คำตอบล่าสุด ประเทศไทยยื่นภาคยานุวัติเข้าเป็นภาคี Apostille Convention เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 และอนุสัญญาจะมีผลใช้บังคับกับประเทศไทยวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ก่อนถึงวันดังกล่าว ผู้ใช้เอกสารไม่ควรสรุปว่าเอกสารไทยขอ Apostille และข้ามขั้นตอน Legalization เดิมได้แล้ว
การที่ประเทศไทย “เข้าเป็นภาคีแล้ว” กับการที่อนุสัญญา “มีผลใช้บังคับแล้ว” เป็นคนละช่วงเวลา ความแตกต่างนี้สำคัญมากสำหรับผู้ที่ต้องใช้เอกสารเพื่อเรียนต่อ ทำงาน ยื่นวีซ่า จดทะเบียนสมรส ทำธุรกรรมบริษัท หรือดำเนินคดีในต่างประเทศ เพราะหากข้ามขั้นตอนเดิมก่อนระบบมีผล เอกสารอาจไม่พร้อมใช้ตามกำหนด
หากต้องการทำความเข้าใจหลักการก่อน อ่าน Apostille คืออะไร ใช้กับเอกสารและประเทศใดบ้าง
1. สรุปสถานะ Apostille ของประเทศไทยล่าสุด

HCCH ระบุวันยื่นภาคยานุวัติและวันมีผลใช้บังคับดังกล่าวอย่างชัดเจน ขณะที่กรมการกงสุลของไทยได้จัดกิจกรรมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ Apostille การแปลเอกสาร และ Chain Legalization ให้แก่หน่วยงานรัฐ สถาบันการศึกษา ภาคเอกชน และประชาชน เพื่อเตรียมระบบก่อนเริ่มใช้งาน
2. ทำไมไทยเข้าเป็นภาคีแล้ว แต่ยังใช้ไม่ได้ทันที
การเข้าเป็นภาคีของอนุสัญญาระหว่างประเทศมีขั้นตอนทางกฎหมายและช่วงเวลาก่อนมีผลใช้บังคับ เพื่อให้ประเทศที่เข้าใหม่และประเทศภาคีอื่นเตรียมการ รวมถึงการกำหนดหน่วยงานผู้มีอำนาจ ระบบตรวจสอบ รูปแบบการออกหนังสือรับรอง และแนวทางปฏิบัติสำหรับเอกสารแต่ละประเภท
ดังนั้น ประโยคที่ถูกต้องในช่วงนี้คือ “ประเทศไทยเข้าเป็นภาคี Apostille แล้ว และจะเริ่มมีผลวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570” ไม่ควรเขียนเพียงว่า “ไทยใช้ Apostille ได้แล้ว” เพราะอาจทำให้ผู้อ่านเข้าใจว่าขอ Apostille สำหรับเอกสารไทยได้ทันทีทุกประเภท

3. ก่อนวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ต้องรับรองเอกสารอย่างไร
ผู้ที่ต้องใช้เอกสารก่อนวันมีผลควรดำเนินการตามข้อกำหนดที่ใช้จริงในวันที่ยื่น โดยเริ่มจากสอบถามหน่วยงานปลายทางว่าใช้เอกสารประเภทใด ต้องแปลภาษาอะไร และต้องผ่านหน่วยงานใดบ้าง อย่ารอ Apostille หากมีวันนัดหรือกำหนดส่งที่ชัดเจน
3.1 เอกสารไทยใช้ต่างประเทศ
เอกสารไทยอาจยังต้องผ่านการตรวจต้นฉบับ การแปล การรับรองนิติกรณ์ของกรมการกงสุล และการรับรองสถานทูตของประเทศปลายทางตามระบบเดิม ทั้งนี้ลำดับจริงขึ้นอยู่กับประเทศ ประเภทเอกสาร และหน่วยงานรับยื่น
ดูภาพรวมก่อนจัดชุดเอกสารที่ เอกสารไทยใช้ต่างประเทศ ต้องทำอย่างไร
3.2 เอกสารต่างประเทศใช้ในไทย
ต้องตรวจว่าประเทศต้นทางรับรองเอกสารอย่างไร ต้องผ่านสถานทูตหรือสถานกงสุลไทยในประเทศต้นทางหรือไม่ และเมื่อเข้าประเทศไทยแล้วต้องแปลเป็นภาษาไทยหรือรับรองคำแปลเพิ่มเติมหรือไม่ การมี Apostille จากต่างประเทศในช่วงก่อนอนุสัญญามีผลกับไทย ไม่ควรถูกตีความว่าใช้กับทุกหน่วยงานไทยได้ทันที
