เทคนิคการแปลภาษา แปลอย่างไรให้เหมือนมืออาชีพ

เทคนิคการแปลภาษา แปลอย่างไรให้เหมือนมืออาชีพ

ปัจจุบันการสื่อสารไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ภาษาใดภาษาหนึ่งเท่านั้น เมื่อการพัฒนาทางเทคโนโลยีและการเติบโตของโลกเป็นไปอย่างก้าวกระโดด ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสารผ่านโลกออนไลน์การเดินทางไปยังต่างประเทศทั่วโลกได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย จึงทำให้การแปลภาษาเป็นอีกหนึ่งทักษะที่มีความสำคัญมากขึ้นตามไปด้วย เช่น การแปลเอกสารต่างๆ หนังสือ เอกสารกฎหมาย เอกสารด้านอุตสาหกรรม เอกสารด้านการศึกษา เอกสารด้านการตลาด รวมไปถึงเอกสารด้านการวิจัย เป็นต้น

การแปลภาษาคืออะไร? มีความสำคัญอย่างไร

การแปลภาษา คือ การถ่ายทอดความหมาย ความคิด และการสื่อสาร จากภาษาหนึ่งสู่ภาษาหนึ่งให้มีความหมายชัดเจนขึ้น โดนผ่านผู้แปลที่มีความเชี่ยวชาญด้านการใช้ภาษาทั้ง 2 นั้นอย่างชำนาญการ มีความรู้ความเข้าใจในหลักการใช้ภาษานั้นๆอย่างท่องแท้ สื่อความหมายได้อย่างถูกต้องครบถ้วนสมบูรณ์ ไม่บิดเบือนหรือดัดแปลงจากภาษาต้นฉบับ เพื่อให้ผู้อ่านฉบับแปลมีความเข้าใจที่ตรงกัน

