แปลเอกสารราชการเพื่อยื่นกงสุล สถานทูต และวีซ่า ควรเริ่มอย่างไรให้ถูกตั้งแต่แรก 2

แปลเอกสารราชการเพื่อยื่นกงสุล สถานทูต และวีซ่า ควรเริ่มอย่างไรให้ถูกตั้งแต่แรก

การแปลเอกสารราชการเพื่อใช้ยื่นกงสุล สถานทูต หรือประกอบการขอวีซ่า เป็นขั้นตอนที่หลายคนมองว่า “แค่แปลภาษา” ก็น่าจะเพียงพอ แต่ในความเป็นจริง มีรายละเอียดมากกว่านั้นพอสมควร เพราะเอกสารแต่ละประเภทมีข้อกำหนดแตกต่างกัน ทั้งเรื่องรูปแบบการแปล การรับรองเอกสาร และขั้นตอนการยื่นใช้งาน หากเริ่มต้นผิดตั้งแต่แรก อาจทำให้เอกสารถูกตีกลับ เสียเวลานัดใหม่ หรือกระทบต่อแผนเดินทางได้เลย

ปัญหาที่พบบ่อยคือ หลายคนเริ่มผิดลำดับ เช่น แปลเอกสารก่อนทั้งที่ต้นฉบับยังไม่พร้อม ใช้ชื่อภาษาอังกฤษไม่ตรงกับพาสปอร์ต หรือเข้าใจว่าทุกประเทศใช้ขั้นตอนเดียวกัน ทำให้เอกสารถูกตีกลับ เสียเวลา และอาจกระทบกำหนดวันยื่นวีซ่า

บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจว่า ถ้าต้องการ แปลเอกสารยื่นวีซ่า หรือเตรียมเอกสารราชการเพื่อใช้กับกงสุลและสถานทูต ควรเริ่มจากอะไร เอกสารแบบไหนต้องแปล เอกสารแบบไหนต้องรับรอง และควรเช็กอะไรบ้างก่อนเริ่มงานจริง

Table of Contents

1. ก่อนเริ่มแปล ต้องรู้ก่อนว่าเอกสารจะใช้ทำอะไร

หลายคนเวลาจะแปลเอกสาร มักเริ่มจากการหาบริษัทแปลหรือส่งไฟล์ให้แปลทันที โดยยังไม่ได้เช็กว่า “เอกสารนี้จะนำไปใช้อะไร” ซึ่งจริง ๆ แล้วถือเป็นจุดสำคัญมาก เพราะวัตถุประสงค์ในการใช้งาน จะเป็นตัวกำหนดทั้งหมดว่า ต้องแปลแบบไหน ใช้ภาษาอะไร ต้องรับรองหรือไม่ และต้องเตรียมเอกสารเพิ่มเติมอะไรบ้าง หากเริ่มต้นผิดตั้งแต่ขั้นตอนนี้ แม้จะแปลถูกทุกคำ ก็อาจใช้เอกสารไม่ได้จริง และต้องเสียเวลาแก้ไขใหม่ทั้งหมด

ตัวอย่างเช่น หากต้องใช้เอกสารเพื่อยื่นวีซ่าท่องเที่ยว บางประเทศอาจต้องการเพียงคำแปลภาษาอังกฤษที่รับรองโดยบริษัทแปล แต่ถ้าใช้เพื่อจดทะเบียนสมรส ทำงาน เรียนต่อ ย้ายถิ่นฐาน หรือใช้กับหน่วยงานราชการต่างประเทศ อาจต้องมีขั้นตอนรับรองกงสุลหรือรับรองสถานทูตเพิ่มเติม

เอกสารราชการที่นำไปใช้ต่างประเทศจึงควรเริ่มจากการเช็ก Requirement ของประเทศปลายทางก่อนเสมอ ไม่ควรเริ่มจากการแปลทันทีโดยยังไม่รู้ว่าเอกสารต้องใช้รูปแบบใด

