เคล็ด(ไม่)ลับ แปลภาษาแบบมืออาชีพ มีคุณภาพ แต่ยังคงสไตล์ต้นฉบับ

เคล็ด(ไม่)ลับ แปลภาษาแบบมืออาชีพ มีคุณภาพ แต่ยังคงสไตล์ต้นฉบับ

เราเชื่อว่าหลายคนคงอยากมีทักษะการแปลภาษาที่ดีและสามารถแปลภาษาของเอกสาร หนังสือ หรือบทความที่ตัวเองต้องการได้อย่างเป็นมืออาชีพใช่ไหมล่ะคะ ทักษะการแปลนั้นสามารถฝึกฝนได้ แต่จะแปลอย่างไรให้มีคุณภาพ เป็นมืออาชีพเหมือนนักแปลหรือผู้ให้บริการรับแปลเอกสาร รับแปลภาษาอังกฤษ แต่ก็ยังคงความเป็นสไตล์ดั้งเดิมจากต้นฉบับ?  เฟิสท์ชอยซ์ทรานสเลชัน มีเคล็ดไม่ลับสำหรับคนที่อยากฝึกการแปลให้เป็นมืออาชีพและรักษาเอกลักษณ์ของภาษาต้นฉบับเอาไว้มาฝากค่ะ

1.รู้ความหมายที่ต้นฉบับต้องการสื่อ

ก่อนที่เราจะสามารถมีทักษะการแปลถึงขนาดรับแปลภาษาอังกฤษหรือเก่งเทียบเท่านักแปลได้นั้น เราต้องทำความเข้าใจก่อนว่าถึงจะรู้ภาษาอังกฤษแต่การแปลก็ยากกว่า เพราะการแปลต้องเข้าใจความหมายที่ต้นฉบับต้องการสื่อ บางครั้งประโยคที่เราเห็นก็ไม่ได้แปลอกมาตรงตัว ถ้าเราไม่เข้าใจว่าต้นฉบับต้องการสื่ออะไร ก็จะไม่สามารถรับแปลภาษาอังกฤษได้อย่างมีคุณภาพนั่นเอง

2.เข้าใจบริบททางสังคมและวัฒนธรรม

นอกจากเราจะเข้าใจความหมายที่ต้นฉบับต้องการสื่อแล้ว การจะรับแปลภาษาอังกฤษหรือสามารถแปลภาษาออกมาได้มีคุณภาพและตรงสไตล์ของต้นฉบับก็ต้องมีความเข้าใจบริบททางสังคมและวัฒนธรรมของประเทศเจ้าของภาษา รวมถึงวัฒนธรรมของภาษาปลายทางของเราด้วยเช่นกัน เพื่อให้เราสามารถแปลภาษาออกมาได้อย่างราบรื่น ไม่ขัดบริบททางสังคมและความเป็นจริง รวมถึงสามารถสื่ออารมณ์และบรรยากาศที่ต้นฉบับต้องการเอาไว้ได้อย่างครบถ้วน

3.ใช้ระดับภาษาได้ถูกต้องเหมาะสม

เคล็ดลับข้อต่อมาก็คือการเลือกใช้ระดับของภาษาให้เหมาะสม เช่น หากเป็นการรับแปลเอกสารราชการ ข้อกฎหมาย หรือสัญญา ก็ต้องเลือกใช้ภาษาที่เป็นทางการ แต่ถ้าเป็นการแปลบทความ นิทาน หรือนิยาย ระดับของการเลือกใช้คำก็ต้องปรับให้เหมาะสมกับบริบทที่ต้นฉบับต้องการสื่อสารออกมาด้วย

4.ศึกษาจากตัวอย่างงานจริง

ถ้าอยากแปลภาษาให้เก่งแบบผู้ให้บริการรับแปลภาษาอังกฤษหรือนักแปล ก็ต้องศึกษาผลงานแปลให้มาก ๆ ลองเทียบเคียงตัวอย่างงานจริงของนักแปลที่เราชื่นชอบ หรือดูตัวอย่างการแปลสไตล์ที่สนใจจากอินเทอร์เน็ตก็ได้

5.อ่านให้เยอะและหลากหลาย

จะเป็นนักแปลที่เก่ง แปลงานออกมามีคุณภาพ และแปลภาษาได้สละสลวยน่าอ่าน ก็ต้องรู้จักการอ่านให้มาก อ่านให้หลากหลายแนว ไม่ว่าจะเป็นนิยายภาษาอังกฤษ บทความ ข่าว เอกสารต่าง ๆ ไปจนถึงจดหมาย เพื่อให้เราฝึกทำความเข้าใจรูปประโยค ระดับของภาษา คำศัพท์ที่ใช้ และเพื่อให้คุ้นเคยกับโครงสร้างภาษานั้น ๆ มากที่สุด

6.ฝึกการเรียบเรียงประโยค

เมื่ออ่านมากแล้วก็ต้องฝึกแปล นอกจากจะแปลให้ถูกต้องตามความหมายแล้ว อย่าลืมฝึกการเรียบเรียงประโยคให้ออกมาสละสลวย อ่านลื่นไหล และเข้ากับบริบทของสังคมด้วย เพราะนักรับแปลภาษาอังกฤษมืออาชีพนั้นสามารถเรียบเรียงประโยคออกมาได้เป็นธรรมชาติ ซึ่งนี่ถือเป็นอีกจุดที่ยากสำหรับคนที่อยากรับแปลเอกสาร

7.ขอคำแนะนำจากมืออาชีพ

สุดท้ายเมื่อฝึกมาก ๆ แล้ว อย่าลืมนำงานแปลไปขอคำปรึกษาและคำแนะนำจากมืออาชีพ เพื่อขัดเกลาและฝึกฝนตัวเองในจุดที่ยังต้องปรับปรุง
หากต้องการแปลภาษาให้ออกมามีคุณภาพและตรงตามสไตล์ของต้นฉบับ ก็อย่าลืมนำเคล็ดไม่ลับที่เรานำมาฝากในวันนี้ไปปรับใช้กันนะคะ แต่ถ้าใครต้องการใช้บริการนักแปลภาษาอังกฤษมืออาชีพมากกว่าแปลด้วยตัวเองล่ะก็ ศูนย์แปลเอกสารเฟิสท์ชอยซ์ทรานสเลชันก็พร้อมให้บริการรับแปลภาษาอังกฤษ รับแปลเอกสาร โดยนักแปลมืออาชีพ พร้อมให้บริการแปลภาษามากกว่า 30 ภาษา การันตีบริการคุณภาพ ถูกต้องแม่นยำและรวดเร็ว เป็นมืออาชีพแน่นอน

  • ศูนย์แปลเอกสารเฟิสท์ชอยซ์ทรานสเลชัน
  • www.firstchoicetranslation.com
บริการที่น่าสนใจ
” สำหรับใครที่กำลังมองหาบริการเเปลภาษา รับแปลเอกสาร โดยนักแปลเอกสารเจ้าของภาษาเชี่ยวชาญ มีประสบการณ์มาอย่างยาวนาน ศูนย์แปลเอกสารเฟิสท์ชอยซ์ทรานสเลชัน เราสามารถรับรองเอกสารกงสุล และสถานทูตต่างๆ รับรองเอกสารโดยทนายความ เพื่อให้คุณได้เอกสารที่ถูกต้อง เเละมีคุณภาพ อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม