หากจดทะเบียนสมรสที่ประเทศโครเอเชียและต้องการนำทะเบียนสมรสมาใช้ในประเทศไทย ไม่ว่าจะใช้บันทึกฐานะแห่งครอบครัว (คร.22) เปลี่ยนชื่อหรือนามสกุล ยื่นศาล ทำธุรกรรม หรือใช้ประกอบเรื่องครอบครัว สิ่งสำคัญคือ ไม่ควรเริ่มจากการแปลเพียงอย่างเดียว
ทะเบียนสมรสโครเอเชียเป็นเอกสารราชการต่างประเทศ จึงควรตรวจตั้งแต่ต้นว่าเอกสารออกโดยหน่วยงานใด ต้องผ่านการรับรองจากประเทศโครเอเชียในรูปแบบใด ต้องนำไปรับรองต่อกับสถานเอกอัครราชทูตไทยแห่งใด และเมื่อเข้าประเทศไทยแล้วต้องแปลหรือรับรองนิติกรณ์เพิ่มเติมหรือไม่
จุดที่ผู้ยื่นมักสับสนคือ ประเทศไทยไม่มีสถานเอกอัครราชทูตไทยตั้งอยู่ในประเทศโครเอเชีย แต่สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี มีเขตอาณาครอบคลุมประเทศโครเอเชีย และรับบริการนิติกรณ์เอกสารที่มีตราของกระทรวงการต่างประเทศโครเอเชีย
ในอีกด้านหนึ่ง ประเทศโครเอเชียก็ ไม่มีสถานเอกอัครราชทูตโครเอเชียที่ตั้งประจำในประเทศไทย ดังนั้นจึงไม่ควรวางแผนนำทะเบียนสมรสโครเอเชียมารับรองที่ “สถานทูตโครเอเชียในไทย” เพราะไม่มีสถานเอกอัครราชทูตดังกล่าวตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ
ก่อนเริ่มดำเนินการ สามารถอ่านภาพรวมได้ที่ เอกสารต่างประเทศใช้ในไทย ต้องเตรียมอย่างไร
หากใช้ทะเบียนสมรสโครเอเชียในไทย ควรตรวจเอกสารและรับรองจากหน่วยงานที่มีอำนาจในโครเอเชียก่อน จากนั้นตรวจการนิติกรณ์กับสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงบูดาเปสต์ แล้วจึงจัดทำคำแปลไทยและดำเนินการในประเทศไทยตามข้อกำหนดของหน่วยงานปลายทาง
1. สรุปขั้นตอนทะเบียนสมรสโครเอเชียใช้ในไทย
โดยทั่วไปควรตรวจตามลำดับนี้
- ขอทะเบียนสมรสฉบับราชการจากประเทศโครเอเชีย
- ตรวจชื่อคู่สมรส วันสมรส หน่วยงานผู้ออก เลขทะเบียนและตราประทับ
- รับรองเอกสารกับหน่วยงานที่มีอำนาจในประเทศโครเอเชีย
- ตรวจว่าต้องผ่านกระทรวงการต่างประเทศและกิจการยุโรปของโครเอเชียในรูปแบบใด
- นำเอกสารที่ผ่านการรับรองแล้วไปดำเนินการนิติกรณ์กับ สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี
- จัดทำคำแปลภาษาไทยจากชุดเอกสารที่มีตรารับรองครบแล้ว
- ตรวจชื่อภาษาไทยและภาษาอังกฤษกับหนังสือเดินทางและเอกสารทะเบียนราษฎร
- ยื่นรับรองนิติกรณ์ในประเทศไทย หากหน่วยงานปลายทางกำหนด
- เตรียมเอกสารประกอบสำหรับ คร.22 เปลี่ยนชื่อ ยื่นศาล หรือวัตถุประสงค์อื่น
- ตรวจข้อกำหนดกับหน่วยงานไทยที่จะยื่นอีกครั้งก่อนเดินทาง
อ่านเพิ่มเติม ขั้นตอนรับรองเอกสารต่างประเทศในประเทศไทย
2. ทำไมทะเบียนสมรสโครเอเชียต้องไปสถานทูตไทย ณ กรุงบูดาเปสต์
ประเทศไทยไม่ได้มีสถานเอกอัครราชทูตตั้งอยู่ในประเทศโครเอเชียโดยตรง