ตรวจแนวทางอีกฝั่งได้ที่ เอกสารต่างประเทศใช้ในไทย คู่มือก่อนยื่นหน่วยงานไทย
3.3 ประเทศปลายทางไม่ใช้ Apostille
แม้ประเทศไทยเริ่มใช้ Apostille ในอนาคต เอกสารที่นำไปใช้กับประเทศซึ่งไม่ได้อยู่ในความสัมพันธ์ภายใต้อนุสัญญาอาจยังต้องผ่าน Chain Legalization ตามเดิม
อ่านขั้นตอนที่เกี่ยวข้องได้ที่ ประเทศปลายทางไม่รับ Apostille ต้องทำ Legalization อย่างไร

4. หลังวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 จะเปลี่ยนอะไรบ้าง
เมื่ออนุสัญญามีผลกับประเทศไทย หลักการสำคัญคือ Apostille จะเข้ามาแทนข้อกำหนดการนิติกรณ์แบบดั้งเดิมสำหรับเอกสารมหาชนที่อยู่ในขอบเขต และใช้ระหว่างประเทศไทยกับประเทศที่อนุสัญญามีผลต่อกัน อย่างไรก็ตาม รายละเอียดการใช้งานจริงยังต้องอ้างอิงประกาศของหน่วยงานไทยและหน่วยงานปลายทาง
- หน่วยงานใดของไทยเป็นผู้รับคำขอและออก Apostille
- เอกสารราชการ เอกสารการศึกษา เอกสารศาล หรือเอกสารที่ผ่าน Notary ประเภทใดขอได้
- ต้องยื่นต้นฉบับ สำเนารับรอง หรือเอกสารอิเล็กทรอนิกส์รูปแบบใด
- ขั้นตอนนัดหมาย ช่องทางยื่น ค่าธรรมเนียม และระยะเวลาดำเนินการ
- จะมี paper Apostille, e-Apostille หรือระบบตรวจสอบออนไลน์อย่างไร
5. เอกสารทุกประเภทจะขอ Apostille ได้หรือไม่
ไม่จำเป็นค่ะ อนุสัญญาใช้กับเอกสารมหาชนตามขอบเขตที่กำหนด แต่การจำแนกเอกสารและขั้นตอนก่อนออก Apostille ขึ้นอยู่กับกฎหมายของประเทศต้นทาง เอกสารเอกชนบางชนิดอาจต้องผ่าน Notary หรือหน่วยงานอื่นก่อน ส่วนเอกสารบางกลุ่มอยู่นอกขอบเขตของอนุสัญญา ผู้ใช้ควรตรวจเอกสารเป็นรายฉบับ โดยเฉพาะเอกสารบริษัท หนังสือมอบอำนาจ เอกสารการศึกษา และเอกสารที่มีลายมือชื่อของบุคคลซึ่งไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐ
6. เอกสารที่ออกก่อนวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ขอ Apostille ภายหลังได้ไหม
ยังไม่ควรตอบเหมารวมว่าได้หรือไม่ได้ ต้องรอและตรวจแนวทางของหน่วยงานผู้มีอำนาจของไทย รวมถึงเงื่อนไขด้านอายุเอกสารและรูปแบบฉบับ เอกสารบางชนิดอาจออกไว้นานได้ ขณะที่หนังสือรับรองโสด หนังสือรับรองธนาคาร หนังสือรับรองบริษัท หรือเอกสารที่หน่วยงานปลายทางกำหนดอายุ อาจต้องออกใหม่
- อย่าเพิ่งขอเอกสารใหม่โดยไม่ตรวจอายุที่ปลายทางต้องการ
- อย่าแปลเอกสารเก่าจำนวนมากก่อนยืนยันว่าจะใช้ฉบับนั้นได้
- เก็บต้นฉบับและหน้ารับรองทุกหน้าไว้เป็นชุดเดียวกัน
7. ประเทศปลายทางเป็นสมาชิกแล้ว ใช้ Apostille ได้ทันทีหรือไม่
ต้องตรวจมากกว่าสถานะสมาชิก เพราะการใช้อนุสัญญาต้องดูว่าอนุสัญญามีผลระหว่างประเทศไทยกับประเทศปลายทางแล้วหรือไม่ มีการคัดค้านการเข้าเป็นภาคีหรือข้อจำกัดด้านเขตดินแดนหรือไม่ และหน่วยงานรับยื่นต้องการเอกสารประกอบใดเพิ่มเติม
ดูวิธีตรวจสอบสถานะประเทศได้ที่ วิธีเช็กว่าประเทศปลายทางรับ Apostille หรือไม่
8. ผลต่อทะเบียนสมรสและเอกสารครอบครัว
8.1 ทะเบียนสมรสไทยใช้ต่างประเทศ
