คำศัพท์พื้นฐานที่ใช้แปลสัญญาภาษาอังกฤษ

สัญญา ถือว่าเป็นเอกสารที่สำคัญมากเวลาเราจะทำการค้า ทำธุรกิจ หรือซื้อ ขายสินค้ากับใคร เพราะเป็นเอกสารที่ระบุข้อตกลงได้อย่างละเอียด และสามารถป้องกันความผิดพลาด หรือการผิดสัญญาที่จะก่อให้เกิดผลเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินในอนาคตของเราได้ ซึ่งสัญญาที่ดีก็ต้องเป็นสัญญาที่มีเนื้อหาครอบคลุมทุกด้าน ต้องร่างขึ้นมาอย่างละเอียดรอบคอบ และต้องแน่ใจว่าไม่มีช่องโหว่ที่ทำให้ทั้งเราหรืออีกฝ่ายต้องเสียเปรียบกัน

การร่างสัญญาเป็นภาษาไทยก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากค่ะ และถ้ายิ่งจำเป็นต้องแปลสัญญาเป็นภาษาอังกฤษด้วย ยิ่งเพิ่มความยากเข้าไปอีก ไหนจะศัพท์เฉพาะ เรื่องความถูกต้องทางไวยากรณ์ และความถูกต้องทางเนื้อหาไม่ให้มีความหมายที่ผิดเพี้ยนไป ดังนั้น วันนี้ ศูนย์แปลเอกสาร เฟิสท์ชอยซ์ทรานสเลชัน เลยขอมาแนะนำคำศัพท์พื้นฐานที่ใช้แปลสัญญาภาษาอังกฤษ จะมีคำว่าอะไรบ้างนั้น ตามอ่านได้ที่บทความนี้เลยค่ะ


ทำไมจ้างแปลสัญญาภาษาอังกฤษ ดีกว่าแปลด้วยตัวเอง

เอกสารสัญญาน่าจะเหมือนเอกสารประเภทอื่นหรือเปล่า หลายคนคงสงสัยใช่ไหมคะ ในเมื่อมีต้นฉบับเป็นภาษาไทยแล้ว ก็น่าจะแปลตามต้นฉบับได้เลย เพียงแค่ปรับเปลี่ยนเป็นภาษาอังกฤษ ไม่น่าจะเป็นเรื่องที่ยุ่งยากเท่าไหร่ แต่เราขอบอกว่าการแปลสัญญาภาษาอังกฤษนั้นเป็นเรื่องที่ยากและละเอียดอ่อนกว่าที่คิด การจ้างแปลสัญญาภาษาอังกฤษ จึงดีกว่าแปลด้วยตัวเอง นั่นก็เพราะตามเหตุผล ดังนี้

สัญญามีเนื้อหาที่ค่อนข้างละเอียดอ่อน

ลักษณะของเอกสารสัญญา คือ เป็นเอกสารที่เป็นข้อตกลงระหว่างบุคคลสองฝ่าย ว่าจะกำลังจะทำการอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งโดยทั่วไปแล้วสัญญามักจะเป็นลายลักษณ์อักษณ มีการระบุเงื่อนไขและข้อตกลงต่างๆ เพื่อกำชับไม่ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งผิดสัญญา และเพื่อความเป็นธรรมของบุคคลทั้งสองฝ่าย

คำศัพท์พื้นฐานที่ใช้แปลสัญญาภาษาอังกฤษ มีลักษณะแบบไหน

หากกระทำผิดสัญญาอาจจะต้องได้รับโทษตามที่ได้ระบุในสัญญาไว้ เพื่อให้ต่างฝ่ายต่างได้รับความยุติธรรม และดำเนินการบางอย่างได้ด้วยความมั่นใจ การร่างสัญญาจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ และต้องใช้ความรอบคอบในการเขียนขึ้นมาอย่างมากค่ะ

 มีเรื่องผลประโยชน์ และกฎหมายเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