หน่วยงานทางการของไทยกำหนดให้ สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี มีเขตอาณาครอบคลุมประเทศโครเอเชีย รวมถึงงานด้านกงสุลและนิติกรณ์ที่เกี่ยวข้อง
หน้า Legalisation ของสถานทูตไทย ณ กรุงบูดาเปสต์ระบุว่า สามารถรับรองลายมือชื่อหรือตราประทับของกระทรวงการต่างประเทศจากประเทศที่อยู่ในเขตอาณา ได้แก่
- ฮังการี
- โครเอเชีย
- บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา
- มอนเตเนโกร
- คอซอวอ
ดังนั้น หากทะเบียนสมรสออกจากโครเอเชียและต้องเข้าสู่กระบวนการนิติกรณ์ของไทย จุดสำคัญคือ ต้องให้เอกสารผ่านหน่วยงานของโครเอเชียตามที่กำหนดก่อน แล้วจึงยื่นต่อสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงบูดาเปสต์
ไม่ควรส่งทะเบียนสมรสไปสถานทูตไทยแห่งใดเพียงเพราะอยู่ใกล้กว่า เพราะงานนิติกรณ์ต้องดู เขตอาณาของสถานทูต ไม่ใช่ดูเพียงระยะทางทางภูมิศาสตร์
3. ในประเทศโครเอเชียมีสถานทูตไทยหรือไม่
ไม่มีสถานเอกอัครราชทูตไทยตั้งอยู่ในกรุงซาเกร็บ แต่มี สถานกงสุลกิตติมศักดิ์ไทย ณ กรุงซาเกร็บ
อย่างไรก็ตาม งานประเภท
- หนังสือเดินทาง
- เอกสารเดินทาง
- วีซ่า
- นิติกรณ์เอกสาร
- งานทะเบียน
สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงบูดาเปสต์ระบุให้ยื่นตรงกับสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบูดาเปสต์
ดังนั้น การมีสถานกงสุลกิตติมศักดิ์ในกรุงซาเกร็บ ไม่ได้หมายความว่าสามารถนำทะเบียนสมรสได้ แต่จำเป็นต้องไปขอนิติกรณ์ที่นั่นแทนสถานทูตไทย ณ กรุงบูดาเปสต์ได้
4. ประเทศโครเอเชียมีสถานทูตในประเทศไทยหรือไม่
ปัจจุบัน ไม่มีสถานเอกอัครราชทูตโครเอเชียที่ตั้งประจำอยู่ในประเทศไทย
สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐโครเอเชีย ณ กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย มีเขตอาณาครอบคลุมประเทศไทย และในกรุงเทพฯ มีสถานกงสุลกิตติมศักดิ์ของโครเอเชีย
ดังนั้น หากมีทะเบียนสมรสโครเอเชียอยู่ในประเทศไทยแล้ว ไม่ควรเข้าใจว่าสามารถนำเอกสารไป “รับรองที่สถานทูตโครเอเชียในกรุงเทพฯ” ได้ เพราะไม่มีสถานเอกอัครราชทูตโครเอเชียประจำประเทศไทย
สำหรับทะเบียนสมรสโครเอเชียที่จะใช้ในไทย ควรตรวจ เส้นทางรับรองจากประเทศต้นทางและสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงบูดาเปสต์ ก่อนนำเอกสารออกจากโครเอเชีย

5. ก่อนรับรอง ต้องตรวจทะเบียนสมรสโครเอเชียอะไรบ้าง
5.1 ตรวจหน่วยงานผู้ออก
ควรตรวจชื่อสำนักงานทะเบียน เมืองหรือเขตที่ออกเอกสาร วันที่ออก เลขทะเบียน ลายมือชื่อและตราประทับ
ข้อมูลเหล่านี้มีผลต่อการพิจารณาว่าเอกสารต้องผ่านหน่วยงานใดของโครเอเชียก่อนนำไปใช้ต่างประเทศ
