เช็คเอกสารให้ตรงกับหน่วยงานปลายทาง ก่อนยื่นเอกสารต่างประเทศในไทย

ตรวจความพร้อมเอกสารก่อนยื่นหน่วยงานไทย

เมื่อนำเอกสารจากต่างประเทศมาใช้ในไทย หลายคนมักเข้าใจว่าแค่มีเอกสารตัวจริง หรือมีคำแปลแล้วก็น่าจะพร้อมยื่นได้เลย แต่ในความเป็นจริง ขั้นตอนที่สำคัญมากและมักถูกมองข้ามก็คือ การเช็กว่าเอกสารชุดนั้นตรงกับสิ่งที่หน่วยงานปลายทางต้องการจริงหรือไม่ เพราะเอกสารที่ถูกต้องจากประเทศต้นทาง ไม่ได้แปลว่าจะใช้กับทุกหน่วยงานในไทยได้ทันทีเสมอไป บทความนี้จะมาพูดถึงก่อนยื่นเอกสารต่างประเทศในไทย ควรเช็กให้ตรงกับหน่วยงานปลายทางว่าต้องแปลไทยหรือไม่ ต้องใช้เอกสารอะไรเพิ่ม และเอกสารครอบครัวควรเตรียมอย่างไรให้ยื่นได้ราบรื่น

Table of Contents

เช็กเอกสารให้ตรงกับหน่วยงานปลายทาง ก่อนยื่นเอกสารต่างประเทศในไทย

ปัญหาที่พบบ่อยสำหรับคนนำเอกสารจากต่างประเทศมาใช้ในไทย คือ ผู้ยื่นเตรียมเอกสารมาครบในมุมของตัวเอง แต่ไม่ครบในมุมของหน่วยงานปลายทาง ทำให้ต้องกลับไปขอเอกสารเพิ่ม แปลเอกสารใหม่ หรือจัดชุดเอกสารใหม่ทั้งหมด ทำให้เสียทั้งเวลา ค่าใช้จ่าย และส่งผลให้การดำเนินงานล่าช้าโดยไม่จำเป็น โดยเฉพาะเอกสารครอบครัวจากต่างประเทศ เช่น

1.   สูติบัตร

2.   ทะเบียนสมรส

3.   ใบหย่า

4.   มรณบัตร

5.   หนังสือยินยอม

ซึ่งมักเกี่ยวข้องกับการพิสูจน์ตัวบุคคลและความสัมพันธ์โดยตรง หน่วยงานไทยจึงมักตรวจละเอียดมากกว่าที่หลายคนคาดไว้ ดังนั้นการเช็กหน่วยงานปลายทางให้ดีตั้งแต่ต้น ก็จะช่วยลดความเสี่ยงในการถูกตีกลับ และทำให้การยื่นเรื่องเป็นไปอย่างราบรื่นมากขึ้น

1. ทำไมต้องเช็กเอกสารให้ตรงกับหน่วยงานปลายทางก่อนยื่น

ก่อนยื่นเอกสารต่างประเทศในไทย ควรเช็กให้ครบว่าเอกสารจะนำไปใช้กับหน่วยงานไหน ต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง ทั้งนี้เพื่อความรวดเร็วในการดำเนินงาน

1.1 เอกสารถูกต้องจากต่างประเทศ ไม่ได้แปลว่าใช้ในไทยได้ทันที

เอกสารที่ออกโดยหน่วยงานต่างประเทศอย่างถูกต้อง อาจผ่านการรับรองเอกสารหรือมีรูปแบบครบถ้วนตามระบบของประเทศนั้นแล้วก็จริง แต่เมื่อจะนำมาใช้ในไทย หน่วยงานปลายทางจะดูต่อว่าเอกสารนั้นตรงกับวัตถุประสงค์ที่นำมายื่นหรือไม่ เช่น

  •  ใช้ยืนยันความสัมพันธ์
  • ใช้ยืนยันสถานะสมรส
  •   ใช้ยื่นเรื่องทะเบียน
  •   ใช้ประกอบคำร้องในศาล
  •   ใช้กับธุรกรรมของเอกชน

ซึ่งแต่ละเรื่องมีระดับความละเอียดในการตรวจไม่เท่ากัน ดังนั้นถึงเอกสารจะจริง ก็ยังไม่เท่ากับใช้ได้ทันทีในทุกกรณี

1.2 แต่ละหน่วยงานไทยต้องการเอกสารไม่เหมือนกัน

หน่วยงานปลายทางแต่ละแห่งมีวิธีดูเอกสารต่างกัน บางหน่วยงานต้องการต้นฉบับ บางหน่วยงานรับสำเนาพร้อมเอกสารประกอบ บางแห่งขอคำแปลไทยแนบทุกครั้ง ขณะที่บางแห่งอาจเน้นให้ข้อมูลในทุกฉบับตรงกันมากกว่ารูปแบบเอกสารภายนอก

1.3 ความผิดพลาดเล็กน้อยอาจทำให้เอกสารถูกตีกลับ

หลายกรณีไม่ได้มีปัญหาที่ตัวเอกสารหลัก แต่ไปสะดุดที่รายละเอียดเล็ก ๆ เช่น

  • ชื่อภาษาไทยสะกดไม่ตรงกับบัตรประชาชน
  • คำแปลใช้รูปแบบชื่อคนละแบบกับพาสปอร์ต
  • ยื่นเอกสารไม่ครบทุกหน้า
  • มีเอกสารหลักแต่ไม่มีเอกสารประกอบของผู้ยื่น

เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจแล้วพบว่าข้อมูลยังไม่ชัด ก็อาจต้องขอเอกสารเพิ่มหรือให้กลับไปแก้ไขก่อน

หากคุณต้องการดูแนวทางใช้เอกสารต่างประเทศในไทย สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ แนวทางใช้เอกสารต่างประเทศในไทย คลิกอ่าน  (ลิ้งค์ไป Pillar B) 

อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับ : เอกสารต่างประเทศต้องเตรียมอะไรบ้างก่อนใช้ในไทย คลิกอ่าน

ก่อนยื่นเอกสารต่างประเทศในไทย ควรเช็กอะไรบ้าง

2. ก่อนยื่นเอกสารต่างประเทศในไทย ควรเช็กอะไรบ้าง

ก่อนยื่นเอกสารต่างประเทศในไทย มีสิ่งที่ควรเช็กหลายอย่างเพื่อให้เอกสารถูกต้องและนำไปใช้ได้ สำหรับสิ่งที่ควรเช็ก ได้แก่ 

ติดเเบนเนอร์  รับรองเอกสารสถานทูต

2.1 เช็กว่าเอกสารจะใช้กับหน่วยงานไหน

เช็กว่าเอกสารชุดนี้จะนำไปใช้กับหน่วยงานใด เพราะการรู้ปลายทางชัดจะช่วยให้รู้ได้ทันทีว่าควรเตรียมต้นฉบับหรือสำเนา ต้องมีคำแปลหรือไม่ และต้องมีเอกสารประกอบอะไรเพิ่มบ้าง

2.2 เช็กว่าต้องใช้ต้นฉบับ สำเนา หรือคำแปลร่วมด้วยหรือไหม

เอกสารบางเรื่องใช้ต้นฉบับเท่านั้น บางเรื่องใช้สำเนาได้ แต่ควรมีต้นฉบับไว้แสดงในวันยื่น และหลายกรณีก็ต้องมีคำแปลภาษาไทยแนบด้วย โดยเฉพาะเมื่อเอกสารเป็นภาษาต่างประเทศและมีข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับสถานะบุคคลหรือความสัมพันธ์ในครอบครัว

2.3 เช็กว่าชื่อ-นามสกุลตรงกับเอกสารไทยหรือไม่

ชื่อในเอกสารต่างประเทศอาจมีชื่อกลาง รูปแบบการเรียงชื่อไม่เหมือนภาษาไทย หรือใช้การสะกดที่ไม่ตรงกับเอกสารไทยเดิมของผู้ยื่น หากคำแปลภาษาไทยหรือเอกสารประกอบใช้ชื่ออีกแบบหนึ่ง เจ้าหน้าที่อาจไม่สามารถเชื่อมได้ว่าเป็นบุคคลเดียวกัน

