เมื่อมีวุฒิการศึกษาจากต่างประเทศและต้องนำมาใช้ในประเทศไทย หลายคนมักไม่แน่ใจว่าต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง ต้องแปลเป็นภาษาไทยหรือไม่ และจำเป็นต้องผ่านขั้นตอนรับรองเอกสารกงสุลหรือเปล่า เพราะหน่วยงานปลายทางแต่ละแห่งในไทยอาจกำหนดไม่เหมือนกัน บางแห่งรับเพียงคำแปล บางแห่งต้องการเอกสารที่ผ่านการรับรองเพิ่มเติมก่อนยื่นจริง
หากเตรียมไม่ครบหรือไม่ตรงเงื่อนไข อาจทำให้เอกสารถูกตีกลับและเสียเวลาโดยไม่จำเป็น บทความนี้จะช่วยสรุปให้เข้าใจง่ายว่า เอกสารการศึกษาจากต่างประเทศที่ใช้ในไทยควรเตรียมอะไร ต้องเช็คอะไรบ้างก่อนยื่น เพราะยังสับสนว่าต้องแปลอย่างเดียว หรือรับรองกงสุล โนตารี สถานทูต อ่านเพิ่มเติม รับรองเอกสารครบวงจร
- อ่านบทความเพิ่มเติม เรื่อง เอกสารต่างประเทศใช้ในไทย ต้องทำอย่างไร คลิก
- ดูบริการของเราได้ที่ รับรองเอกสารกงสุล คลิก
1. เอกสารการศึกษาจากต่างประเทศมักใช้ทำอะไรในไทย
เอกสารการศึกษาจากต่างประเทศไม่ได้ใช้แค่สมัครเรียนต่อเท่านั้น แต่ยังใช้กับหลายหน่วยงานในไทย โดยวัตถุประสงค์ที่ต่างกันอาจทำให้ขั้นตอนการแปลและการรับรองเอกสารกงสุลต่างกันด้วย
1.1 สมัครเรียนต่อในไทย
ในกรณีที่ต้องการเรียนต่อในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัย โรงเรียน หลักสูตรนานาชาติ หรือสถาบันฝึกอบรม ส่วนใหญ่จะต้องการเอกสารการศึกษาจากต่างประเทศที่ชัดเจนและตรวจสอบได้ โดยเฉพาะ Transcript และใบจบการศึกษา ซึ่งควรเป็นตัวจริงหรือสำเนาที่รับรองถูกต้อง พร้อมคำแปลภาษาไทยหรืออังกฤษตามที่สถาบันกำหนด
1.2 สมัครงานหรือยื่นฝ่ายบุคคล (HR)
สำหรับการสมัครงาน เอกสารการศึกษาจากต่างประเทศมักถูกใช้เพื่อยืนยันคุณสมบัติของผู้สมัคร โดยทั่วไปบริษัทเอกชนอาจต้องการเพียงสำเนาใบจบและ Transcript พร้อมคำแปล แต่ในองค์กรขนาดใหญ่หรือบริษัทต่างชาติ อาจมีการตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียดมากขึ้น
1.3 ยื่นหน่วยงานราชการไทย
หากต้องนำวุฒิการศึกษาจากต่างประเทศไปใช้กับหน่วยงานราชการไทย เช่น การยื่นเรื่องเกี่ยวกับทะเบียน การทำงาน หรือเอกสารทางปกครอง เอกสารมักต้องผ่านขั้นตอนที่เข้มงวดมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องการรับรองเอกสาร
1.4 ยื่นเทียบวุฒิการศึกษาในไทย
การเทียบวุฒิถือเป็นหนึ่งในขั้นตอนที่ต้องใช้เอกสารละเอียดที่สุด เพราะหน่วยงานจะตรวจสอบทั้งสถาบัน หลักสูตร และจำนวนหน่วยกิต เพื่อเปรียบเทียบกับระบบการศึกษาไทย
1.5 ยื่นสภาวิชาชีพหรือขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ
สำหรับบางอาชีพ เช่น แพทย์ วิศวกร หรือสาขาวิชาชีพเฉพาะ การใช้วุฒิจากต่างประเทศจำเป็นต้องยื่นต่อสภาวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะมีเกณฑ์การพิจารณาที่เข้มงวดมาก
