เทคนิคการแปลภาษาอังกฤษ แปลอย่างไรให้เหมือนมืออาชีพ ได้งานคุณภาพ

เทคนิคการแปลภาษาอังกฤษ แปลอย่างไรให้เหมือนมืออาชีพ ได้งานคุณภาพ


เทคนิคการแปลภาษาอังกฤษ ให้งานออกมาดี ภาษาสละสลวยนั้นต้องทำอย่างไรบ้าง หลายคนคงสงสัยใช่ไหมคะ เพราะการแปลภาษาอังกฤษนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ต่อให้เรามีความรู้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษแล้ว แต่การจะกลั่นกรองออกมาเป็นตัวหนังสือก็ยังเป็นเรื่องที่ยาก และยิ่งสมัยนี้การแปลสื่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ภาษาใดภาษาหนึ่งเท่านั้น เมื่อการพัฒนาทางเทคโนโลยีและการเติบโตของโลกเป็นไปอย่างก้าวกระโดด 

ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสารผ่านโลกออนไลน์การเดินทางไปยังต่างประเทศทั่วโลกได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย จึงทำให้การแปลภาษาเป็นอีกหนึ่งทักษะที่มีความสำคัญมากขึ้นตามไปด้วย เช่น การแปลเอกสารต่างๆ หนังสือ เอกสารกฎหมาย เอกสารด้านอุตสาหกรรม เอกสารด้านการศึกษา เอกสารด้านการตลาด รวมไปถึงเอกสารด้านการวิจัย เป็นต้น


หลักการแปลภาษาอังกฤษ คืออะไร มีความสำคัญอย่างไร

การแปลภาษาอังกฤษ คือ การถ่ายทอดความหมาย ความคิด และการสื่อสาร จากภาษาอังกฤษเป็นอีกภาษาหนึ่ง หรือจากภาษาหนึ่งแปลมาเป็นภาษาอังกฤษ ให้มีความหมายชัดเจนขึ้น โดนผ่านผู้แปลที่มีความเชี่ยวชาญด้านการใช้ภาษาทั้งสองภาษานั้นอย่างชำนาญการ มีความรู้ความเข้าใจในหลักการใช้ภาษานั้นๆอย่างท่องแท้ สื่อความหมายได้อย่างถูกต้องครบถ้วนสมบูรณ์ ไม่บิดเบือนหรือดัดแปลงจากภาษาต้นฉบับ เพื่อให้ผู้อ่านฉบับแปลมีความเข้าใจที่ตรงกัน

เทคนิคการแปลภาษาอังกฤษ จากศูนย์แปลเอกสาร เฟิสท์ชอยซ์ ทรานสเลชัน

เราได้เห็นความสำคัญของการแปลภาษาอังกฤษแล้ว เชื่อว่าหลายคนสนใจเรื่องการแปลภาษาอังกฤษกันอยู่แล้ว แต่มักจะเจออุปสรรคในการแปลอยู่บ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นรู้ภาษาอังกฤษดีอยู่แล้ว แต่จะแปลออกมาทั้งทีทำไมมันช่างยากเหลือเกิน เพื่อให้ทุกคนได้เรียนรู้การแปลที่ถูกวิธี และแปลได้ง่ายขึ้น เราเลยขอมาแนะนำเทคนิคการแปลภาษาอังกฤษมาฝากทุกคนค่ะ

แปลให้กระชับได้ใจความ

เทคนิคการแปลภาษาอังกฤษ  อย่างถูกต้อง

เทคนิคการแปลภาษาให้กระชับ คือ เทคนิคแรกที่มีความสำคัญต่อการเรียบเรียงความหมายจากภาษาต้นฉบับให้เป็นภาษาที่ 2 ได้ดีขึ้น ควรเน้นการใช้ประโยคที่สื่อได้ชัดเจน สั้นกระชับ ได้ใจความสำคัญที่ตรงประเด็น รวมไปถึงการถ่ายทอดประโยคที่ยาวให้เข้าใจง่ายมากขึ้น

ด้วยการคงความหมายหลักสำคัญให้มีคุณภาพ เลือกใช้การแบ่งประโยคเมื่อจำเป็น เรียงลำดับความหมายของเนื้อหาให้ต่อเนื่องอ่านง่าย และไม่ยึดติดกับสำนวนของภาษาต้นฉบับมากเกินไป ซึ่งอาจไม่ตรงกับหลักการใช้ภาษา การใช้คำ สำนวน ของภาษาที่ต้องการแปลเท่าที่ควร