2.4 เช็กว่าเอกสารเป็นฉบับที่หน่วยงานปลายทางยอมรับหรือไม่

เอกสารบางประเภทมีทั้งฉบับย่อ ฉบับเต็ม ฉบับคัด หรือแบบที่ออกมาเพื่อใช้เฉพาะเรื่อง ผู้ยื่นบางคนมีเอกสารอยู่จริง แต่ไม่ใช่ฉบับที่หน่วยงานปลายทางต้องการ ทำให้แม้ข้อมูลหลักจะใกล้เคียงกัน ก็ยังไม่สามารถใช้แทนกันได้

2.5 เช็กว่ามีเอกสารประกอบของผู้ยื่นเพิ่มเติมหรือไม่

เอกสารต่างประเทศอย่างเดียวอาจยังไม่พอ หน่วยงานปลายทางหลายแห่งต้องการเอกสารของผู้ยื่นประกอบด้วย เช่น

  •  บัตรประชาชน
  • ทะเบียนบ้าน
  • พาสปอร์ต
  •  เอกสารแสดงความสัมพันธ์
  •  หนังสือมอบอำนาจ (กรณียื่นแทน)

หากขาดส่วนนี้ แม้เอกสารหลักจะครบ ก็อาจยังรับเรื่องไม่ได้

สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ เอกสารต่างประเทศต้องเตรียมอะไรบ้างก่อนใช้ในไทย คลิกอ่าน

3. หน่วยงานปลายทางแต่ละประเภท มักดูอะไรเป็นหลัก

หน่วยงานปลายทางแต่ละประเภทมักดูความถูกต้องและความสอดคล้องของข้อมูลเป็นหลัก แต่รายละเอียดที่เน้นจะต่างกันไปตามลักษณะของหน่วยงาน ดังนี้

3.1 สำนักงานเขต / อำเภอ

สำนักงานเขต / อำเภอ มักให้ความสำคัญกับความถูกต้องของข้อมูลในเอกสารเป็นหลัก โดยเฉพาะ

  1.  ชื่อบุคคล
  2.  วันเดือนปีเกิด
  3. สถานะครอบครัว
  4. ความเชื่อมโยงกับเอกสารทะเบียนไทย

หากใช้เอกสารจากต่างประเทศประกอบเรื่องที่เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลหรือครอบครัว ก็มักต้องมีคำแปลภาษาไทยที่ชัดเจนและอ่านเข้าใจตรงกัน

Pillar B ตัวอย่างเอกสารรับรองกงสุล 3 2

3.2 งานทะเบียนราษฎร

งานทะเบียนราษฎรจะเน้นเรื่องสถานะบุคคลและความสัมพันธ์เป็นพิเศษ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ต้องมีความชัดเจนและสอดคล้องกับเอกสารไทยอย่างมาก เพราะอาจเกี่ยวข้องกับการบันทึก แก้ไข หรือใช้ข้อมูลในระบบทะเบียนของไทย

3.3 สำนักงานหนังสือเดินทาง

หน่วยงานที่เกี่ยวกับหนังสือเดินทางหรือเอกสารเดินทาง มักให้ความสำคัญกับความตรงกันของชื่อ สัญชาติ วันเกิด และสถานะของบุคคล หากมีการใช้เอกสารครอบครัวจากต่างประเทศประกอบ ก็ต้องตรวจให้ดีว่าการสะกดชื่อในคำแปลไทยและเอกสารภาษาอังกฤษไปในทิศทางเดียวกัน

3.4 ศาล / หน่วยงานด้านครอบครัว

กลุ่มนี้มักดูความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลอย่างจริงจัง เอกสารที่ใช้ต้องแสดงให้เห็นชัดว่าผู้ใดเกี่ยวข้องกับผู้ใด และใช้เพื่อยืนยันข้อเท็จจริงเรื่องใด หากคำแปลไทยไม่ครบ หรือเอกสารแนบตกหล่น ก็อาจส่งผลต่อการพิจารณาได้มาก

3.5 ธนาคาร ประกัน และหน่วยงานเอกชน

หน่วยงานเอกชนบางแห่งมีความยืดหยุ่นมากกว่าหน่วยงานราชการ แต่โดยทั่วไปก็ยังให้ความสำคัญกับความถูกต้องของข้อมูล การยืนยันตัวตน และความชัดเจนของความสัมพันธ์ โดยเฉพาะกรณีที่เกี่ยวข้องกับสิทธิ ผลประโยชน์ หรือการดำเนินธุรกรรมแทนกัน