- ศึกษาเรื่อง เอกสารต่างชาติยื่นราชการไทย ได้ที่นี่ คลิก
- บทความที่เกี่ยวข้อง เอกสารต่างประเทศต้องเตรียมอะไรบ้างก่อนใช้ในไทย คลิก
2. เอกสารการศึกษาจากต่างประเทศมีอะไรบ้างที่มักใช้ในไทย
ไม่ใช่ทุกกรณีจะใช้เอกสารเหมือนกัน แต่เอกสารที่พบได้บ่อยมีดังนี้
2.1 Degree Certificate / Diploma
ปริญญาบัตร หรือประกาศนียบัตรที่แสดงว่าสำเร็จการศึกษาแล้ว เป็นเอกสารหลักที่ใช้ยืนยันว่าคุณจบการศึกษาจากสถาบันนั้นจริง โดยมักใช้เป็นเอกสารตัวแรกที่หน่วยงานพิจารณา และในหลายกรณีจำเป็นต้องแปลเป็นภาษาไทยและรับรองเอกสารก่อนนำไปใช้งาน
2.2 ทรานคริป/ Transcript
ใบแสดงผลการเรียน เป็นเอกสารสำคัญมาก เพราะมีรายละเอียดรายวิชา เกรด และโครงสร้างการเรียน ใช้บ่อยทั้งในงานเทียบวุฒิ สมัครเรียน และสมัครงานบางประเภท
2.3 Certificate of Graduation
หนังสือรับรองการสำเร็จการศึกษา ในบางกรณีใช้แทนหรือใช้ประกอบกับปริญญาบัตร เช่น กรณีที่ยังไม่ได้รับตัวปริญญาบัตรจริง หรืออยู่ระหว่างรอเอกสารจากมหาวิทยาลัย
2.4 Enrollment Letter
หนังสือรับรองสถานะการเป็นนักศึกษา หรือเอกสารยืนยันการศึกษาในบางช่วงเวลา มักใช้ในกรณีที่ยังเรียนไม่จบ หรือใช้ยืนยันสถานะเพื่อยื่นเอกสารบางประเภท เช่น วีซ่า หรือการฝึกงาน
2.5 Course Description / รายละเอียดรายวิชา
มักสำคัญในกรณีเทียบวุฒิ หรือขอรับรองจากหน่วยงานวิชาชีพ โดยเอกสารนี้จะอธิบายเนื้อหาวิชาแต่ละตัวอย่างละเอียด ช่วยให้หน่วยงานสามารถพิจารณาได้ว่าหลักสูตรที่เรียนมามีความใกล้เคียงกับมาตรฐานในประเทศไทยหรือไม่
2.6 หนังสือรับรองจากมหาวิทยาลัย
เช่น หนังสือยืนยันหลักสูตร สถานะผู้เรียน หรือยืนยันการออกเอกสาร ใช้ในกรณีที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อยืนยันความถูกต้องของวุฒิ ต้องตรวจสอบกับต้นทางโดยตรง
2.7 สำเนาหนังสือเดินทางของเจ้าของวุฒิ
ใช้ตรวจชื่อ-นามสกุล และข้อมูลเจ้าของเอกสารให้ตรงกัน โดยเฉพาะกรณีที่ชื่อในเอกสารการศึกษาเป็นภาษาอังกฤษ จำเป็นต้องใช้พาสปอร์ตเป็นตัวอ้างอิงหลัก
2.8 เอกสารเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล
กรณีชื่อในวุฒิไม่ตรงกับหนังสือเดินทางหรือเอกสารไทย เช่น เปลี่ยนชื่อหลังแต่งงาน หรือแก้ไขชื่อ-นามสกุล เอกสารนี้จะช่วยยืนยันว่าเป็นบุคคลเดียวกัน ลดปัญหาการถูกปฏิเสธเอกสาร
- อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง เอกสารต่างประเทศต้องเตรียมอะไรบ้างก่อนใช้ในไทย คลิก
- อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง หน่วยงานไทยตรวจอะไรบ้างเมื่อรับเอกสารต่างประเทศ คลิก