สำนวนภาษาต้องตรงกลุ่มเป้าหมาย

เทคนิคการแปลภาษาอังกฤษ ให้ได้อย่างมีอาชีพนั้น ผู้แปลภาษาที่ดีจะต้องคำนึงถึงการใช้ภาษาที่ตรงกับกลุ่มผู้อ่านเป้าหมายและจุดประสงค์ที่ต้องการจะสื่อสาร ไม่ว่าจะเป็นระดับของภาษา รูปประโยค สำนวน การนำเสนอ ที่จะทำให้ผู้อ่านเข้าถึงประเด็นของภาษาต้นฉบับได้อย่างสมบูรณ์ไม่บิดเบือน 

เช่น เอกสารวิชาการ ควรเลือกใช้ระดับภาษาที่เหมาะสมเป็นทางการ น่าเชื่อถือ คำศัพท์ที่ให้ความหมายตรงจุดประสงค์ หลีกเลี่ยงสำนวนภาษาที่เป็นภาษาพูดทั่วไป และเทคนิคการแปลภาษาที่สำคัญ คือ การแปลเอกสารวิชาการไม่ควรแปลแบบคำต่อคำ เพราะวิธีการนี้จะทำให้ความหมายภาษาต้นฉบับผิดแปลกไปจากเดิม หรือถ้าเราแปลบทความสำหรับบุคลทั่วไปอ่าน อย่างเช่น นิตยสาร การใช้ภาษาเป็นทางการมากเกินไป ก็อาจทำให้ภาษาไม่เป็นธรรมชาติ ขาดความสนุกสนานหรืออรรถรสที่ควรจะเป็นได้ ดังนั้นผู้แปลอาจจะต้องศึกษาหลักการของเนื้อหานั้นๆอย่างลึกซึ้งในระดับหนึ่ง ก่อนที่จะเรียบเรียงความหมายและแปลภาษาที่สองได้อย่างสมบูรณ์

คงรูปแบบตามต้นฉบับ

เทคนิคการแปลภาษาที่ดีอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญไม่แพ้การแปลความหมายให้ถูกต้อง คือ การจัดรูปแบบตัวอักษร การจัดหน้า การใช้สัญลักษณ์ ตาราง ภาพประกอบ รายละเอียดตัวหนา ตัวเอียง การขีดเส้นใต้ ฯลฯ จัดให้คงรูปแบบตามต้นฉบับมากที่สุด เพื่อให้คนอ่านสัมผัสได้ถึงลักษณ์ที่แท้จริงของต้นฉบับเดิม นอกจากนี้ การแปลภาษาก็ต้องพยายามคงความรู้สึก หรือที่เรามักจะเรียกกันว่า Mood&Tone ของงานแปลไว้ด้วย เพื่อคงคุณภาพการเขียนที่ดีจากต้นฉบับ ที่ต้องการสื่อความหมายได้อย่างตรงประเด็นไม่คลาดเคลื่อน เสมือนได้อ่านต้นฉบับภาษานั้นๆจริงๆ ในบางกรณีอาจมีความหมายที่ไม่ใกล้เคียงกับภาษาที่ 2 เท่าที่ควร อาจจะต้องมีการอธิบายเพิ่มเติมเพื่อช่วยขยายความให้ผู้อ่านนึกภาพตามที่ผู้เขียนต้องการสื่ออย่างเข้าใจมากที่สุด

 ขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ

เทคนิคการแปลภาษาอังกฤษ  แบบมืออาชีพ

แน่นอนว่าการแปลภาษาในบางครั้งอาจมีปัญหาความไม่เข้าใจในสำนวนภาษา ความหมาย หรือ เนื้อหาของภาษาต้นฉบับอยู่บ้าง ซึ่งผู้แปลจำเป็นต้องของคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านภาษานั้นๆ หรือ เจ้าของภาษาที่มีประสบการณ์