หลังวันมีผล อาจใช้ Apostille แทนการนิติกรณ์แบบเดิมได้เมื่อประเทศปลายทางอยู่ในความสัมพันธ์ภายใต้อนุสัญญาและเอกสารอยู่ในขอบเขต แต่ยังต้องตรวจภาษา อายุเอกสาร และข้อกำหนดของหน่วยงานปลายทาง
8.2 ทะเบียนสมรสต่างประเทศใช้ในไทย
ต้องดูประเทศที่ออกเอกสาร วันที่ออกหรือรับรอง และแนวทางของหน่วยงานไทยที่รับยื่น เช่น อำเภอ สำนักงานเขต หรือศาล การมี Apostille ไม่ได้ยกเลิกความจำเป็นในการแปลเป็นภาษาไทยโดยอัตโนมัติ
อ่านแนวทางเฉพาะได้ที่ ทะเบียนสมรสต่างประเทศใช้ในไทย ต้องแปลและรับรองอย่างไร
8.3 ใบรับรองโสด สูติบัตร และทะเบียนหย่า
เอกสารกลุ่มนี้เกี่ยวข้องกับสถานะบุคคลโดยตรง จึงควรตรวจชื่อ–นามสกุล วันเดือนปีเกิด สถานที่ เลขทะเบียน และประวัติการเปลี่ยนชื่อให้สอดคล้องกับหนังสือเดินทางก่อนเริ่มรับรองหรือแปล
8.4 การบันทึกฐานะแห่งครอบครัว (คร.22)
ผู้ที่จดทะเบียนสมรสในต่างประเทศและต้องการบันทึกฐานะแห่งครอบครัวในไทย ควรตรวจชุดเอกสารกับอำเภอหรือสำนักงานเขตที่จะยื่น เพราะข้อกำหนดด้านต้นฉบับ การรับรอง และคำแปลอาจแตกต่างตามประเทศต้นทางและแนวทางในวันที่ยื่น
9. ควรรอ Apostille หรือดำเนินการตามระบบเดิม
ให้ตัดสินจากวันใช้งาน ไม่ใช่จากความคาดหวังว่าระบบใหม่จะง่ายกว่า หากมีนัดยื่นก่อนวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 หรือมีเวลาเหลือน้อย ควรตรวจและดำเนินการตามระบบที่ใช้อยู่ทันที หากใช้หลังวันดังกล่าวและยังมีเวลา ควรติดตามประกาศทางการก่อนขอเอกสาร แปล หรือชำระค่าดำเนินการ
ควรดำเนินการตามระบบปัจจุบัน เมื่อ
- มีนัดยื่นวีซ่า สมัครเรียน เริ่มงาน หรือจดทะเบียนสมรสก่อนวันมีผล
- หน่วยงานปลายทางยืนยันลำดับ Legalization เดิมเป็นลายลักษณ์อักษร
- เอกสารมีอายุจำกัดและไม่สามารถเลื่อนกำหนดใช้ได้
ควรรอตรวจประกาศเพิ่มเติม เมื่อ
- กำหนดใช้เอกสารอยู่หลังวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570
- ยังไม่ได้ขอเอกสารต้นฉบับหรือเริ่มแปล
- ไม่มีเดดไลน์ และการเปลี่ยนระบบอาจลดขั้นตอนของเคสได้
10. เช็กลิสต์ช่วงเปลี่ยนผ่าน
- แจ้งประเทศที่ออกเอกสารและประเทศปลายทางให้ชัด
- ระบุหน่วยงานรับยื่น ไม่ใช้เพียงชื่อประเทศ
- สอบถามว่าต้องใช้เอกสารภายในวันที่ใด
- ตรวจอายุเอกสารและความจำเป็นต้องใช้ต้นฉบับ
- ตรวจว่าต้องแปลก่อนหรือหลังมีตรารับรองครบ
- เก็บคำตอบหรือเช็กลิสต์จากหน่วยงานปลายทางไว้เป็นหลักฐาน
- ตรวจประกาศจาก HCCH กรมการกงสุล และหน่วยงานรับยื่นก่อนชำระค่าดำเนินการ
หากต้องจัดลำดับการแปลและรับรอง อ่าน ต้องแปลเอกสารก่อนหรือหลังรับรอง
11. คำถามที่พบบ่อย
ตอนนี้ประเทศไทยออก Apostille ได้หรือยัง
ณ วันที่ตรวจข้อมูล 14 สิงหาคม 2569 ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีแล้ว แต่อนุสัญญายังไม่ถึงวันมีผลใช้บังคับกับไทย ซึ่งกำหนดเป็นวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 จึงต้องตรวจประกาศและขั้นตอนที่ใช้จริงก่อนยื่น
หลัง 28 กุมภาพันธ์ 2570 ยังต้องรับรองกงสุลหรือสถานทูตไหม