3. เอกสารหลักที่ควรเตรียมก่อนยื่นในไทย
ก่อนนำเอกสารการศึกษาจากต่างประเทศไปใช้ในไทย ควรเตรียมเอกสารหลักให้ครบและตรวจความสอดคล้องของข้อมูลทุกฉบับให้เรียบร้อย
3.1 ปริญญาบัตร หรือประกาศนียบัตร
เป็นเอกสารหลักที่ใช้ยืนยันว่าผู้ยื่นสำเร็จการศึกษาในระดับนั้นจริง ซึ่งหน่วยงานปลายทางจะใช้เป็นหลักฐานสำคัญในการพิจารณาวุฒิ ควรเตรียมทั้งตัวจริงและสำเนา และตรวจสอบให้แน่ใจว่าชื่อ-นามสกุลตรงกับเอกสารอื่น ๆ
3.2 Transcript
เป็นเอกสารที่ช่วยให้หน่วยงานปลายทางสามารถตรวจสอบรายละเอียดการเรียนได้ลึกขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสาขาวิชา รายวิชาที่เรียน เกรด หรือระยะเวลาเรียน เอกสารนี้จึงมีความสำคัญมาก โดยเฉพาะในกรณีเทียบวุฒิหรือสมัครงานในสายวิชาชีพ
3.3 สำเนาเอกสารการศึกษาที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
ควรเตรียมเอกสารให้ครบทุกส่วน ทั้งฉบับจริงและสำเนา เพราะบางหน่วยงานจะเก็บสำเนาไว้ในสำนวน เช่น ปริญญาบัตร Transcript หรือเอกสารรับรองอื่น ๆ การเตรียมล่วงหน้าจะช่วยลดการเดินเอกสารหลายรอบ
3.4 เอกสารวุฒิก่อนหน้า (หากปลายทางขอตรวจสอบต่อเนื่อง)
ในบางกรณี หน่วยงานอาจต้องการตรวจสอบเส้นทางการศึกษา เช่น วุฒิก่อนเข้าศึกษาในระดับนั้น โดยเฉพาะกรณีเทียบวุฒิหรือสมัครงานในองค์กรใหญ่ การมีเอกสารส่วนนี้จะช่วยให้กระบวนการพิจารณาเร็วขึ้น
3.5 บัตรประชาชน หนังสือเดินทาง หรือเอกสารยืนยันตัวตนของผู้ยื่น
ใช้สำหรับยืนยันตัวตนของผู้ยื่น และตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลในเอกสารทั้งหมด ควรตรวจสอบให้ชื่อ-นามสกุลตรงกันทุกฉบับ เพื่อลดปัญหาในขั้นตอนตรวจสอบ
3.6 เอกสารเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล (ถ้ามี)
หากชื่อบนวุฒิการศึกษาไม่ตรงกับชื่อปัจจุบัน จำเป็นต้องมีเอกสารเปลี่ยนชื่อ-นามสกุลแนบไปด้วย เพื่อยืนยันว่าเป็นบุคคลเดียวกัน เอกสารนี้เป็นจุดที่หลายคนมักลืมเตรียม ทำให้ต้องกลับมาแก้ไขภายหลัง
อ่านบทความที่เกี่ยวข้องได้ที่ เอกสารต่างประเทศต้องเตรียมอะไรบ้างก่อนใช้ในไทย คลิก
4. ก่อนยื่นเอกสารการศึกษาจากต่างประเทศในไทย ต้องเช็ค 3 เรื่องก่อน
ก่อนยื่นเอกสารการศึกษาจากต่างประเทศในไทย มี 3 เรื่องสำคัญที่ควรเช็คให้ชัดเจนล่วงหน้า เพื่อไม่ให้เสียเวลาแก้เอกสารหลายรอบ และช่วยให้ขั้นตอนดำเนินไปได้รวดเร็วมากขึ้น
4.1 ปลายทางรับภาษาอะไร
แม้ว่าหลายเอกสารจากต่างประเทศจะเป็นภาษาอังกฤษ แต่ในทางปฏิบัติ บางหน่วยงานในไทยยังคงต้องใช้ฉบับแปลภาษาไทย เพื่อประกอบการพิจารณา หรือใช้บันทึกในระบบราชการให้ถูกต้อง
4.2 ต้องใช้แค่คำแปล หรือ ต้องรับรองเอกสารด้วย