รวมถึงบางเนื้อหาที่อาจมีความเฉพาะเจาะจงที่ผู้แปลขาดความรู้ความเข้าใจ ทำให้การแปลมีความติดขัดได้ ดังนั้นผู้แปลจะต้องมีเทคนิคการแปลภาษาโดยการเป็นสื่อกลางที่ดี ที่จะทำทุกอย่างให้เนื้อหามีความสมบูรณ์แบบมากที่สุด

อีกวิธีหนึ่งที่น่าสนใจ และเป็นเทคนิคที่ดีก็คือ คุณอาจลองแปลงานส่วนตัวดูก่อน แล้วลองโพสต์ตามสื่อโซเชียลของคุณเอง หรือตามเว็บบอร์ดของต่างประเทศ และขอคอมเม้นต์จากคนต่างประเทศที่เข้ามาอ่าน เราก็จะได้คำแนะนำจากเจ้าของภาษาเลย ทำให้ประเมินงานตัวเองได้ต่อไปว่า ควรจะไปเรียนรู้เพิ่มเติม หรือปรับเปลี่ยนวิธีการแปลอย่างไร ให้งานของมามีคุณภาพ ใช้ภาษาแล้วสละสลวย คนทั่วไปอ่านแล้วเข้าใจได้ง่าย

ซึ่งทางศูนย์แปลเอกสาร เฟิสท์ชอยซ์ ทรานสเลชัน ในฐานะที่เป็นศูนย์แปลภาษานั้น ก็ถือว่าเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านแปลภาษาเช่นกันค่ะ เรานั้นตอบโจทย์ความต้องการด้านการแปลภาษาที่ครอบคลุมมากกว่า 30 ภาษาทั่วโลก โดยนักแปลมืออาชีพและเจ้าของภาษาที่เชี่ยวชาญ มีประสบการณ์ด้านการแปลเอกสารให้กับองค์กรชั้นนำมาแล้วมากมาย พร้อมบริการที่ได้มาตรฐานและการันตีผลงานในราคาที่ยุติธรรม

ใช้คำทับศัพท์อย่างเหมาะสม

เทคนิคการแปลภาษาอังกฤษ ที่ไม่ควรมองข้ามไปอย่างหนึ่งเลยก็คือ การใช้คำทับศัพท์ค่ะ ตามความจริงแล้ว เราไม่จำเป็นต้องแปลคำจากภาษาอังกฤษให้เป็นภาษาไทยให้หมดทุกคำ บางคำก็สามารถใช้คำทับศัพท์ไปได้เลยค่ะ เพราะว่าเนื้อหาจากภาษาต้นฉบับบางครั้งอาจจะต้องใช้คำทับศัพท์เพื่อสื่อความหมายได้ดีกว่าการแปลคำขึ้นใหม่ นอกจากจะเป็นคำศัพท์ที่ใช้สื่อสารกันทั่วไปแล้ว บางคำยังเป็นคำที่เข้าใจกันได้อย่างคุ้นเคยเป็นสากลอีกด้วย เช่น Google Facebook Email ชื่อบุคคล สถานที่ เป็นต้น ถ้าสมมติเราแปลคำศัพท์เหล่านี้อีกทีหนึ่ง อาจจะทำให้เกิดความสับสน คนอ่านอาจอ่านแล้วไม่เข้าใจได้เลยค่ะ

คำต่างๆ เหล่านี้เป็นที่รู้ที่จักและนิยมใช้ทับศัพท์ทั้งการเขียนและการพูด ซึ่งผู้แปลควรเลือกใช้เทคนิคการแปลภาษาให้เหมาะสมกับรูปประโยคโดยที่ยังคงความหมายเดิมไว้อย่างสมบูรณ์

