่วยงานต้องการคำแปลภาษาไทย อีกทั้งบางกรณียังถูกขอคำแปลรับรองเพิ่มเติม ทำให้เอกสารที่ยื่นไปไม่ผ่าน จนต้องกลับไปแก้เอกสารใหม่ เสียเวลาเดินเรื่องหลายรอบ ในบทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจกับเอกสารต่างประเทศว่าต้องแปลเป็นภาษาไทยไหม คำแปลรับรองต่างจากคำแปลทั่วไปอย่างไร และเช็กอย่างไรก่อนยื่นว่าต้องแปลหรือไม่ เพื่อให้คุณเตรียมตัวถูกตั้งแต่แรก

Table of Contents

เอกสารต่างประเทศทุกฉบับต้องแปลเป็นภาษาไทยหรือไม่

คำตอบคือ ไม่จำเป็นทุกฉบับ

การที่จะแปลเป็นภาษาไทยหรือไม่นั้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับหน่วยงานปลายทางในประเทศไทย ที่คุณจะนำเอกสารไปใช้ในไทยเป็นหลัก เพราะหน่วยงานแต่ละแห่งมีเกณฑ์รับเอกสารไม่เหมือนกัน 

บางแห่งสามารถใช้เอกสารภาษาอังกฤษได้เลย เพียงแต่ข้อมูลต้องครบและถูกต้อง แต่บางแห่งต้องใช้คำแปลภาษาไทยเพื่อบันทึกข้อมูลเข้าระบบ ออกหนังสือรับรอง หรือใช้เป็นหลักฐานทางกฎหมาย จึงกำหนดให้ต้องแปลไทยอย่างเคร่งครัด

อีกเรื่องที่หลายคนสับสนนั่นก็คือ การแปลไทย กับ การรับรองเอกสาร เป็นคนละเรื่องกัน 

บางกรณีหน่วยงานอาจไม่ได้ขอให้แปลไทย แต่กลับขอให้เอกสารถูกต้องตามขั้นตอนรับรองจากต่างประเทศก่อน เช่น ต้องรับรองโดยหน่วยงานต้นทาง, สถานทูต, หรือผ่านกระบวนการตามประเทศนั้น ๆ แล้วจึงนำมาใช้ในไทยได้ 

ดังนั้นทางที่ดีควรจะถามปลายทางก่อนว่ารับเอกสารภาษาอะไรได้บ้าง และต้องเป็นคำแปลแบบไหน เพื่อให้ได้ความถูกต้องและไม่เสียเวลาในการดำเนินเรื่องหลายรอบ

กรณีใดที่หน่วยงานไทยมักขอคำแปลภาษาไทย

หน่วยงานราชการไทยส่วนใหญ่มีระเบียบว่า ภาษาไทยคือภาษาทางกา ดังนั้นเอกสารที่เป็นภาษาต่างประเทศจะต้องแปลเป็นภาษาไทยเพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถอ่าน ตรวจเทียบ และบันทึกข้อมูลเข้าระบบราชการได้อย่างชัดเจน โดยกรณีที่พบบ่อยมีดังนี้

1. เอกสารราชการ

เช่น สูติบัตร มรณบัตร หนังสือรับรองโสด ทะเบียนสมรสหรือหย่า ใบเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล หนังสือรับรองจากหน่วยงานรัฐต่างประเทศ รวมถึงคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลบางประเภท เป็นเอกสารเกี่ยวกับสถานะบุคคล สิทธิ และผลทางกฎหมาย ที่เมื่อนำไปใช้กับหน่วยงานไทย เจ้าหน้าที่จะต้องนำข้อมูลสำคัญไปบันทึกเข้าระบบหรือใช้ประกอบการพิจารณาเชิงกฎหมาย จึงต้องการคำแปลไทยที่อ่านชัดและตรวจสอบได้

2. เอกสารครอบครัว

เอกสารที่เกี่ยวกับคู่สมรส บุตร ผู้ปกครอง หรือความสัมพันธ์ในครอบครัว มักถูกใช้กับงานทะเบียนราษฎร งานสัญชาติ และงานสิทธิครอบครัว เช่น

  • การจดทะเบียนสมรส
  • การรับรองบุตร
  • การเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้าน
  • การทำเรื่องสัญชาติ
  • การเปลี่ยนแปลงสถานะทางทะเบียน

เอกสารประเภทนี้มักต้องแปลไทย เพราะมีคำศัพท์เกี่ยวกับ สถานะบุคคลและความสัมพันธ์ทางกฎหมาย ที่ต้องสื่อความหมายให้ตรงมากที่สุด

3. เอกสารธุรกิจ

หากเป็นเอกสารของบริษัทหรือนิติบุคคลจากต่างประเทศ เช่น

  • หนังสือรับรองบริษัท
  • Certificate of Incorporation
  • Articles of Association
  • Power of Attorney
  • Board Resolution
  • สัญญาทางการค้า