2. เอกสารประเภทไหนที่มักต้องแปลและรับรอง

โดยทั่วไป เอกสารที่เกี่ยวข้องกับตัวตน สถานะทางกฎหมาย การศึกษา การเงิน หรือการดำเนินเรื่องราชการ มักเป็นกลุ่มที่ต้องแปลอย่างเป็นทางการ และหลายกรณีต้องมีการรับรองเพิ่มเติม เพื่อให้หน่วยงานปลายทางยอมรับ

ตัวอย่างเอกสารยื่นกงสุล สถานทูต และวีซ่า 6

2.1 เอกสารราชการส่วนบุคคล

เอกสารกลุ่มนี้เป็นประเภทที่ถูกนำไปแปลและรับรองบ่อยที่สุด เพราะใช้ยืนยันข้อมูลส่วนตัว และมักเกี่ยวข้องกับสิทธิทางกฎหมายหรือการดำเนินเรื่องต่างประเทศ

ตัวอย่างเอกสาร เช่น

  • สูติบัตร
  • ทะเบียนบ้าน
  • บัตรประชาชน
  • ใบเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล
  • ทะเบียนสมรส
  • ทะเบียนหย่า
  • ใบมรณบัตร
  • หนังสือรับรองโสด
  • หนังสือรับรองถิ่นที่อยู่

ตัวอย่างเอกสารยื่นกงสุล สถานทูต และวีซ่า (2) 3

2.2 เอกสารด้านการศึกษา

อีกกลุ่มที่ต้องแปลและรับรองบ่อยมาก คือเอกสารการศึกษา โดยเฉพาะคนที่ต้องการเรียนต่อต่างประเทศ สมัครทุน หรือสมัครงานกับองค์กรต่างชาติ

เอกสารที่นิยมแปล ได้แก่

  • ใบปริญญา
  • Transcript
  • หนังสือรับรองจบการศึกษา
  • หนังสือรับรองสถานะนักศึกษา
  • ใบประกาศนียบัตร
  • หนังสือรับรองผลสอบภาษา

ตัวอย่างเอกสารยื่นกงสุล สถานทูต และวีซ่า (3) 4

2.3 เอกสารสำหรับวีซ่าและการทำงาน

การขอวีซ่าระยะยาว วีซ่าทำงาน หรือวีซ่าคู่สมรส มักต้องใช้เอกสารหลายประเภทประกอบกัน และหลายฉบับต้องแปลพร้อมรับรอง

ตัวอย่างเอกสาร เช่น

  • หนังสือรับรองการทำงาน
  • สลิปเงินเดือน
  • Statement ธนาคาร
  • หนังสือรับรองรายได้
  • เอกสารภาษี
  • สัญญาจ้างงาน
  • หนังสือรับรองบริษัท

2.4 เอกสารทางกฎหมาย

เอกสารกฎหมายเป็นอีกกลุ่มที่ควรใช้บริการแปลมืออาชีพ และมักต้องรับรองทุกครั้ง เพราะเกี่ยวข้องกับสิทธิ หน้าที่ และข้อผูกพันทางกฎหมายโดยตรง

ตัวอย่าง เช่น

  • หนังสือมอบอำนาจ
  • สัญญาซื้อขาย
  • สัญญาธุรกิจ
  • เอกสารศาล
  • พินัยกรรม
  • เอกสารทรัพย์สิน
  • เอกสารจดทะเบียนบริษัท

ตัวอย่างเอกสารยื่นกงสุล สถานทูต และวีซ่า (4) 5

2.5 เอกสารทางธุรกิจและบริษัท

ปัจจุบันธุรกิจที่ทำงานร่วมกับต่างประเทศ มีการใช้เอกสารแปลเพิ่มขึ้นมาก โดยเฉพาะบริษัทที่ร่วมทุน หรือทำธุรกรรมกับต่างชาติ

เอกสารที่พบบ่อย ได้แก่

  • หนังสือรับรองบริษัท
  • ภ.พ.20
  • งบการเงิน
  • รายงานผู้ถือหุ้น
  • หนังสือบริคณห์สนธิ
  • สัญญาทางธุรกิจ
  • เอกสาร BOI

2.6 เอกสารทางการแพทย์

แม้หลายคนจะไม่ค่อยนึกถึง แต่เอกสารทางการแพทย์ก็เป็นอีกประเภทที่ต้องแปลและรับรองบ่อย โดยเฉพาะการรักษาต่างประเทศ หรือการยื่นประกัน