เปลี่ยนระบบหน่วยต่างๆ ให้เข้าใจง่าย

รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ก็เป็นจุดที่ผู้แปลไม่ควรละเลยเป็นอันขาด เพราะเป็นจุดที่ผู้อ่านจะสามารถทำความเข้าใจต้นฉบับได้ดีมากขึ้น ด้วยการเปลี่ยนระบบการใช้เปรียบเทียบหน่วยต่างๆ ให้เป็นหน่วยที่ภาษาที่สองที่คุ้นเคยและใช้เป็นสากลภายในประเทศ เช่น ค่าเงิน หน่วยการวัด การเขียนวัน เดือน ปี อุณหภูมิ จุดทศนิยม หน่วยความสูง ระยะทาง หน่วยค่าน้ำหนัก เป็นต้น ถ้าให้ยกตัวอย่างที่เห็นกันอยู่บ่อยๆ ก็คือ อย่างเรื่องอุณหภูมิค่ะ นักแปลหลายคนคงจะเจอหน่วยฟาเรนไฮต์อยู่บ่อยๆ แต่สำหรับคนไทยแล้ว อาจจะไม่ค่อยคุ้นชินกับหน่วยนี้เท่าไหร่ แต่จะชิ้นกับหน่วย “องศาเซลเซียส” มากกว่า ดังนั้น เพื่อให้คนอ่านแล้วเข้าใจได้เลยทันที เราก็ควรใส่ใจในรายละเอียดจุดนี้ ด้วยการแปลงหน่วยอุณหภูมิจาก ฟาเรนไฮต์ เป็น องศาเซียลเซียส ก็จะช่วยให้คนอ่านเข้าใจงานแปลของเราได้มากยิ่งขึ้นค่ะ

ตรวจสอบความถูกต้องของภาษา

เทคนิคการแปลภาษาอังกฤษ ที่น่าเชื่อถือ

เทคนิคการแปลภาษาอังกฤษ ให้มีคุณภาพที่ดีที่อยากแนะนำเป็นข้อสุดท้าย และต้องขอบอกว่า เป็นเทคนนิคที่เราต้องให้ความสำคัญมากเลยค่ะ เพราะเป็นสิ่งที่ชี้วัดได้เลยว่า พองานออกไปแล้วจะมีคุณภาพที่ดีจริงหรือเปล่า นั่นก็คือเรื่องของการตรวจสอบความถูกต้องทางภาษา เมื่อเราแปลงานเสร็จ ไม่ใช่ว่าจะส่งงาน หรือปิดงานได้เลย แต่เราควรตรวจสอบความถูกต้องของงานด้วย เพื่อตรวจสอบความเรียบร้อยสมบูรณ์แบบของเนื้อหาและรายละเอียดอื่นๆ ทั้งในเรื่องของการพิมพ์ การสะกดคำ ไวยากรณ์ รูปแบบภาษา เนื้อหา คำทับศัพท์ การขึ้นย่อหน้า การจัดวางรูปภาพประกอบ ตำแหน่งการวางเลย์เอาต์ ตลอดจนระยะช่องว่างระหว่างบรรทัดต่างๆ

โดยจะต้องเปรียบเทียบกับต้นฉบับให้มีความคล้ายมากที่สุด ผู้แปลจะต้องอ่านเนื้อหาทุกบรรทัด ทุกคำ ทุกหน้า เรียกง่ายๆว่าเป็นการจับผิดการแปลให้ถูกต้องก่อนการส่งมอบให้กับลูกค้า หรือ ก่อนการยื่นเอกสารนั่นเอง

เทคนิคการแปลภาษาทั้งหมดที่เรารวบรวมมานั้น เป็นหลักการสำคัญที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการแปลภาษา ซึ่งไม่ว่าจะเป็นภาษาไหนๆ เทคนิคเหล่านี้จะสามารถช่วยให้การแปลของคุณเป็นมืออาชีพมากยิ่งขึ้น ที่สำคัญคือคุณต้องหมั่นฝึกฝนค้นคว้าหาประสบการณ์ และพัฒนาการแปลให้มากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อความเข้าใจการแปลอย่างมีคุณภาพและเป็นที่น่าเชื่อถือ สู่การเป็นนักแปลภาษาระดับมืออาชีพต่อไป 


หากคุณกำลังมองหาศูนย์แปลภาษาที่จะช่วยให้คุณแปลภาษาได้รวดเร็ว ง่ายดายสะดวกสบายแล้วล่ะก็ ศูนย์แปลเอกสาร เฟิสท์ชอยซ์ ทรานสเลชัน คือหนึ่งในตัวเลือกที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี ซึ่งรองรับการแปลภาษาได้มากถึง 30 ภาษา มั่นใจคุณภาพการแปลระดับมืออาชีพ ให้คุณได้รับงานแปลที่ดีที่สุดในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายๆ อย่างแน่นอน


  • ศูนย์แปลเอกสารเฟิสท์ชอยซ์ทรานสเลชัน