ไม่ใช่ทุกกรณีที่จะต้องผ่านขั้นตอนเดียวกัน บางปลายทางใช้เพียงคำแปล แต่บางแห่งอาจต้องมีการรับรองเอกสารกงสุลหรือการรับรองเพิ่มเติมก่อนจึงจะใช้ได้
4.3 ต้องใช้ฉบับจริง สำเนา หรือสำเนารับรอง
ควรเช็คให้ชัดก่อนยื่น เพราะบางหน่วยงานดูต้นฉบับแล้วเก็บสำเนา บางแห่งต้องการสำเนารับรอง หรือขอตรวจเอกสารหลายชุด
หากยังไม่เข้าใจเรื่องการแปลเอกสาร สามารถอ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่ เอกสารต่างประเทศต้องแปลไทยหรือไม่ คลิก
อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง ขั้นตอนรับรองเอกสารต่างประเทศในไทย คลิก
ดูบริการของเราได้ที่ รับรองเอกสารกงสุล คลิก

5. เอกสารการศึกษาจากต่างประเทศต้องแปลเป็นภาษาไทยหรือไม่
ในทางปฏิบัติ เอกสารการศึกษาจากต่างประเทศไม่จำเป็นต้องแปลเป็นภาษาไทยทุกกรณี เพราะขึ้นอยู่กับหน่วยงานปลายทางว่ารับเอกสารภาษาเดิมได้หรือไม่ หากเป็นการยื่นกับมหาวิทยาลัยหรือองค์กรที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก อาจรับเอกสารภาษาอังกฤษได้ แต่ถ้าเป็นการยื่นกับหน่วยงานราชการไทย หรือหน่วยงานที่ต้องการใช้ข้อมูลในระบบภาษาไทย มักมีโอกาสสูงที่จะต้องแปลเอกสารเป็นภาษาไทยก่อนยื่น ดังนั้นควรตรวจสอบกับปลายทางก่อนเสมอ เพื่อไม่ให้แปลเกินความจำเป็นหรือยื่นผิดรูปแบบ
อ่านบทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมได้ที่ เอกสารต่างประเทศต้องแปลไทยหรือไม่ คลิก
อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง เอกสารต่างประเทศต้องแปลไทยเมื่อไร คลิก
6. เอกสารการศึกษาจากต่างประเทศต้องรับรองระดับไหน
หลายคนมักสับสนว่าต้องรับรองถึงระดับไหน ต้องแปลก่อนหรือหลัง หรือจำเป็นต้องผ่านกงสุลหรือไม่ ซึ่งความจริงแล้วขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ในการใช้งาน แต่โดยหลัก ๆ จะมีขั้นตอนการรับรองที่ควรรู้ตามนี้
6.1 รับรองโดยหน่วยงานต้นทาง
เอกสารต้องถูกออกหรือรับรองโดยสถาบันต้นทาง เช่น มหาวิทยาลัยหรือสถาบันการศึกษาที่ออกวุฒิให้เราโดยตรงครับ โดยอาจเป็นรูปแบบของเอกสารตัวจริง หรือสำเนาที่มีการเซ็นรับรองจากเจ้าหน้าที่
6.2 รับรองตามรูปแบบที่หน่วยงานไทยยอมรับ
แม้เอกสารจะออกจากต่างประเทศจริง แต่บางครั้งรูปแบบอาจไม่ตรงกับที่หน่วยงานไทยต้องการ บางกรณีต้องมีขั้นตอนเพิ่มเติมเพื่อให้หน่วยงานในไทยตรวจสอบเอกสารได้สะดวกขึ้น
6.3 แปลเอกสารและรับรองคำแปล
หากเอกสารเป็นภาษาต่างประเทศ ต้องทำการแปลเอกสาร พร้อมกับรับรองคำแปลด้วย เพื่อให้ได้คำแปลที่เป็นทางการมากขึ้น
6.4 รับรองเพื่อนำมาใช้ในประเทศไทย
บางวัตถุประสงค์อาจต้องมีขั้นตอนรับรองเอกสารกงสุลหรือการรับรองในลักษณะใกล้เคียงก่อนยื่นจริง โดยเฉพาะการใช้กับหน่วยงานราชการ การสมัครงานภาครัฐ หรือการดำเนินการทางกฎหมาย