เราจะเห็นได้ว่าสัญญาเป็นเอกสารที่มีเรื่องของผลประโยชน์ที่ต่างฝ่ายจะได้รับเกี่ยวข้องเข้ามา เป็นเรื่องสิ่งที่จะได้ กับสิ่งที่ควรทำและไม่ควรกระทำ อีกทั้งมีเรื่องของกฎหมายเข้ามา เพื่อไม่ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งกระทำผิดสัญญาที่ได้ตกลงไว้ เมื่อมีเรื่องของผลประโยชน์และกฎหมายเข้ามา การแปลสัญญาจะรู้แค่ภาษาอังกฤษอาจไม่พอแล้ว จำเป็นต้องมีความรู้เฉพาะด้านเกี่ยวกับเรื่องกฎหมายเข้ามาด้วย

ต้องใช้คำศัพท์เฉพาะในการแปล

คำศัพท์พื้นฐานที่ใช้แปลสัญญาภาษาอังกฤษ มีลักษณะแบบไหน มีคำศัพท์อะไรบ้าง?

สุดท้าย การแปลสัญญาภาษาอังกฤษ มักใช้คำศัพท์เฉพาะทางค่อนข้างเยอะค่ะ โดยเฉพาะศัพท์ทางกฎหมาย นั่นก็เพราะให้สื่อสารได้อย่างถูกต้อง ใช้ภาษาในระดับที่ถูกต้อง แปลออกมาได้ความหมายที่ไม่ผิดเพี้ยน ไม่เช่นนั้นจะส่งผลกับตัวสัญญาได้ ดังนั้น การแปลสัญญาภาษาอังกฤษจึงไม่ใช่เรื่องที่ง่ายมากนัก ย่อมดีกว่าถ้ามีผู้เชี่ยวชาญมาแปลเอกสารสัญญาให้กับเราค่ะ

10 คำศัพท์พื้นฐานที่ใช้แปลสัญญาภาษาอังกฤษ

เราได้เห็นความสำคัญของการแปลสัญญาภาษาอังกฤษกันไปแล้ว คราวนี้ลองมาดูกันค่ะว่า ในการแปลสัญญาแต่ละฉบับมักจะใช้คำศัพท์พื้นฐานอะไรบ้างในการแปลเอกสาร ซึ่งเราได้รวบรวมมา 10 คำศัพท์ด้วยกัน จะมีคำว่าอะไรบ้าง ตามมาอ่านกันได้เลยค่ะ