5.2 ตรวจต้นฉบับหรือสำเนา
ต้องดูว่าเอกสารที่ถืออยู่เป็น
- ต้นฉบับทะเบียนสมรส
- เอกสารคัดจากทะเบียน
- สำเนารับรอง
- เอกสารหลายภาษา
- ไฟล์อิเล็กทรอนิกส์
- สำเนาทั่วไป
ไม่ควรถือว่าสำเนาทุกประเภทสามารถนำเข้าสู่กระบวนการรับรองได้เหมือนกัน
5.3 ตรวจชื่อคู่สมรส
ควรเปรียบเทียบกับ
- หนังสือเดินทาง
- บัตรประชาชนไทย
- ทะเบียนบ้าน
- สูติบัตร
- ใบเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุล
- หลักฐานชื่อก่อนสมรส
หากฝ่ายไทยมีชื่อภาษาไทยในทะเบียนราษฎรอยู่แล้ว ควรใช้การสะกดตามเอกสารราชการไทย ไม่ควรถอดเสียงใหม่จากภาษาโครเอเชียโดยไม่ตรวจหลักฐานเดิม
5.4 ตรวจทุกหน้าและทุกตรา
ต้องตรวจทั้ง
- หน้าทะเบียนสมรส
- ด้านหลัง
- ตราประทับ
- ลายมือชื่อ
- หมายเหตุ
- หน้ารับรอง
- เอกสารแนบ
- ตราของกระทรวงการต่างประเทศโครเอเชีย
- หน้ารับรองของสถานทูตไทย
อ่านเพิ่มเติม หน่วยงานไทยตรวจอะไรเมื่อรับเอกสารต่างประเทศ
5.5 ควรรับรองก่อนหรือแปลก่อน
แนวทางที่เหมาะสมคือ ตรวจและดำเนินการรับรองต้นฉบับก่อน แล้วจึงแปลจากชุดเอกสารที่สมบูรณ์
เหตุผลคือ หลังรับรองอาจมี
- ตราประทับเพิ่ม
- ข้อความรับรอง
- หมายเลขอ้างอิง
- วันที่รับรอง
- ชื่อเจ้าหน้าที่
- หน้ารับรองเพิ่มเติม
หากแปลทะเบียนสมรสตั้งแต่ก่อนรับรอง คำแปลอาจไม่ครอบคลุมเอกสารที่จะนำไปใช้จริง และอาจต้องแก้ไขหรือแปลใหม่
อ่านเพิ่มเติม เอกสารต่างประเทศควรรับรองก่อนหรือแปลก่อน
6. ทะเบียนสมรสโครเอเชียต้องแปลภาษาไทยหรือไม่
หากนำไปติดต่ออำเภอ เขต ศาล หรือหน่วยงานราชการไทย โดยทั่วไปควรตรวจว่าต้องใช้คำแปลภาษาไทยหรือไม่
คำแปลควรครอบคลุมทั้ง
- ชื่อเอกสาร
- เลขทะเบียน
- วันที่ออกเอกสาร
- วันที่สมรส
- สถานที่สมรส
- ชื่อคู่สมรส
- ชื่อก่อนสมรส
- วันและสถานที่เกิด
- สัญชาติ
- ชื่อสำนักงานทะเบียน
- ชื่อและตำแหน่งนายทะเบียน
- ลายมือชื่อ
- ตราประทับ
- หมายเหตุ
- หน้ารับรองของประเทศโครเอเชีย
- หน้ารับรองของสถานทูตไทย
ไม่ควรแปลเฉพาะหน้าทะเบียนสมรสแล้วละเว้นหน้ารับรอง เพราะเอกสารชุดที่นำไปใช้จริงอาจประกอบด้วยหลายหน้า
อ่านเพิ่มเติม เอกสารต่างประเทศต้องแปลไทยหรือไม่
7. ประเทศโครเอเชียใช้ Apostille หรือ Legalisation
โครเอเชียเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille แต่สำหรับการนำเอกสารมาใช้ในประเทศไทย ต้องดูวันที่และกฎที่ใช้บังคับจริง
ประเทศไทยได้ยื่นภาคยานุวัติเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 แต่อนุสัญญาจะมีผลใช้บังคับสำหรับประเทศไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570