สรุปคือ เอกสารการศึกษาจากต่างประเทศไม่ได้ใช้ขั้นตอนเดียวกันทุกกรณี ควรพิจารณาตามวัตถุประสงค์การใช้งานและข้อกำหนดของหน่วยงานปลายทาง
ดูบริการของเราได้ที่ รับรองเอกสารกงสุล คลิก
ศึกษาบทความเพิ่มเติม ขั้นตอนรับรองเอกสารต่างประเทศในไทย คลิก
บทความที่เกี่ยวข้อง รับรองเอกสารสถานทูตไทยในต่างประเทศ คลิก
7. เตรียมเอกสารการศึกษาจากต่างประเทศใช้เวลาแค่ไหน
ระยะเวลาในการเตรียมเอกสารขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย โดยเฉพาะจำนวนเอกสารและขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง หากเป็นเพียงการแปลเอกสารอย่างเดียวอาจใช้เวลาไม่นาน แต่หากมีขั้นตอนรับรองเอกสารกงสุลเพิ่มเติม ระยะเวลาจะเพิ่มขึ้นทันที นอกจากนี้หากพบปัญหา เช่น ชื่อไม่ตรง เอกสารไม่ครบ หรือปลายทางขอเอกสารเพิ่มเติม ก็อาจทำให้ต้องแก้ไขและใช้เวลานานขึ้นได้ โดยเฉพาะกรณีเทียบวุฒิหรือยื่นสภาวิชาชีพ มักใช้เวลามากกว่าการยื่นทั่วไปครับ อ่านต่อ แปลเอกสารราชการด่วนกี่วันเสร็จ ต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง
ดูบริการของเราได้ที่ รับรองเอกสารกงสุล คลิก
8. หากต้องการเทียบวุฒิในไทย ต้องเตรียมอะไรเพิ่ม
การเทียบวุฒิเป็นกรณีที่ต้องเตรียมเอกสารมากกว่าปกติ และต้องตรวจรายละเอียดอย่างรอบคอบ โดยหลายกรณีไม่ได้ใช้แค่ปริญญาบัตรอย่างเดียว แต่ต้องมี Transcript รายละเอียดรายวิชา เอกสารวุฒิก่อนหน้า หรือหนังสือรับรองจากสถาบันเพิ่มเติม บางหน่วยงานยังขอตรวจสอบความต่อเนื่องของการศึกษาอีกด้วย ดังนั้นควรเช็ครายการเอกสารกับปลายทางก่อนทุกครั้ง หากเอกสารเป็นภาษาต่างประเทศ อาจต้องมีทั้งขั้นตอนแปลและขั้นตอนรับรองเอกสารกงสุลเพิ่มเติมตามข้อกำหนดของหน่วยงานที่รับเรื่อง
บทความที่เกี่ยวข้อง เอกสารต่างชาติยื่นราชการไทย คลิก
อ่านบทความ หน่วยงานไทยตรวจอะไรบ้างเมื่อรับเอกสารต่างประเทศ คลิก
ดูบริการของเราได้ที่ รับรองเอกสารกงสุล คลิก

9. ปัญหาที่พบบ่อยในการยื่นเอกสารการศึกษาจากต่างประเทศในไทย
การยื่นเอกสารการศึกษาจากต่างประเทศในไทย แม้ดูเหมือนเป็นขั้นตอนตรงไปตรงมา แต่ในความเป็นจริงมีรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ทำให้เอกสารถูกตีกลับได้บ่อย เช่น
9.1 ชื่อมหาวิทยาลัยในเอกสารสะกดไม่ตรงกัน
ปัญหานี้พบได้บ่อยมาก โดยเฉพาะในกรณีที่เอกสารแต่ละฉบับออกโดยคนละหน่วยงาน เช่น สะกดชื่อสถาบันไม่เหมือนกันระหว่างเอกสารแต่ละฉบับ
9.2 ชื่อผู้ถือเอกสารไม่ตรงกับหนังสือเดินทาง
อีกหนึ่งจุดที่ทำให้เอกสารถูกตีกลับคือ ชื่อ-นามสกุลไม่ตรงกัน เช่น มีการเปลี่ยนชื่อหลังเรียนจบ แต่งงาน หรือใช้การสะกดคนละแบบระหว่างภาษาอังกฤษกับเอกสารราชการไทย หากไม่มีเอกสารยืนยัน เช่น ใบเปลี่ยนชื่อหรือทะเบียนสมรส ก็อาจทำให้การยื่นเอกสารไม่ผ่านได้