10 คำศัพท์พื้นฐานที่ใช้แปลสัญญาภาษาอังกฤษ โอกาสเจอได้มากที่สุด
  1. Appendix / Attachment: เอกสารแนบท้าย
    คำเหล่านี้ใช้อ้างถึงเอกสารแนบท้ายที่มีรายละเอียดหรือคำอธิบายเพิ่มเติม ไประบุไว้ท้ายสัญญา ยกตัวอย่างเช่น สัญญาเช่าจะอ้างถึงอาคารที่เช่า หรือ โฉนดพื้นที่ให้เช่า เช่น
    – Facilities shall mean the buildings and facilities described in Appendix “A” (Layout plans) to be located on the Demised Premises which forms an integral part of this LEASE AGREEMENT
    – The method for calculating the rate per unit shall be as specified in Attachment 1
  2. Arbitration: อนุญาโตตุลาการ
    การระงับข้อพิพาททางเลือกนอกศาล เป็นกระบวนการที่คู่สัญญาที่มีข้อพิพาท ตกลงให้บุคคลที่สามที่มีความเป็นกลางและเป็นอิสระ และมีความรู้ความเชี่ยวชาญ มาวินิจฉัยชี้ขาดข้อพิพาท
  3. Article / Clause: ข้อสัญญา
    สัญญาภาษาอังกฤษจะกำหนดตัวเลข แบ่งออกเป็นข้อ ๆ อย่างชัดเจน ในบางครั้งอาจกลับมาอ้างถึงข้อต่าง ๆ เช่น
    – Purchase Price means the purchase price of the Property all as set out in clause 4;
  4. Terms and conditions: เงื่อนไข
    เงื่อนไขในสัญญาเป็นการระบุหน้าที่ ความรับผิดของคู่สัญญา หากคู่สัญญาไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในสัญญา จะมีผลทางกฎหมายเช่น มีสิทธิบอกเลิกสัญญา มีสิทธิคิดดอกเบี้ยปรับ เป็นต้น
    – Both parties desire to assume such control upon the terms and conditions set out in this Agreement
  5. Force majeure: เหตุสุดวิสัย
    เหตุการณ์ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมที่ไม่สามารถป้องกันหรือหลีกเลี่ยงได้ เช่น พายุ น้ำท่วม เป็นต้น ซึ่งในสัญญาจะระบุคำนิยามของเหตุสุดวิสัย ว่าเหตุการณ์ใดบ้าง ถือว่าเป็นเหตุสุดวิสัย และกำหนดหน้าที่ความรับผิดของคู่สัญญาในกรณีที่เกิดเหตุสุดวิสัย ลักษณะสำคัญของเหตุสุดวิสัยนั้นมี 3 ประการ คือ 1) เป็นเหตุที่อยู่นอกเหนือความควบคุม หรือ Act of God 2) ไม่อาจคาดการณ์ได้ 3) เกิดจากเหตุภายนอกที่ไม่ใช่จากคู่สัญญา
  6. Including but not limited to: รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง
    “รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง” ใช้ในกรณีผู้เขียนจะได้ไม่ต้องกล่าวถึงคำทุกคำที่ตนต้องการจะบอก แต่ให้รวมถึงสิ่งอื่น ๆ ที่ยังไม่ได้กล่าวขึ้นด้วย อีกนัยหนึ่งคือ คือ including but not limited to เขียนเพื่อปิดช่องว่างทางกฎหมาย ไม่ให้คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งอ้างว่าเรื่องนี้ไม่ได้ระบุไว้ในสัญญา (เพราะมีคำว่า not limited to กำกับไว้) 
  7. Prevail: บังคับใช้ / มีผลบังคับใช้เหนือกว่า
    คำว่า Prevail แปลว่า ชนะ มีอำนาจเหนือกว่า แต่ในการแปลสัญญาภาษาอังกฤษ ไม่สามารถแปลตรงตัวได้ว่าให้สัญญาฉบับนี้ “ชนะ” ข้อตกลงอื่น ๆ ที่ทำขึ้นก่อนหน้า การแปลคำว่า prevail จึงต้องแปลจากบริบทของข้อสัญญานั้น ๆ เช่น  สัญญาทำขึ้นสองภาษา หากมีข้อความที่ขัดแย้งกันให้บังคับใช้ตามฉบับภาษาอังกฤษ เช่น
    – These Terms and Conditions shall be written in English and Thai version. In the event of conflict between English and Thai, the English version shall prevail.
  8. Supersede: ยกเลิก
    โดยทั่วไปแล้ว คำว่า Supersede แปลว่า เข้ามาแทนที่ แต่ในทางกฎหมาย supersede คือการยกเลิกสัญญาฉบับก่อนหน้าและถือให้สัญญาฉบับใหม่มีผลบังคับใช้เหนือกว่า ดังนั้นเมื่อแปลคำนี้ไม่สามารถตีความตรงตัวได้ แต่ต้องอ่านทั้งประโยคและเข้าใจความหมายที่แท้จริงของคำ เช่น  สัญญาฉบับนี้เป็นการยกเลิกการเจรจา การต่อรอง ข้อสัญญาใดๆทั้งหลาย ระหว่างคู่สัญญาก่อนหน้านี้เกี่ยวกับเนื้อหาของสัญญาฯ นี้ไม่ว่าจะในรูปแบบของวาจาหรือลายลักษณ์อักษร
    – This Contract supersedes all prior negotiations, agreements and undertakings between Parties with respect to the Contract in any forms, written or oral.
  9. Recital: อารัมภบท
    เป็นหัวข้อ ที่มักพบในหน้าแรกของสัญญา เพื่ออธิบายวัตถุประสงค์ของคู่สัญญาว่า แต่ละฝ่ายเข้าทำสัญญาฉบับนี้ด้วยเจตนาใดบ้าง กรณีที่เป็นสัญญาแก้ไขเปลี่ยนแปลง ในส่วนอารัมภบทจะระบุสัญญาที่เคยทำไว้ก่อนหน้า วันที่ทำสัญญาของสัญญาหลัก เป็นต้น
  10. Void: โมฆะ
    สัญญาตกเป็น “โมฆะ” หมายถึง ไม่มีผลบังคับหรือผูกพันตามกฎหมาย ถือเป็นนิติกรรมที่เสียเปล่ามาตั้งแต่ต้น หรือเสมือนว่าไม่เคยเกิดสัญญานั้นขึ้นเลย ในทางปฏิบัติแล้ว ผู้ร่างสัญญามักจะระบุให้ว่าหากส่วนหนึ่งส่วนใดของสัญญาตกเป็นโมฆะ ให้เงื่อนไขส่วนที่เหลือของสัญญายังคงบังคับใช้ได้อยู่ (ในทางกฎหมายเรียกว่า “โมฆะแยกส่วน”)
    – If any provision of this Agreement is held to be void, invalid or inoperative, such provision shall be enforced to the extent possible and the remaining provisions of this Agreement shall not be affected.