ดังนั้น สำหรับการดำเนินการ ก่อนวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ไม่ควรเขียนในบทความว่า “มี Apostille แล้วจึงใช้ในไทยได้เลย”
ในช่วงปัจจุบันควรตรวจเส้นทาง Legalisation ที่สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงบูดาเปสต์กำหนด ซึ่งระบุบริการรับรองเอกสารที่มีตรากระทรวงการต่างประเทศโครเอเชีย
หลังวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ควรตรวจข้อกำหนดอีกครั้ง เพราะการมีผลใช้บังคับของ Apostille Convention อาจเปลี่ยนเส้นทางการรับรองเอกสารระหว่างไทยกับโครเอเชีย

8. ต้องยื่นอะไรกับสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงบูดาเปสต์
ก่อนส่งเอกสาร ควรตรวจรายการปัจจุบันกับสถานทูตโดยตรง โดยเฉพาะ
- ต้นฉบับทะเบียนสมรส
- หน้ารับรองจากหน่วยงานของโครเอเชีย
- ตรากระทรวงการต่างประเทศโครเอเชีย
- สำเนาเอกสาร
- แบบคำร้อง
- เอกสารประจำตัว
- คำแปล หากสถานทูตกำหนด
- ค่าธรรมเนียม
- วิธีรับเอกสารคืน
สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงบูดาเปสต์มีหน้าเฉพาะสำหรับ Legalisation ซึ่งควรใช้เป็นแหล่งตรวจข้อมูลล่าสุดก่อนส่งเอกสารทุกครั้ง
9. หลังรับรองจากสถานทูตไทยแล้ว ต้องทำอะไรต่อ
เมื่อเอกสารผ่านขั้นตอนในยุโรปแล้ว ควรตรวจชุดเอกสารทั้งหมดก่อนนำไปใช้ในประเทศไทย
ขั้นตอนถัดไปอาจประกอบด้วย
- แปลเอกสารเป็นภาษาไทย
- แปลหน้ารับรองและตราประทับทั้งหมด
- ตรวจชื่อกับหนังสือเดินทางและทะเบียนบ้าน
- ยื่นรับรองนิติกรณ์กับกรมการกงสุล หากกำหนด
- รับเอกสารคืนและตรวจตรารับรอง
- นำไปยื่นกับหน่วยงานปลายทาง
กรมการกงสุลมีบริการนิติกรณ์เอกสารและการนิติกรณ์คำแปล โดยควรตรวจข้อกำหนดล่าสุดก่อนยื่น
อ่านเพิ่มเติม ตรวจความพร้อมเอกสารก่อนยื่นหน่วยงานไทย
10. ใช้ทะเบียนสมรสโครเอเชียทำ คร.22 ต้องเตรียมอะไร
ควรเตรียมตรวจ
- ทะเบียนสมรสโครเอเชีย
- หน้ารับรองจากประเทศต้นทาง
- หน้ารับรองของสถานทูตไทย
- คำแปลภาษาไทย
- หน้ารับรองนิติกรณ์ในไทย หากกำหนด
- หนังสือเดินทางของคู่สมรส
- บัตรประชาชนฝ่ายไทย
- ทะเบียนบ้าน
- สูติบัตรหรือหลักฐานชื่อเดิม
- ใบเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุล
- เอกสารอื่นตามที่สำนักทะเบียนร้องขอ
จุดสำคัญคือชื่อก่อนสมรส ชื่อหลังสมรส และชื่อภาษาไทยต้องเชื่อมโยงกันได้ เพราะข้อมูลเหล่านี้อาจถูกเทียบกับทะเบียนราษฎรของไทย
อ่านเพิ่มเติม ทะเบียนสมรสต่างประเทศใช้ในไทย ต้องแปลและรับรองอย่างไร
11. ข้อผิดพลาดที่ควรหลีกเลี่ยง
11.1 เข้าใจว่ามีสถานทูตโครเอเชียในกรุงเทพฯ
ไม่มีสถานเอกอัครราชทูตโครเอเชียที่ตั้งประจำในประเทศไทย จึงไม่ควรวางแผนการรับรองเอกสารโดยเริ่มจาก “สถานทูตโครเอเชียในกรุงเทพฯ”