อ่านบทความเพิ่มเติม เอกสารครอบครัวจากต่างประเทศยื่นในไทย คลิกอ่าน

4. เอกสารแบบไหนที่มักต้องแปลเป็นภาษาไทยก่อนยื่น

เอกสารทุกชนิดไม่จำเป็นต้องแปลเป็นภาษาไทยก่อนยื่น แต่หลายหน่วยงานไทยมักขอคำแปลไทยแนบกับเอกสารไปด้วย โดยเฉพาะเอกสารที่ใช้พิจารณาสถานะบุคคล

4.1 สูติบัตร

สูติบัตรเป็นเอกสารสำคัญที่ระบุข้อมูลตัวบุคคลโดยตรง ทั้งชื่อ วันเกิด สถานที่เกิด และชื่อบิดามารดา หลายหน่วยงานไทยมักขอคำแปลไทยแนบ โดยเฉพาะเมื่อใช้ยืนยันความเป็นบุตรหรือความสัมพันธ์ในครอบครัว

4.2 ทะเบียนสมรส

ทะเบียนสมรสจากต่างประเทศเป็นเอกสารที่เกี่ยวข้องกับสถานะครอบครัวโดยตรง หลายหน่วยงานในไทยมักขอคำแปลภาษาไทยแนบเพื่อให้พิจารณาได้สะดวกขึ้น แต่รายละเอียดอาจต่างกันไปตามปลายทาง จึงควรเช็กก่อนทุกครั้ง

4.3 ใบหย่า

ใบหย่าใช้ยืนยันการสิ้นสุดความเป็นคู่สมรส ซึ่งมีผลต่อหลายเรื่องในไทย หน่วยงานจำนวนไม่น้อยจึงมักต้องการคำแปลไทยที่ครบถ้วนและชัดเจน โดยเฉพาะชื่อคู่กรณี วันที่ และข้อความที่เกี่ยวข้องกับสถานะหลังการหย่า

4.4 มรณบัตร

มรณบัตรมักใช้กับเรื่องครอบครัว สิทธิ หรือการจัดการเอกสารที่เกี่ยวกับผู้เสียชีวิต หลายกรณีจึงมักต้องมีคำแปลไทยแนบเช่นกัน เพื่อให้หน่วยงานปลายทางตรวจข้อมูลได้ตรง

4.5 หนังสือยินยอม และเอกสารรับรองความสัมพันธ์

เอกสารกลุ่มนี้มักมีข้อความเฉพาะและใช้พิจารณาความสัมพันธ์หรือสิทธิของบุคคล หลายหน่วยงานไทยจึงมักขอคำแปลไทยแนบด้วย แต่ไม่ควรเหมารวมว่าเหมือนกันทุกกรณี เพราะข้อกำหนดอาจต่างกันตามเรื่องที่ยื่น

หากคุณต้องการอ่านเรื่องที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม สามารถอ่านได้ที่ เอกสารต่างประเทศต้องแปลไทยเมื่อไร คลิกอ่าน

เอกสารอะไรที่ควรเตรียมเพิ่ม นอกเหนือจากต้นฉบับ

5. เอกสารอะไรที่ควรเตรียมเพิ่ม นอกเหนือจากต้นฉบับ

นอกจากต้นฉบับแล้ว มีเอกสารอีกหลายอย่างที่ต้องเตรียมไปด้วย เผื่อหน่วยงานปลายทางถามหา เช่น

5.1 สำเนาเอกสาร

ควรเตรียมสำเนาเอกสารไว้ให้ครบทุกหน้าและจัดเรียงให้เรียบร้อย เพราะหลายหน่วยงานต้องใช้สำเนาเก็บในสำนวนหรือใช้ประกอบการตรวจสอบเบื้องต้น

5.2 คำแปลภาษาไทย

คำแปลไทยเป็นส่วนที่ช่วยให้เจ้าหน้าที่อ่านและพิจารณาเอกสารได้รวดเร็วขึ้น โดยเฉพาะเอกสารที่มีผลต่อสถานะบุคคลหรือความสัมพันธ์ในครอบครัว คำแปลควรสอดคล้องกับต้นฉบับและใช้ชื่อให้ตรงกับเอกสารไทยของผู้ยื่น