ขึ้นอยู่กับประเทศปลายทาง ความสัมพันธ์ภายใต้อนุสัญญา ประเภทเอกสาร และข้อกำหนดของหน่วยงานรับยื่น หากประเทศหรือเอกสารไม่อยู่ในขอบเขต อาจยังต้องใช้ Chain Legalization
เอกสารต่างประเทศที่มี Apostille ใช้ในไทยได้ทันทีหรือไม่
ไม่ควรสรุปเช่นนั้นทุกกรณี ยังต้องตรวจวันมีผลระหว่างประเทศต้นทางกับไทย ประเภทเอกสาร คำแปลภาษาไทย และข้อกำหนดของหน่วยงานไทย
ทะเบียนสมรสที่มี Apostille ต้องแปลไทยอีกไหม
มีโอกาสต้องแปลค่ะ เพราะ Apostille รับรองที่มาของเอกสาร ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นคำแปล หน่วยงานไทยอาจต้องใช้คำแปลภาษาไทยของทั้งทะเบียนสมรสและข้อความรับรองที่เกี่ยวข้อง
เอกสารที่รับรองแบบเดิมแล้วต้องทำใหม่หรือไม่
ไม่ควรทำใหม่โดยอัตโนมัติ ให้ตรวจว่าชุดเดิมยังตรงกับเงื่อนไขของหน่วยงานปลายทางและอายุเอกสารหรือไม่ หากใช้ได้อยู่แล้ว การเปลี่ยนระบบในอนาคตไม่ได้หมายความว่าต้องยกเลิกเอกสารเดิมทุกชุด
สรุป วันสำคัญคือ 28 กุมภาพันธ์ 2570
ประเทศไทยเข้าเป็นภาคี Apostille แล้ว แต่วันเริ่มมีผลใช้บังคับคือ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ในช่วงก่อนวันดังกล่าวควรใช้ขั้นตอนที่มีผลอยู่จริง และติดตามรายละเอียดเชิงปฏิบัติจากหน่วยงานทางการ หากมีเดดไลน์ อย่าหยุดดำเนินการเพื่อรอระบบใหม่โดยไม่มีคำยืนยันจากหน่วยงานปลายทาง
ต้องใช้เอกสารก่อนหรือหลังวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ส่งภาพเอกสารทุกหน้า พร้อมแจ้งประเทศต้นทาง ประเทศปลายทาง หน่วยงานรับยื่น และกำหนดวันที่ต้องใช้ ให้ First Choice Translation ช่วยแยกว่าควรดำเนินการตามระบบปัจจุบันหรือรอตรวจประกาศ Apostille เพิ่มเติม
ส่งเอกสารเพื่อประเมินเบื้องต้นทาง LINE @fc2009
แหล่งข้อมูลและหมายเหตุสำหรับผู้ลงเว็บไซต์
ข้อมูลสถานะประเทศไทย: HCCH – Thailand accedes to the 1961 Apostille Convention
ข้อมูลการเตรียมระบบในประเทศไทย: กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ
ควรตรวจและอัปเดตวันที่แก้ไขบทความเมื่อมีประกาศเรื่องหน่วยงานผู้มีอำนาจ ขั้นตอนยื่น ค่าธรรมเนียม รูปแบบเอกสาร หรือ e-Apostille ของไทยเพิ่มเติม
ติดต่อศูนย์แปลเอกสารเฟิสท์ชอยซ์ทรานสเลชัน
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือขอรับบริการกับศูนย์แปลเอกสาร เฟิสท์ชอยซ์ทรานสเลชันได้แล้ววันนี้ที่
LINE OFFICIAL ACCOUNT: https://page.line.me/fc2009?openQrModal=true หรือ
สำนักงานใหญ่ สะพานควาย จตุจักร
อาคารภูมิเดชา ชั้น 4 ซอยประดิพัทธ์ 10 ถ.ประดิพัทธ์ เเขวง/เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400
โทร. 082-3256236 , 065-3958392
https://goo.gl/maps/zUrGGGGWSrtMvjDa7
ศูนย์แปลเอกสารสาขาภูเก็ต ถ.ปฏิพัทธ์ เมืองภูเก็ต
เลขที่ 7/4 ถ.ปฏิพัทธ์ ต.ตลาตเหนือ อ.เมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต 83000
โทร. 086-3669255
https://goo.gl/maps/s21JAisaAnRPvxtHA