11.2 ส่งเอกสารไปสถานทูตไทยผิดประเทศ
เอกสารโครเอเชียอยู่ในเขตอาณาของสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงบูดาเปสต์ จึงควรตรวจกับสถานทูตแห่งนี้ ไม่ควรเลือกสถานทูตไทยจากประเทศที่อยู่ใกล้โครเอเชียเพียงอย่างเดียว
11.3 เข้าใจว่าสถานกงสุลกิตติมศักดิ์ไทยในซาเกร็บรับนิติกรณ์ได้
งาน Legalisation ต้องส่งไปยังสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงบูดาเปสต์ ตามข้อมูลของสถานทูต
11.4 คิดว่า Apostille ใช้กับไทยได้เต็มรูปแบบแล้ว
ณ ปัจจุบัน อนุสัญญา Apostille ยังไม่เริ่มมีผลใช้บังคับกับประเทศไทยจนถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 จึงต้องตรวจระบบ Legalisation ที่ใช้ในปัจจุบันก่อน
11.5 แปลก่อนมีตรารับรองครบ
อาจทำให้ต้องแปลตราและหน้ารับรองเพิ่มเติมในภายหลัง
11.6 ใช้ชื่อไม่ตรงหนังสือเดินทาง
อาจทำให้หน่วยงานไทยขอหลักฐานชื่อหรือให้แก้ไขคำแปล
คำถามที่พบบ่อย
ประเทศโครเอเชียมีสถานทูตไทยหรือไม่
ไม่มีสถานเอกอัครราชทูตไทยตั้งอยู่ในโครเอเชียโดยตรง โดยสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี มีเขตอาณาครอบคลุมประเทศโครเอเชีย
ในกรุงซาเกร็บมีหน่วยงานไทยหรือไม่
มีสถานกงสุลกิตติมศักดิ์ไทย ณ กรุงซาเกร็บ แต่คำร้องเกี่ยวกับนิติกรณ์ วีซ่า หนังสือเดินทาง และงานทะเบียนให้ติดต่อสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงบูดาเปสต์
ประเทศโครเอเชียมีสถานทูตในประเทศไทยหรือไม่
ไม่มีสถานเอกอัครราชทูตโครเอเชียที่ตั้งประจำในประเทศไทย โดยสถานเอกอัครราชทูตโครเอเชีย ณ กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย มีเขตอาณาครอบคลุมประเทศไทย และมีสถานกงสุลกิตติมศักดิ์ในกรุงเทพฯ
ทะเบียนสมรสโครเอเชียต้องรับรองที่สถานทูตไทยแห่งใด
หากเข้ากระบวนการ Legalisation สำหรับเอกสารโครเอเชีย ให้ตรวจการยื่นกับสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงบูดาเปสต์ ซึ่งมีเขตอาณาครอบคลุมประเทศโครเอเชีย
สถานกงสุลไทยในซาเกร็บรับรองทะเบียนสมรสได้หรือไม่
งาน Legalisation ต้องส่งไปยังสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงบูดาเปสต์
มี Apostille แล้วใช้ในไทยได้เลยหรือไม่
ณ ปัจจุบันยังไม่ควรสรุปเช่นนั้น แม้ไทยเข้าเป็นภาคีเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 แต่อนุสัญญาจะมีผลต่อประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 เป็นต้นไป
ควรรับรองก่อนหรือแปลก่อน
ควรตรวจและดำเนินการรับรองต้นฉบับก่อน แล้วจึงแปลจากเอกสารชุดที่มีตราและหน้ารับรองครบ