5.3 บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน หรือพาสปอร์ตของผู้ยื่น

เอกสารระบุตัวตนของผู้ยื่นช่วยยืนยันว่าผู้มายื่นเกี่ยวข้องกับเรื่องนั้นอย่างไร และทำให้หน่วยงานตรวจสอบความสอดคล้องของข้อมูลได้ชัดขึ้น

5.4 เอกสารแสดงความสัมพันธ์

หากยื่นเรื่องแทนคู่สมรส บุตร บิดามารดา หรือสมาชิกในครอบครัว เอกสารแสดงความสัมพันธ์จะมีบทบาทมาก เพราะเป็นตัวเชื่อมระหว่างผู้ยื่นกับเอกสารหลัก

5.5 หนังสือมอบอำนาจในกรณียื่นแทน

หากไม่ได้ไปยื่นด้วยตัวเอง ควรเช็กด้วยว่าปลายทางต้องใช้หนังสือมอบอำนาจหรือไม่ และต้องแนบเอกสารระบุตัวตนของผู้มอบและผู้รับมอบเพิ่มเติมด้วยหรือเปล่า

เอกสารต่างประเทศต้องเตรียมอะไรบ้างก่อนใช้ในไทย อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง คลิกอ่าน

6. ถ้าเป็นเอกสารครอบครัวจากต่างประเทศ ควรเช็กเพิ่มเรื่องอะไร

เอกสารครอบครัวที่มาจากต่างประเทศ เมื่อนำมาใช้ในไทย มีหลายเรื่องที่ควรเช็ก ดังนี้

6.1 รูปแบบชื่อบุคคลและการถอดชื่อไทย

เอกสารครอบครัวมักเจอปัญหาเรื่องชื่อมากที่สุด โดยเฉพาะกรณีที่ชื่อในภาษาต่างประเทศกับชื่อในเอกสารไทยไม่ใช้รูปแบบเดียวกัน หากแปลไทยโดยไม่ยึดตามเอกสารที่ใช้อยู่จริงในไทย ก็อาจทำให้เกิดความไม่ตรงกันได้

6.2 ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลในเอกสาร

ควรดูว่าเอกสารระบุความสัมพันธ์ชัดเจนหรือไม่ เช่น บุตรของใคร คู่สมรสของใคร หรือผู้ใดเป็นผู้มีอำนาจเกี่ยวข้อง เพราะข้อมูลส่วนนี้เป็นหัวใจของการยื่นเรื่องครอบครัวในไทย

6.3 ประเภทเอกสารทางครอบครัวที่หน่วยงานไทยรับจริง

บางครั้งผู้ยื่นมีเอกสารที่ข้อมูลใกล้เคียงกัน แต่ไม่ใช่ฉบับที่ปลายทางใช้จริง จึงควรเช็กให้แน่ใจว่าเอกสารที่เตรียมไว้เป็นประเภทที่หน่วยงานยอมรับ

6.4 เอกสารแนบหรือหน้ารับรองที่ห้ามตกหล่น

เอกสารจากต่างประเทศหลายฉบับมีหลายหน้า และหน้าที่ดูเหมือนเป็นรายละเอียดท้ายเอกสาร อาจเป็นส่วนสำคัญของการรับรองเอกสารหรือใช้พิจารณาเรื่องความสมบูรณ์ของเอกสารได้

สามารถอ่านเรื่องที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมได้ที่ เอกสารครอบครัวจากต่างประเทศยื่นในไทย คลิกอ่าน

Pillar B ตัวอย่างเอกสารรับรองกงสุล 2 1

7. จุดที่พบบ่อยจนทำให้เอกสารถูกตีกลับ

จุดเล็ก ๆ ที่คุณไม่คาดคิด ก็อาจทำให้เอกสารถูกตีกลับได้ สำหรับจุดผิดพลาดที่พบบ่อย ได้แก่

7.1 ใช้เอกสารผิดประเภท

ชื่อเอกสารใกล้กันไม่ได้แปลว่าใช้แทนกันได้เสมอไป การหยิบเอกสารผิดฉบับไปยื่นเป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยมาก

7.2 คำแปลชื่อ-นามสกุลไม่ตรง

หากชื่อในคำแปลไทยไม่ตรงกับบัตรประชาชน พาสปอร์ต หรือเอกสารไทยอื่น ๆ ก็อาจทำให้เจ้าหน้าที่ขอแก้ไขก่อนรับเรื่อง

7.3 ยื่นไม่ครบทุกหน้า

ผู้ยื่นจำนวนไม่น้อยนำไปแค่หน้าหลัก แต่ลืมหน้าแนบหรือหน้ารับรอง ทำให้เอกสารไม่สมบูรณ์

7.4 มีเอกสารหลัก แต่ไม่มีเอกสารประกอบ

แม้เอกสารหลักจะถูกต้อง แต่ถ้าไม่มีเอกสารระบุตัวตน เอกสารแสดงความสัมพันธ์ หรือหนังสือมอบอำนาจ เรื่องก็อาจยังไม่ครบสำหรับการยื่น

7.5 ไม่เช็กกับหน่วยงานปลายทางก่อน

นี่เป็นจุดพลาดที่ทำให้เสียเวลามากที่สุด เพราะสุดท้ายแล้วคนที่กำหนดว่าเอกสารใดใช้ได้หรือไม่ ก็คือหน่วยงานปลายทางที่รับเรื่องโดยตรง

8. ก่อนยื่นเอกสารต่างประเทศในไทย ควรตรวจให้ครบอะไรบ้าง

การเตรียมและเช็กเอกสารให้พร้อมก่อนยื่นเอกสารต่างประเทศในไทย ถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยประหยัดเวลาและลดความผิดพลาดได้มาก นอกจากนี้การเตรียมเอกสารอย่างเป็นระบบตั้งแต่ต้น จะช่วยให้การยื่นเอกสารราบรื่นขึ้น และลดโอกาสต้องกลับมาแก้ไขหลายรอบ

8.1 เช็กหน่วยงานปลายทาง

ต้องรู้ก่อนว่าเอกสารชุดนี้จะใช้ยื่นกับใคร เพราะแต่ละแห่งมีวิธีตรวจและสิ่งที่ต้องการต่างกัน

8.2 เช็กประเภทเอกสาร

อย่าดูแค่ว่าเอกสารคล้ายกัน แต่ควรตรวจว่าเป็นฉบับที่หน่วยงานปลายทางรับจริงหรือไม่

8.3 เช็กว่าต้องแปลไทยหรือไม่

เอกสารหลายประเภท โดยเฉพาะเอกสารครอบครัวและสถานะบุคคล มักต้องมีคำแปลไทยแนบเพื่อให้พิจารณาได้ชัดเจนขึ้น

8.4 เช็กเอกสารประกอบของผู้ยื่น

นอกจากต้นฉบับ ควรเตรียมสำเนา เอกสารระบุตัวตน เอกสารแสดงความสัมพันธ์ และหนังสือมอบอำนาจตามกรณีให้พร้อม

8.5 เช็กความสอดคล้องของข้อมูลทุกฉบับ

ชื่อ-นามสกุล วันเดือนปีเกิด ความสัมพันธ์ และข้อมูลสำคัญควรตรงกันในทุกเอกสาร เพื่อช่วยลดโอกาสถูกตีกลับตั้งแต่ขั้นตอนตรวจเอกสาร

ติดต่อศูนย์แปลเอกสารเฟิสท์ชอยซ์ทรานสเลชัน

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือขอรับบริการกับศูนย์แปลเอกสาร เฟิสท์ชอยซ์ทรานสเลชันได้แล้ววันนี้ที่
LINE OFFICIAL ACCOUNT: https://page.line.me/fc2009?openQrModal=true หรือ

สำนักงานใหญ่ สะพานควาย จตุจักร

อาคารภูมิเดชา ชั้น 4 ซอยประดิพัทธ์ 10 ถ.ประดิพัทธ์ เเขวง/เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400
โทร. 082-3256236 , 065-3958392
https://goo.gl/maps/zUrGGGGWSrtMvjDa7

ศูนย์แปลเอกสารสาขาภูเก็ต ถ.ปฏิพัทธ์ เมืองภูเก็ต

เลขที่ 7/4 ถ.ปฏิพัทธ์ ต.ตลาตเหนือ อ.เมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต 83000
โทร. 086-3669255 
https://goo.gl/maps/s21JAisaAnRPvxtHA