ตัวอย่าง เช่น

  • ใบรับรองแพทย์
  • ประวัติการรักษา
  • ผลตรวจสุขภาพ
  • ใบฉีดวัคซีน
  • เอกสารประกันสุขภาพ

ถ้าเป็นเอกสารส่วนบุคคล เช่น สูติบัตร ทะเบียนบ้าน หรือทะเบียนสมรส ควรเชื่อมไปที่บริการ รับแปลเอกสารราชการ แต่ถ้าเป็นเอกสารนิติบุคคล เช่น หนังสือรับรองบริษัท หนังสือบริคณห์สนธิ หรือเอกสารจดทะเบียนธุรกิจ
ดูบริการของเราได้ที่ 

3. แปลเอกสารยื่นวีซ่า ต้องเริ่มจากอะไร

การแปลเอกสารเป็นสิ่งที่หลายคนกังวลมากที่สุด เพราะหากแปลผิด ใช้รูปแบบไม่ถูก หรือเตรียมเอกสารไม่ครบ อาจทำให้สถานทูตขอเอกสารเพิ่ม หรือหนักสุดคือเอกสารถูกตีกลับจนกระทบวันเดินทางได้ ดังนั้น ควรจะเตรียมตัวให้ดี โดยเริ่มจาก

3.1. เช็กว่าสถานทูตต้องการอะไร

ตรวจสอบเงื่อนไขของสถานทูตหรือศูนย์รับยื่นวีซ่า เพราะแต่ละประเทศมีรายการเอกสารและมาตรฐานการแปลต่างกัน

สิ่งที่ควรตรวจสอบ ได้แก่

  • ต้องแปลเอกสารหรือไม่
  • ต้องแปลเป็นภาษาอะไร
  • ต้องใช้ Certified Translation ไหม
  • ต้องรับรองกงสุลเพิ่มเติมหรือเปล่า
  • ต้องใช้ต้นฉบับหรือสำเนา
  • เอกสารมีอายุกี่เดือน

ตัวอย่างเช่น บางประเทศรับเอกสารภาษาอังกฤษทั่วไป แต่บางประเทศในยุโรป หรือบางวีซ่าระยะยาว อาจกำหนดให้ใช้เอกสารแปลแบบรับรองเท่านั้น หากไม่เช็กก่อน อาจแปลผิดภาษา หรือใช้รูปแบบเอกสารไม่ตรงกับที่สถานทูตกำหนด ทำให้เสียเวลาทำใหม่ทั้งหมด

3.2 ดูว่าเอกสารไหนต้องแปลบ้าง

ไม่ใช่ทุกเอกสารจะต้องแปลทั้งหมด บางสถานทูตรับเอกสารภาษาอังกฤษได้อยู่แล้ว แต่เอกสารราชการภาษาไทยส่วนใหญ่มักต้องแปล

เอกสารที่มักต้องแปลสำหรับยื่นวีซ่า ได้แก่

  • ทะเบียนบ้าน
  • สูติบัตร
  • ใบเปลี่ยนชื่อ
  • ทะเบียนสมรส
  • หนังสือรับรองการทำงาน
  • หนังสือรับรองเงินเดือน
  • Statement ธนาคาร
  • เอกสารสปอนเซอร์
  • เอกสารบริษัท
  • ใบรับรองนักศึกษา

บางกรณีเอกสารทางการเงินอาจไม่ต้องแปลทุกหน้า แต่ต้องดูตามข้อกำหนดของสถานทูตนั้น ๆ

3.3 ตรวจข้อมูลในเอกสารก่อนส่งแปล

อีกขั้นตอนที่คนมักมองข้าม คือการตรวจสอบข้อมูลในเอกสารต้นฉบับก่อนแปล เพราะหากต้นฉบับมีข้อมูลผิด ต่อให้แปลถูกก็อาจใช้ไม่ได้อยู่ดี