12. ส่งทะเบียนสมรสโครเอเชียให้ตรวจ ก่อนส่งเอกสารไปผิดประเทศ
หากมีทะเบียนสมรสโครเอเชียอยู่แล้ว แต่ไม่แน่ใจว่าเอกสารผ่านกระทรวงการต่างประเทศโครเอเชียครบหรือไม่ ต้องส่งต่อสถานทูตไทย ณ กรุงบูดาเปสต์อย่างไร หรือสามารถดำเนินการต่อในประเทศไทยได้หรือไม่ ควรตรวจเอกสารทุกหน้าก่อน
ทีมงานสามารถช่วยตรวจเบื้องต้นเรื่อง
- ประเภททะเบียนสมรส
- หน่วยงานผู้ออก
- หน้ารับรองจากประเทศโครเอเชีย
- ลำดับตราประทับ
- หน้าที่ต้องแปล
- ชื่อและนามสกุล
- เอกสารประกอบ
- ขั้นตอนที่จะดำเนินการต่อในประเทศไทย
ดูเพิ่มเติม บริการรับรองเอกสารสถานทูต
อ่านคู่มือ เอกสารต่างประเทศใช้ในไทย ต้องเตรียมอย่างไร
13. สรุปทะเบียนสมรสโครเอเชียใช้ในไทย
ทะเบียนสมรสโครเอเชียสามารถนำมาใช้ในประเทศไทยได้ แต่ควรดำเนินการรับรองเอกสารให้ถูกต้องตามลำดับก่อนนำไปยื่นกับหน่วยงานไทย
โดยทั่วไปควรเริ่มจาก รับรองทะเบียนสมรสกับหน่วยงานที่มีอำนาจในประเทศโครเอเชีย → ตรวจการนิติกรณ์กับสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงบูดาเปสต์ ซึ่งมีเขตอาณาครอบคลุมประเทศโครเอเชีย → แปลเอกสารและหน้ารับรองเป็นภาษาไทย → ยื่นรับรองนิติกรณ์ในประเทศไทยเพิ่มเติม หากหน่วยงานปลายทางกำหนด → นำไปใช้กับอำเภอ เขต ศาล หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เอกสารสามารถนำไปใช้ประกอบการ บันทึกฐานะแห่งครอบครัว (คร.22) เปลี่ยนชื่อหรือนามสกุล ยื่นศาล ทำธุรกรรม หรือดำเนินการด้านทะเบียนราษฎรและครอบครัว ตามวัตถุประสงค์ของผู้ยื่น
ก่อนเริ่มดำเนินการควรตรวจให้ชัดว่าเอกสารเป็นต้นฉบับหรือสำเนารับรอง ผ่านหน่วยงานใดมาแล้ว ชื่อคู่สมรสตรงกับหนังสือเดินทางและเอกสารไทยหรือไม่ และหน่วยงานปลายทางต้องการการรับรองเพิ่มเติมแบบใด เพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการถูกขอแก้ไขหรือยื่นเอกสารใหม่
ติดต่อศูนย์แปลเอกสารเฟิสท์ชอยซ์ทรานสเลชัน
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือขอรับบริการกับศูนย์แปลเอกสาร เฟิสท์ชอยซ์ทรานสเลชันได้แล้ววันนี้ที่
LINE OFFICIAL ACCOUNT: https://page.line.me/fc2009?openQrModal=true หรือ
สำนักงานใหญ่ สะพานควาย จตุจักร
อาคารภูมิเดชา ชั้น 4 ซอยประดิพัทธ์ 10 ถ.ประดิพัทธ์ เเขวง/เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400
โทร. 082-3256236 , 065-3958392
https://goo.gl/maps/zUrGGGGWSrtMvjDa7
ศูนย์แปลเอกสารสาขาภูเก็ต ถ.ปฏิพัทธ์ เมืองภูเก็ต
เลขที่ 7/4 ถ.ปฏิพัทธ์ ต.ตลาตเหนือ อ.เมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต 83000
โทร. 086-3669255
https://goo.gl/maps/s21JAisaAnRPvxtHA