ศูนย์แปลเอกสาร เฟิสท์ชอยซ์ทรานสเลชัน แปลสัญญาภาษาอังกฤษ ระดับคุณภาพ

นี่ก็คือตัวอย่างคำศัพท์พื้นฐานที่ใช้ในการแปลสัญญาภาษาอังกฤษค่ะ จะเห็นได้ว่าล้วนแต่เป็นคำศัพท์ที่เฉพาะทางมาก และบางคำก็มีเรื่องของกฎหมายเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ดังนั้น การจะแปลสัญญาภาษาอังกฤษได้ จำเป็นต้องมีความเชี่ยวชาญภาษาอังกฤษ และความรู้เฉพาะทางในการแปลสัญญา

หากคุณมีสัญญาที่ต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษ และรู้สึกว่าอยากได้ผู้ช่วยให้ไปแปลสัญญาให้ออกมาถูกต้อง โดยไร้ที่ติ หรือมีข้อผิดพลาดน้อยที่สุด แต่คุณไม่รู้ว่าจะจ้างแปลที่ไหนดี เราขอแนะนำ ศูนย์แปลเอกสาร เฟิสท์ชอยซ์ทรานสเลชัน ของเราค่ะ นอกจากเราจะรับแปลเอกสารทั่วไปแล้ว เรายังรับแปลสัญญาภาษาอังกฤษอีกด้วย แปลโดยเจ้าของภาษา และผู้ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านภาษาโดยเฉพาะ


แปลเอกสารกับ ศูนย์แปลเอกสาร เฟิสท์ชอยซ์ทรานสเลชัน รับรองว่าจะได้งานแปลระดับคุณภาพดี มีความถูกต้องทั้งด้านไวยากรณ์และเนื้อหา การันตีด้วยประสบการณ์การแปลที่มากกว่า 10 ปี ผ่านการแปลมามากกว่า 5,000 ชิ้น และเรายังเคยมีประสบการณ์แปลงานให้กับองค์กรระดับประเทศอีกด้วย แปลกับ ศูนย์แปลเอกสาร เฟิสท์ชอยซ์ทรานสเลชัน มั่นใจเรื่องงานคุณภาพ และบริการสุดประทับใจค่ะ


  • ศูนย์แปลเอกสารเฟิสท์ชอยซ์ทรานสเลชัน