สิ่งที่ควรตรวจสอบ ได้แก่

  • ชื่อ-นามสกุลตรงพาสปอร์ต
  • เลขพาสปอร์ตถูกต้อง
  • วันเดือนปีเกิดครบ
  • เอกสารยังไม่หมดอายุ
  • ไม่มีข้อมูลตกหล่น
  • เอกสารอ่านชัดทุกหน้า

โดยเฉพาะชื่อภาษาอังกฤษ ควรใช้รูปแบบเดียวกับพาสปอร์ตทุกเอกสาร เพราะหากสะกดไม่ตรงกัน อาจถูกขอเอกสารเพิ่มเติม

3.4 เลือกผู้แปลที่เข้าใจเอกสารวีซ่า

การแปลเอกสารวีซ่า ไม่เหมือนงานแปลทั่วไป เพราะต้องใช้รูปแบบทางการ และต้องเข้าใจคำศัพท์ราชการหรือคำเฉพาะของสถานทูต

สิ่งที่ควรพิจารณาก่อนเลือกบริษัทแปล ได้แก่

  • มีประสบการณ์แปลเอกสารวีซ่า
  • มีบริการรับรองคำแปล
  • เข้าใจเอกสารราชการ
  • มีตัวอย่างงานจริง
  • สามารถให้คำแนะนำเรื่องเอกสารได้
  • แจ้งเวลางานชัดเจน

หลายคนเลือกจากราคาถูกอย่างเดียว แต่สุดท้ายต้องแก้เอกสารใหม่ เพราะรูปแบบไม่ตรงตามที่สถานทูตกำหนด

สำหรับเคสวีซ่า เลือกบริการ รับแปลเอกสารยื่นขอวีซ่า ที่เข้าใจเอกสารราชการและข้อกำหนดของสถานทูต ไม่ใช่แค่แปลภาษาทั่วไป

3.4 ต้องแปลก่อน หรือรับรองกงสุลก่อน

ส่วนใหญ่ต้องแปลเอกสารก่อน แล้วค่อยนำไปรับรองกงสุล” แต่ในรายละเอียดจริง ยังขึ้นอยู่กับประเภทเอกสาร ประเทศปลายทาง และข้อกำหนดของหน่วยงานที่จะนำเอกสารไปใช้ด้วย เช่น

กรณีที่ 1: แปลก่อน แล้วรับรองคำแปล

ใช้กับเอกสารที่หน่วยงานปลายทางต้องการเพียงคำแปลที่มีการรับรองจากบริษัทแปลหรือนักแปล เช่น เอกสารยื่นวีซ่าบางประเภท หรือเอกสารประกอบทั่วไป

กรณีที่ 2: แปลก่อน แล้วนำคำแปลไปยื่นรับรองกงสุล

ใช้กับเอกสารราชการไทยที่ต้องนำไปใช้ต่างประเทศ และประเทศปลายทางต้องการเอกสารที่ผ่านการรับรองจากกรมการกงสุล

กรณีที่ 3: รับรองเอกสารต้นฉบับก่อน แล้วค่อยแปล

บางเอกสารอาจต้องให้หน่วยงานต้นทางรับรองก่อน เช่น เอกสารการศึกษา เอกสารบริษัท หรือเอกสารศาล แล้วจึงนำไปแปลและดำเนินการขั้นตอนต่อไป

4. รับรองกงสุลแล้ว ต้องรับรองสถานทูตต่อ

บางประเทศกำหนดให้เอกสารไทยต้องผ่านกรมการกงสุลก่อน แล้วจึงนำไปรับรองต่อที่สถานทูตของประเทศปลายทางในประเทศไทย

5. รับรองเอกสารสถานทูตต้องทำเมื่อไร

การรับรองเอกสารสถานทูตไม่ได้จำเป็นทุกเคส แต่จะเกี่ยวข้องเมื่อประเทศปลายทางกำหนดให้เอกสารต้องผ่านสถานทูตของประเทศนั้นก่อนนำไปใช้งานจริง เช่น เอกสารเพื่อแต่งงาน เอกสารทำงาน เอกสารเรียนต่อ เอกสารธุรกิจ หรือเอกสารทางกฎหมายบางประเภท