9.3 มีเฉพาะปริญญาบัตร แต่ไม่มี Transcript
หน่วยงานไทยส่วนใหญ่ต้องการ Transcript เพื่อดูรายละเอียดวิชา เกรด และระยะเวลาการศึกษา หากขาดเอกสารนี้ไป จะทำให้ข้อมูลไม่ครบและไม่สามารถพิจารณาได้
9.4 แปลเอกสารไม่ครบทุกหน้า
บางคนเลือกแปลเฉพาะหน้าที่คิดว่าสำคัญ เช่น หน้าแรกของ Transcript หรือปริญญาบัตร แต่ในความเป็นจริง หน่วยงานปลายทางอาจต้องการข้อมูลจากหน้าถัดไป เช่น รายละเอียดรายวิชา หรือหมายเหตุท้ายเอกสาร ทำให้ต้องกลับมาแปลเพิ่มและเสียเวลาโดยไม่จำเป็น
9.5 ไม่ตรวจสอบก่อนว่าปลายทางต้องการรับรองระดับไหน
เอกสารจากต่างประเทศบางกรณีต้องผ่านการรับรองหลายระดับ เช่น กระทรวงการต่างประเทศต้นทาง หน่วย Notary, Apostille และ สถานทูต หรือกรมการกงสุล หากไม่เช็คให้ชัดเจนตั้งแต่ต้นว่าเอกสารต้องรับรองถึงระดับไหน อาจต้องย้อนกลับไปทำขั้นตอนใหม่ทั้งหมด
9.6 ยื่นเอกสารไม่ครบตามรายการของหน่วยงานไทย
ในกรณีที่ใช้เอกสารเพื่อเทียบวุฒิ สมัครเรียน หรือขอใบอนุญาตวิชาชีพ แต่ละหน่วยงานในไทยจะมีรายการเอกสารที่ต้องใช้แตกต่างกัน หากไม่ตรวจสอบให้ครบก่อนยื่น มักจะถูกขอเอกสารเพิ่ม หรือให้กลับไปจัดเตรียมใหม่ ทำให้กระบวนการล่าช้าโดยไม่จำเป็น
อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง หน่วยงานไทยตรวจอะไรบ้างเมื่อรับเอกสารต่างประเทศ คลิก
ดูบริการของเราได้ที่ รับรองเอกสารกงสุล คลิก
ก่อนยื่นเอกสารการศึกษาจากต่างประเทศในไทย
ก่อนยื่นเอกสารการศึกษาจากต่างประเทศในไทย ควรเช็คให้ชัดก่อนว่าใช้เอกสารอะไรบ้าง ปลายทางต้องการภาษาอะไร ต้องแปลอย่างเดียวหรือมีขั้นตอนรับรองเอกสารกงสุลเพิ่มหรือไม่ รวมถึงต้องใช้ฉบับจริงหรือสำเนา การตรวจสอบรายละเอียดให้ครบตั้งแต่ต้นจะช่วยลดโอกาสเอกสารถูกตีกลับ และทำให้ยื่นเรื่องได้ราบรื่นมากขึ้น
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือขอรับบริการกับศูนย์แปลเอกสาร เฟิสท์ชอยซ์ทรานสเลชันได้แล้ววันนี้ที่ อาคารภูมิเดชา ชั้น 4 ซอยประดิพัทธ์ 10 ถ.ประดิพัทธ์ เเขวง/เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400 เลขที่ 7/4 ถ.ปฏิพัทธ์ ต.ตลาตเหนือ อ.เมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต 83000 ติดต่อศูนย์แปลเอกสารเฟิสท์ชอยซ์ทรานสเลชัน
LINE OFFICIAL ACCOUNT: https://page.line.me/fc2009?openQrModal=true หรือสำนักงานใหญ่ สะพานควาย จตุจักร
โทร. 082-3256236 , 065-3958392
https://goo.gl/maps/zUrGGGGWSrtMvjDa7ศูนย์แปลเอกสารสาขาภูเก็ต ถ.ปฏิพัทธ์ เมืองภูเก็ต
โทร. 086-3669255
https://goo.gl/maps/s21JAisaAnRPvxtHA