เมื่อใช้ยื่นกับหน่วยงานไทย ธนาคาร หรือองค์กรที่เกี่ยวข้องกับการจดทะเบียนธุรกิจ มักถูกขอให้แปลเป็นภาษาไทย เพื่อให้ตรวจสอบ อำนาจลงนาม โครงสร้างบริษัท รายชื่อกรรมการ หรือสาระสำคัญในเอกสาร ได้ชัดเจน

4. เอกสารการศึกษา

เช่น Transcript, Diploma, Degree Certificate, หนังสือรับรองการศึกษา หรือคำอธิบายรายวิชา

หากนำไปใช้กับมหาวิทยาลัยไทย หน่วยงานราชการไทย หรือองค์กรที่เกี่ยวข้องกับการเทียบวุฒิ มักมีโอกาสสูงที่จะต้องแปลเป็นภาษาไทย โดยเฉพาะกรณีที่ต้องตรวจสอบ

  • ระบบเกรด
  • หน่วยกิต
  • รายวิชา
  • สถานะการสำเร็จการศึกษา

หากคุณกำลังจะจำเป็นต้องใช้เอกสารกลุ่มนี้ สามารถอ่านบทความเกี่ยวกับ หน่วยงานไทยตรวจอะไรบ้างเมื่อรับเอกสารต่างประเทศ อ่านบทความนี้

Pillar B ตัวอย่างเอกสารรับรองกงสุล 4 3

คำแปลรับรองคืออะไร ต่างจากคำแปลทั่วไปอย่างไร

คำแปลรับรองคืออะไร 

คำแปลรับรอง คือ การแปลเอกสารจากภาษาหนึ่งเป็นอีกภาษาหนึ่ง พร้อมมีการลงลายมือชื่อรับรองโดยผู้แปลหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบ เพื่อยืนยันว่า ข้อความในฉบับแปลถูกต้องตรงตามต้นฉบับ

โดยทั่วไป คำแปลรับรองมักมีองค์ประกอบ เช่น

  • ชื่อ-นามสกุลผู้แปล
  • ลายมือชื่อผู้แปล
  • วันที่แปล
  • สำเนาบัตรประชาชนผู้แปล
  • ข้อมูลที่ใช้ตรวจสอบในระบบได้

เหตุผลที่หลายหน่วยงานต้องการคำแปลรับรอง เพราะการแปลทั่วไปสามารถพิมพ์ขึ้นเองได้ แต่เอกสารที่ใช้ยื่นราชการหรือใช้ทางกฎหมายต้องมีผู้รับผิดชอบยืนยันความถูกต้องของเนื้อหา

หน่วยงานใดบ้างที่มักขอคำแปลหรือคำแปลรับรอง

คำแปลรับรองต่างจากคำแปลทั่วไปอย่างไร

ความต่างสำคัญอยู่ที่ วัตถุประสงค์การใช้งาน

  • คำแปลทั่วไป เหมาะกับการแปลเพื่ออ่านเอง ทำความเข้าใจ หรือใช้สื่อสารภายใน
  • คำแปลรับรอง เหมาะกับการยื่นหน่วยงานรัฐ องค์กรทางกฎหมาย สถานทูต มหาวิทยาลัย หรือหน่วยงานที่ต้องเก็บเอกสารเป็นหลักฐานทางการ

หากเอกสารมีผลต่อสิทธิ สถานะ หรือหน้าที่ทางกฎหมาย หน่วยงานปลายทางมักต้องการคำแปลที่ ตรวจสอบได้และระบุผู้รับผิดชอบชัดเจน มากกว่าคำแปลทั่วไป

หน่วยงานใดบ้างที่มักขอคำแปลหรือคำแปลรับรอง

เพื่อให้คุณเห็นภาพชัดเจนและเตรียมตัวได้ถูก ลองดูตัวอย่างหน่วยงานปลายทางที่มักขอคำแปล หรือขอคำแปลรับรองเป็นพิเศษ ดังนี้

1. เขต / อำเภอ

งานทะเบียนราษฎรและงานครอบครัว เช่น

  • จดทะเบียนสมรส
  • รับรองบุตร
  • แจ้งเกิด
  • เปลี่ยนชื่อ
  • เพิ่มชื่อในทะเบียนบ้าน
  • ดำเนินการเปลี่ยนสัญชาติ เปลี่ยนสถานะบุคคล

เอกสารจากต่างประเทศในกลุ่มนี้มักต้องแปลไทย เพราะเจ้าหน้าที่ต้องใช้ข้อมูลไปลงระบบราชการโดยตรง

2. กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD)

กรณีจดทะเบียนหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลของนิติบุคคลที่เกี่ยวข้องกับต่างประเทศ เอกสารสำคัญมักต้องมีคำแปลไทย เพื่อให้ตรวจสอบสาระสำคัญ เช่น อำนาจลงนาม โครงสร้างบริษัท หรือมติที่ประชุม

3. สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.)