หลายคนเข้าใจว่า เมื่อเอกสารผ่านกรมการกงสุลแล้วจะใช้ได้ทุกประเทศทันที แต่ในความจริง บางประเทศยังต้องการการรับรองจากสถานทูตเพิ่มเติม โดยเฉพาะประเทศที่มีข้อกำหนดเฉพาะด้านเอกสาร หรือไม่ได้ใช้ระบบ Apostille กับเอกสารจากประเทศไทย

ควรเลือกบริการรับรองเอกสารครบวงจร 1

6. ถ้าไม่แน่ใจ ควรเลือกบริการรับรองเอกสารครบวงจร

สำหรับผู้ที่ไม่แน่ใจว่าเอกสารของตัวเองต้องแปล รับรองกงสุล หรือรับรองสถานทูตหรือไม่ การใช้บริการแบบครบวงจรจะช่วยลดความผิดพลาด เพราะมีทีมช่วยตรวจตั้งแต่เอกสารต้นฉบับ การแปล การรับรองคำแปล การจัดชุดเอกสาร และการยื่นตามขั้นตอนที่เหมาะสม

บริการครบวงจรเหมาะกับเคสที่มีหลายขั้นตอน เช่น

  • ใช้เอกสารไทยในต่างประเทศ
  • ใช้เอกสารเพื่อแต่งงานกับชาวต่างชาติ
  • ใช้เอกสารสมัครงานต่างประเทศ
  • ใช้เอกสารเรียนต่อต่างประเทศ
  • ใช้เอกสารบริษัททำธุรกรรมกับต่างประเทศ
  • ใช้เอกสารยื่นหน่วยงานราชการต่างประเทศ
  • ต้องการให้มีคนช่วยตรวจลำดับก่อนยื่นจริง

7. สิ่งที่ควรเช็กก่อนส่งเอกสารให้แปล

เอกสารราชการและเอกสารสำหรับต่างประเทศ หน่วยงานปลายทางมักตรวจละเอียดมาก ตั้งแต่ชื่อภาษาอังกฤษ รูปแบบวันที่ ไปจนถึงตราประทับเล็ก ๆ บนเอกสาร การเช็กเอกสารให้ครบตั้งแต่ต้นจึงช่วยลดปัญหาเอกสารถูกตีกลับ และช่วยให้ขั้นตอนแปลเอกสารราบรื่นขึ้นมาก ดังนั้นก่อนส่งเอกสารให้บริษัทแปล ควรเช็ก 5 เรื่องนี้

7.1 ประเทศปลายทางต้องการภาษาอะไร

หลายคนเข้าใจว่าเอกสารต่างประเทศต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด แต่จริง ๆ แล้วบางประเทศกำหนดให้ใช้ภาษาท้องถิ่นเท่านั้น เช่น ญี่ปุ่น จีน เยอรมนี หรือประเทศในตะวันออกกลางบางแห่ง

ตัวอย่างเช่น

  • ยื่นวีซ่าอเมริกา ส่วนใหญ่ใช้ภาษาอังกฤษ
  • ใช้เอกสารในญี่ปุ่น บางหน่วยงานอาจต้องใช้ภาษาญี่ปุ่น
  • เอกสารสำหรับจีน อาจต้องแปลภาษาจีนและรับรองสถานทูตจีนเพิ่มเติม

หากแปลผิดภาษา อาจต้องเริ่มกระบวนการใหม่ทั้งหมด

7.2 ต้องรับรองคำแปลหรือไม่

บางหน่วยงานรับเพียงคำแปลทั่วไป แต่หลายกรณี โดยเฉพาะเอกสารราชการหรือเอกสารวีซ่า ต้องใช้ “คำแปลรับรอง” หรือ Certified Translation

การรับรองคำแปล มักประกอบด้วย

  • ลายเซ็นผู้แปล
  • ตราบริษัทแปล
  • หนังสือรับรองคำแปล
  • ข้อความยืนยันว่าคำแปลตรงกับต้นฉบับ

หากปลายทางกำหนดให้ใช้เอกสารรับรอง แต่ส่งแค่คำแปลธรรมดา อาจถูกปฏิเสธเอกสารได้

7.3 ต้องรับรองกงสุลหรือไม่

หลังแปลเอกสารแล้ว บางประเทศหรือบางประเภทวีซ่า ยังต้องนำเอกสารไป “รับรองกงสุล” ที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ เพิ่มเติมด้วย