เทคนิคการแปลภาษา จากศูนย์แปลเอกสาร เฟิสท์ชอยซ์ ทรานสเลชัน

  1. แปลให้กระชับได้ใจความ : เทคนิคการแปลภาษาให้กระชับ คือ เทคนิคแรกที่มีความสำคัญต่อการเรียบเรียงความหมายจากภาษาต้นฉบับให้เป็นภาษาที่ 2 ได้ดีขึ้น ควรเน้นการใช้ประโยคที่สื่อได้ชัดเจน สั้นกระชับ ได้ใจความสำคัญที่ตรงประเด็น รวมไปถึงการถ่ายทอดประโยคที่ยาวให้เข้าใจง่ายมากขึ้น ด้วยการคงความหมายหลักสำคัญให้มีคุณภาพ เลือกใช้การแบ่งประโยคเมื่อจำเป็น เรียงลำดับความหมายของเนื้อหาให้ต่อเนื่องอ่านง่าย และไม่ยึดติดกับสำนวนของภาษาต้นฉบับมากเกินไป ซึ่งอาจไม่ตรงกับหลักการใช้ภาษา การใช้คำ สำนวน ของภาษาที่ต้องการแปลเท่าที่ควร
  2. สำนวนภาษาต้องตรงกลุ่มเป้าหมาย : ผู้แปลภาษาที่ดีจะต้องคำนึงถึงการใช้ภาษาที่ตรงกับกลุ่มผู้อ่านเป้าหมายและจุดประสงค์ที่ต้องการจะสื่อสาร ไม่ว่าจะเป็นระดับของภาษา รูปประโยค สำนวน การนำเสนอ ที่จะทำให้ผู้อ่านเข้าถึงประเด็นของภาษาต้นฉบับได้อย่างสมบูรณ์ไม่บิดเบือน เช่น เอกสารวิชาการ ควรเลือกใช้ระดับภาษาที่เหมาะสมเป็นทางการ น่าเชื่อถือ คำศัพท์ที่ให้ความหมายตรงจุดประสงค์ หลีกเลี่ยงสำนวนภาษาที่เป็นภาษาพูดทั่วไป และเทคนิคการแปลภาษาที่สำคัญ คือ การแปลเอกสารวิชาการไม่ควรแปลแบบคำต่อคำ เพราะวิธีการนี้จะทำให้ความหมายภาษาต้นฉบับผิดแปลกไปจากเดิม ดังนั้นผู้แปลอาจจะต้องศึกษาหลักการของเนื้อหานั้นๆอย่างลึกซึ้งในระดับหนึ่ง ก่อนที่จะเรียบเรียงความหมายและแปลภาษาที่ 2 ได้อย่างสมบูรณ์
  3. คงรูปแบบตามต้นฉบับ : เทคนิคการแปลภาษาที่ดีอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญไม่แพ้การแปลความหมายให้ถูกต้อง คือ การจัดรูปแบบตัวอักษร การจัดหน้า การใช้สัญลักษณ์ ตาราง ภาพประกอบ รายละเอียดตัวหนา ตัวเอียง การขีดเส้นใต้ ฯลฯ จัดให้คงรูปแบบตามต้นฉบับมากที่สุด เพื่อคงคุณภาพการเขียนที่ดีจากต้นฉบับ ที่ต้องการสื่อความหมายได้อย่างตรงประเด็นไม่คลาดเคลื่อน เสมือนได้อ่านต้นฉบับภาษานั้นๆจริงๆ ในบางกรณีอาจมีความหมายที่ไม่ใกล้เคียงกับภาษาที่ 2 เท่าที่ควร อาจจะต้องมีการอธิบายเพิ่มเติมเพื่อช่วยขยายความให้ผู้อ่านนึกภาพตามที่ผู้เขียนต้องการสื่ออย่างเข้าใจมากที่สุด
  4. ขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ : แน่นอนว่าการแปลภาษาในบางครั้งอาจมีปัญหาความไม่เข้าใจในสำนวนภาษา ความหมาย หรือ เนื้อหาของภาษาต้นฉบับอยู่บ้าง ซึ่งผู้แปลจำเป็นต้องของคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านภาษานั้นๆ หรือ เจ้าของภาษาที่มีประสบการณ์ รวมถึงบางเนื้อหาที่อาจมีความเฉพาะเจาะจงที่ผู้แปลขาดความรู้ความเข้าใจ ทำให้การแปลมีความติดขัดได้ ดังนั้นผู้แปลจะต้องมีเทคนิคการแปลภาษาโดยการเป็นสื่อกลางที่ดี ที่จะทำทุกอย่างให้เนื้อหามีความสมบูรณ์แบบมากที่สุดซึ่งทางศูนย์แปลเอกสาร เฟิสท์ชอยซ์ ทรานสเลชัน ของเรานั้นตอบโจทย์ความต้องการด้านการแปลภาษาที่ครอบคลุมมากกว่า 30 ภาษาทั่วโลก โดยนักแปลมืออาชีพและเจ้าของภาษาที่เชี่ยวชาญ มีประสบการณ์ด้านการแปลเอกสารให้กับองค์กรชั้นนำมาแล้วมากมาย พร้อมบริการที่ได้มาตรฐานและการันตีผลงานในราคาที่ยุติธรรม
  5. ใช้คำทับศัพท์อย่างเหมาะสม : เนื้อหาจากภาษาต้นฉบับบางครั้งอาจจะต้องใช้คำทับศัพท์เพื่อสื่อความหมายได้ดีกว่าการแปลคำขึ้นใหม่ เพราะนอกจากจะเป็นคำศัพท์ที่ใช้สื่อสารกันทั่วไปแล้ว บางคำยังเป็นคำที่เข้าใจกันได้อย่างคุ้นเคยเป็นสากลอีกด้วย เช่น Google Facebook Email ชื่อบุคคล สถานที่ เป็นต้น คำต่างๆเหล่านี้เป็นที่รู้ที่จักและนิยมใช้ทับศัพท์ทั้งการเขียนและการพูด ซึ่งผู้แปลควรเลือกใช้เทคนิคการแปลภาษาให้เหมาะสมกับรูปประโยคโดยที่ยังคงความหมายเดิมไว้อย่างสมบูรณ์
  6. เปลี่ยนระบบหน่วยต่างๆให้เข้าใจง่าย : รายละเอียดเล็กๆน้อยๆก็เป็นจุดที่ผู้แปลไม่ควรละเลยเป็นอันขาด เพราะเป็นจุดที่ผู้อ่านจะสามารถทำความเข้าใจต้นฉบับได้ดีมากขึ้น ด้วยการเปลี่ยนระบบการใช้เปรียบเทียบหน่วยต่างๆ ให้เป็นหน่วยที่ภาษาที่ 2 คุ้นเคยและใช้เป็นสากลภายในประเทศ เช่น ค่าเงิน หน่วยการวัด การเขียนวัน/เดือน/ปี อุณหภูมิ จุดทศนิยม หน่วยความสูง ระยะทาง หน่วยค่าน้ำหนัก เป็นต้น
  7. ตรวจสอบความถูกต้องของภาษา : ความถูกต้องของการแปลภาษาคือเทคนิคการแปลภาษาสุดท้ายที่ต้องให้ความสำคัญ เพื่อตรวจสอบความเรียบร้อยสมบูรณ์แบบของเนื้อหาและรายละเอียดอื่นๆ ทั้งในเรื่องของการพิมพ์ การสะกดคำ ไวยากรณ์ รูปแบบภาษา เนื้อหา คำทับศัพท์ การขึ้นย่อหน้า การจัดวางรูปภาพประกอบ ตำแหน่งการวางเลย์เอาต์ ตลอดจนระยะช่องว่างระหว่างบรรทัดต่างๆ โดยจะต้องเปรียบเทียบกับต้นฉบับให้มีความคล้ายมากที่สุด ผู้แปลจะต้องอ่านเนื้อหาทุกบรรทัด ทุกคำ ทุกหน้า เรียกง่ายๆว่าเป็นการจับผิดการแปลให้ถูกต้องก่อนการส่งมอบให้กับลูกค้า หรือ ก่อนการยื่นเอกสารนั่นเอง

เทคนิคการแปลภาษาทั้งหมดที่เรารวบรวมมานั้น เป็นหลักการสำคัญที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการแปลภาษา ซึ่งไม่ว่าจะเป็นภาษาไหนๆ เทคนิคเหล่านี้จะสามารถช่วยให้การแปลของคุณเป็นมืออาชีพมากยิ่งขึ้น ที่สำคัญคือคุณต้องหมั่นฝึกฝนค้นคว้าหาประสบการณ์ และพัฒนาการแปลให้มากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อความเข้าใจการแปลอย่างมีคุณภาพและเป็นที่น่าเชื่อถือ สู่การเป็นนักแปลภาษาระดับมืออาชีพต่อไป หากคุณกำลังมองหาศูนย์แปลภาษาที่จะช่วยให้คุณแปลภาษาได้รวดเร็ว ง่ายดายสะดวกสบายแล้วล่ะก็ ศูนย์แปลเอกสาร เฟิสท์ชอยซ์ ทรานสเลชัน  https://www.firstchoicetranslation.com/แปลเอกสารและจัดหาล่าม

คือหนึ่งในตัวเลือกที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี ซึ่งรองรับการแปลภาษาได้มากถึง 30 ภาษา มั่นใจคุณภาพการแปลระดับมืออาชีพ ให้คุณได้รับงานแปลที่ดีที่สุดในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายๆอย่างแน่นอน