บางกรณีอาจรับเอกสารภาษาอังกฤษได้ แต่หากเป็นเอกสารเกี่ยวกับ ความสัมพันธ์ครอบครัว สถานะทางกฎหมาย หรือเอกสารเฉพาะประเทศ การมีคำแปลไทยหรือคำแปลรับรองจะช่วยให้พิจารณาได้ง่ายขึ้นและลดโอกาสถูกขอเอกสารเพิ่ม

4. มหาวิทยาลัย/หน่วยงานด้านการศึกษา

เรื่องเทียบโอนหน่วยกิต รับเข้าเรียน ระดับบัณฑิตศึกษา หรือทุนการศึกษา มักมีการตรวจรายละเอียดเอกสารการศึกษาและผลการเรียนอย่างละเอียด หลายสถาบันต้องการคำแปลไทยเพื่อให้เจ้าหน้าที่เทียบเคียงตามเกณฑ์ไทยได้ง่ายขึ้น และลดความคลาดเคลื่อนของคำศัพท์วิชา ระบบเกรด หรือสถานะการสำเร็จการศึกษา โดยเฉพาะหากต้นฉบับไม่ใช่ภาษาอังกฤษ คำแปลไทยมักเป็นสิ่งจำเป็นมาก

เช็กอย่างไรก่อนยื่น ว่าต้องแปลเอกสารเป็นภาษาไทยหรือไม่

ก่อนจะแปลเอกสารต่างประเทศเป็นภาษาไทย แนะนำให้เช็ก 3 อย่าง นี้

1) เช็ค “ปลายทาง” ก่อนเสมอ

ดูปลายทางว่าเป็นหน่วยงานไหน และเขารับเอกสารภาษาอะไรได้บ้าง เพื่อจะได้ไม่เสียเวลาเดินเรื่องหลายรอบ
ดูคู่มือเอกสารต่างประเทศใช้ในไทยเพิ่มเติมได้ที่ คลิกต่อ

2) เช็ค “ประเภทเอกสาร”

ดูว่าเอกสารเป็นเอกสารราชการ เอกสารครอบครัว เอกสารธุรกิจ หรือเอกสารการศึกษา
หากเป็นเอกสารที่หน่วยงานไทยต้องนำข้อมูลไป บันทึกเข้าระบบ ออกเอกสารไทยต่อ หรือใช้ประกอบการพิจารณาทางกฎหมาย โอกาสที่ต้องแปลไทยจะสูงมาก

3) เช็ค “เงื่อนไขการรับเรื่อง”

นอกจากเรื่องภาษาแล้ว ควรดูด้วยว่า

  • ต้องใช้ต้นฉบับหรือสำเนา
  • ต้องมีคำแปลรับรองหรือไม่
  • ต้องผ่านการรับรองจากประเทศต้นทางก่อนหรือไม่
  • ต้องผ่านสถานทูตหรือกรมการกงสุลหรือไม่

หลายคนพลาดตรงที่คิดว่า “แปลไทยแล้วจบ” แต่จริง ๆ บางเคสต้องจัดลำดับให้ถูก เช่น รับรองต้นทางก่อน แล้วจึงแปลและยื่นในไทย

หากคุณกำลังตัดสินใจว่าเอกสารต่างประเทศต้องแปลไทยเมื่อใด ให้จำหลักง่าย ๆ ว่า ไม่ใช่ทุกกรณีต้องแปล แต่ถ้าเป็นงานราชการไทย งานทะเบียนครอบครัว งานจดทะเบียนธุรกิจ และงานการศึกษาที่ต้องเทียบวุฒิ โอกาสถูกขอคำแปลไทยหรือคำแปลรับรองจะสูงมาก การเช็กปลายทางก่อนเสมอจะช่วยให้คุณเตรียมเอกสารได้ตรง ลดการแก้ไขซ้ำ และทำให้เรื่องเดินเร็วขึ้น สำหรับคนที่มีเอกสารที่ต้องแปลเอกสารเป็นภาษาไทยก่อน สามารถดูอัตราค่าแปลตามประเภทเอกสารของเราได้ที่ ค่าแปลเอกสาร 

ติดต่อศูนย์แปลเอกสารเฟิสท์ชอยซ์ทรานสเลชัน

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือขอรับบริการกับศูนย์แปลเอกสาร เฟิสท์ชอยซ์ทรานสเลชันได้แล้ววันนี้ที่
LINE OFFICIAL ACCOUNT: https://page.line.me/fc2009?openQrModal=true หรือ

สำนักงานใหญ่ สะพานควาย จตุจักร

อาคารภูมิเดชา ชั้น 4 ซอยประดิพัทธ์ 10 ถ.ประดิพัทธ์ เเขวง/เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400
โทร. 082-3256236 , 065-3958392
https://goo.gl/maps/zUrGGGGWSrtMvjDa7

ศูนย์แปลเอกสารสาขาภูเก็ต ถ.ปฏิพัทธ์ เมืองภูเก็ต

เลขที่ 7/4 ถ.ปฏิพัทธ์ ต.ตลาตเหนือ อ.เมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต 83000
โทร. 086-3669255 
https://goo.gl/maps/s21JAisaAnRPvxtHA