เอกสารที่มักต้องรับรองกงสุล เช่น

  • สูติบัตร
  • ทะเบียนสมรส
  • ใบปริญญา
  • หนังสือรับรองโสด
  • เอกสารเปลี่ยนชื่อ
  • เอกสารบริษัท

โดยเฉพาะเอกสารที่ใช้ในต่างประเทศเพื่อดำเนินเรื่องราชการ การแต่งงาน หรือการขอวีซ่าระยะยาว มักมีขั้นตอนนี้

7.4 ต้องรับรองสถานทูตต่อหรือไม่

บางประเทศไม่ได้จบแค่รับรองกงสุล แต่ต้องนำเอกสารไปรับรองที่สถานทูตของประเทศปลายทางต่ออีกขั้น

ประเทศที่มักมีขั้นตอนนี้ เช่น

  • จีน
  • UAE
  • กาตาร์
  • คูเวต
  • ซาอุดีอาระเบีย

หากข้ามขั้นตอนนี้ แม้เอกสารจะผ่านกงสุลไทยแล้ว ก็อาจยังไม่สามารถใช้งานในประเทศปลายทางได้

7.5 เอกสารต้นฉบับต้องคัดใหม่หรือไม่

อีกเรื่องที่หลายคนมองข้าม คือ “อายุของเอกสาร” เพราะเอกสารราชการหลายประเภทมีอายุใช้งาน เช่น 3 เดือน หรือ 6 เดือน นับจากวันที่ออกเอกสาร

ตัวอย่างเอกสารที่มักต้องคัดใหม่ ได้แก่

  • ทะเบียนบ้าน
  • หนังสือรับรองโสด
  • หนังสือรับรองบริษัท
  • หนังสือรับรองการทำงาน
  • Statement ธนาคาร

หากใช้เอกสารเก่าเกินกำหนด แม้แปลถูกและรับรองครบ ก็อาจถูกปฏิเสธได้

8. ทำไมควรใช้บริษัทแปลเอกสารที่มีประสบการณ์ราชการโดยตรง

การแปลเอกสารราชการเพื่อใช้กับวีซ่า กงสุล และสถานทูต มีรายละเอียดมากกว่างานแปลทั่วไป เพราะต้องเข้าใจทั้งภาษา รูปแบบเอกสาร และข้อกำหนดของหน่วยงานปลายทาง

บริษัทที่มีประสบการณ์ด้านเอกสารราชการจะช่วยตรวจจุดสำคัญ เช่น

  • ชื่อภาษาอังกฤษตรงกับพาสปอร์ตหรือไม่
  • รูปแบบเอกสารถูกต้องหรือไม่
  • เอกสารต้นฉบับพร้อมใช้งานหรือไม่
  • เอกสารใดควรแปลก่อน
  • เอกสารใดควรรับรองกงสุล
  • เอกสารใดอาจต้องรับรองสถานทูต
  • ควรจัดชุดเอกสารอย่างไรให้พร้อมยื่น

โดยจุดเด่น First Choice Translation  …มีดังนี้

  • ประสบการณ์ด้านเอกสารกว่า 13 ปี
  • รองรับงานแปลมากกว่า 30 ภาษา
  • ดูแลงานเอกสารหลายพันเคสต่อปี
  • มีบริการแปล รับรอง และยื่นเอกสารครบวงจร
  • มีทีมตรวจเอกสารก่อนเริ่มงาน
  • เน้นเอกสารใช้งานได้จริงกับหน่วยงานปลายทาง

9. ควรเริ่มอย่างไรให้เอกสารไม่ถูกตีกลับ

ถ้าคุณต้องแปลเอกสารราชการเพื่อยื่นวีซ่า กงสุล หรือสถานทูต อย่าเริ่มจากการแปลทันที แต่ควรเริ่มจากการตอบ 4 คำถามนี้ก่อน

  1. เอกสารจะใช้กับประเทศใด
  2. ใช้เพื่อวัตถุประสงค์อะไร
  3. ต้องแปลเป็นภาษาอะไร
  4. ต้องรับรองกงสุลหรือสถานทูตเพิ่มเติมหรือไม่

เมื่อรู้คำตอบแล้ว จึงค่อยเริ่มแปล รับรองคำแปล จัดชุดเอกสาร และยื่นตามลำดับที่ถูกต้อง วิธีนี้จะช่วยลดความเสี่ยงเอกสารถูกตีกลับ ลดการเสียเวลาแก้ไข และช่วยให้เอกสารพร้อมใช้งานจริงมากขึ้น หากไม่แน่ใจว่าเอกสารของคุณควรเริ่มจากขั้นตอนไหน สามารถส่งเอกสารให้ทีมงานช่วยตรวจเบื้องต้นก่อนเริ่มงานได้ โดยเฉพาะกรณีที่ต้องใช้เอกสารยื่นวีซ่า รับรองกงสุล รับรองสถานทูต หรือใช้เอกสารราชการไทยในต่างประเทศ

ดูบริการและข้อมูลที่เกี่ยวข้องได้ที่

10. คำถามที่พบบ่อย

เอกสารยื่นวีซ่าต้องแปลทุกฉบับไหม

ไม่จำเป็นทุกฉบับ ขึ้นอยู่กับประเภทวีซ่า ประเทศปลายทาง และข้อกำหนดของสถานทูต เอกสารราชการไทยที่เจ้าหน้าที่ต่างประเทศต้องอ่าน มักควรแปลเป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาที่ประเทศปลายทางกำหนด

แปลเอกสารยื่นวีซ่าเองได้ไหม

บางกรณีสามารถทำได้ แต่ถ้าเป็นเอกสารราชการสำคัญ หรือเอกสารที่ต้องนำไปยื่นกงสุล ควรใช้ผู้เชี่ยวชาญเพื่อป้องกันความผิดพลาดเรื่องชื่อ รูปแบบคำแปล และถ้อยคำราชการ

แปลเอกสารแล้วต้องรับรองกงสุลทุกครั้งไหม

ไม่ทุกครั้ง การรับรองกงสุลขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์การใช้งานและข้อกำหนดของประเทศปลายทาง วีซ่าบางประเภทใช้เพียงคำแปลรับรองโดยบริษัท แต่บางเคสต้องรับรองกงสุลเพิ่มเติม

รับรองกงสุลกับรับรองสถานทูตต่างกันอย่างไร

รับรองกงสุลคือการรับรองเอกสารโดยกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ส่วนรับรองสถานทูตคือการนำเอกสารไปรับรองต่อกับสถานทูตของประเทศปลายทาง ซึ่งบางประเทศอาจต้องใช้ทั้งสองขั้นตอ

ถ้าไม่รู้ว่าต้องแปลหรือรับรองก่อน ควรทำอย่างไร

ควรส่งเอกสารให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจเบื้องต้น พร้อมแจ้งประเทศปลายทางและวัตถุประสงค์การใช้งาน เพื่อประเมินว่าควรเริ่มจากแปล รับรองคำแปล รับรองกงสุล หรือรับรองสถานทูต

 

ติดต่อศูนย์แปลเอกสารเฟิสท์ชอยซ์ทรานสเลชัน

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือขอรับบริการกับศูนย์แปลเอกสาร เฟิสท์ชอยซ์ทรานสเลชันได้แล้ววันนี้ที่
LINE OFFICIAL ACCOUNT: https://page.line.me/fc2009?openQrModal=true หรือ

สำนักงานใหญ่ สะพานควาย จตุจักร

อาคารภูมิเดชา ชั้น 4 ซอยประดิพัทธ์ 10 ถ.ประดิพัทธ์ เเขวง/เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400
โทร. 082-3256236 , 065-3958392
https://goo.gl/maps/zUrGGGGWSrtMvjDa7

ศูนย์แปลเอกสารสาขาภูเก็ต ถ.ปฏิพัทธ์ เมืองภูเก็ต

เลขที่ 7/4 ถ.ปฏิพัทธ์ ต.ตลาตเหนือ อ.เมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต 83000
โทร. 086-3669255 
https://goo.gl/maps/s21JAisaAnRPvxtHA