เตรียมตัวแปลเอกสารวีซ่าอย่างไร ไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอีกต่อไป

เตรียมตัวแปลเอกสารวีซ่าอย่างไร ไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอีกต่อไป

เวลาเราจะเดินทางไปต่างประเทศ หากประเทศไหนจำเป็นต้องใช้ “วีซ่า” แน่นอนว่าเราก็ต้องขอวีซ่าก่อนเสมอ ไม่อย่างนั้นก็ไม่สามารถเดินทางเข้าประเทศนั้น ๆ ได้ แต่การจะขอวีซ่าได้ก็ต้องมีการแปลเอกสารเป็นภาษาของประเทศนั้นเสียก่อน ซึ่งหลายคนอาจเลือกใช้บริการรับแปลภาษาหรือรับแปลเอกสารเพื่อเตรียมเอกสารขอวีซ่า แต่หากไม่มีแนวทางการเตรียมเอกสารต่าง ๆ ก็คงเป็นเรื่องยุ่งยากจนหลายคนหัวหมุนอยู่ดี ดังนั้นวันนี้ศูนย์แปลเอกสารเฟิสท์ชอยซ์ทรานสเลชัน จะขอมาแนะนำการเตรียมตัวแปลเอกสารวีซ่าให้ง่ายและไม่ยุ่งยากอีกต่อไป

ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับวีซ่ากันก่อน

วีซ่า (Visa) คือ เอกสารรับรองที่ใช้ยื่นประกอบกับหนังสือเดินทาง เพื่อให้เราสามารถใช้เดินทางและพำนักในเขตแดนของประเทศนั้นได้ในระยะเวลาที่กำหนดไว้ ซึ่งเราต้องแสดงวีซ่าที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองของประเทศที่เราเดินทางไป ซึ่งวีซ่าเองก็มีหลายรูปแบบ ทั้งวีซ่าท่องเที่ยว วีซ่าทำงาน หรือวีซ่าเยี่ยมญาติ เป็นต้น ส่วนวิธีการขอวีซ่าก็มีหลายช่องทาง ดังนี้

1. ขอวีซ่าผ่านสถานทูตหรือศูนย์รับคำร้อง

วิธีนี้เป็นวิธีที่เราคุ้นเคยกันดีในการขอวีซ่า โดยขั้นแรกเราต้องเตรียมเอกสารขอวีซ่าให้พร้อม จากนั้นนำไปส่งที่สถานทูตด้วยตัวเองหรือมอบอำนาจผ่านตัวแทน หรือใช้บริการรับแปลภาษาเพื่อแปลเอกสารขอวีซ่าก็ได้

2. ขอวีซ่าออนไลน์

หลายประเทศเริ่มหันมาใช้ระบบออนไลน์ในการขอวีซ่ามากขึ้น วิธีการก็ไม่ยากแค่ยื่นเอกสารทั้งหมดผ่านระบบออนไลน์ จากนั้นจึงเดินทางไปสัมภาษณ์หรือให้ข้อมูลเพิ่มเติมที่สถานทูตอีกครั้งในวันและเวลาที่กำหนด

3. ขอวีซ่าที่สนามบินปลายทาง

วีซ่าประเภทนี้เรียกว่า Visa on Arrival เป็นวีซ่าที่เราไม่ต้องยื่นคำร้องในประเทศไทย แต่เมื่อเดินทางไปถึงสนามบินปลายทางก็สามารถยื่นเอกสารขอรับตราประทับวีซ่าที่สนามบินได้ทันที แต่ยังต้องกรอกคำร้องเต็มรูปแบบอยู่นะคะ

วีซ่าสำคัญอย่างไร ไม่ขอวีซ่าเดินทางไปต่างประเทศได้หรือไม่?

รับแปลภาษา รับแปลเอกสาร

อย่างที่เราได้กล่าวไปแล้วว่า วีซ่า (Visa) ก็คือหลักฐานสำคัญในการขออนุญาตเข้าประเทศ ผู้ถือวีซ่าคือคนที่ไม่มีสัญชาติของประเทศปลายทางที่เราจะเดินทางไป โดยวีซ่าจะมีลักษณะเป็นตราประทับหรือใช้สติ๊กเกอร์แปะในพาสปอร์ตก็ได้ ด้วยความที่เป็นเอกสารขออนุญาตเข้าประเทศ ดังนั้นหากประเทศไหนต้องใช้วีซ่าแล้วล่ะก็ เราก็ไม่สามารถเข้าประเทศนั้นได้แน่นอนหากไม่มีการขอวีซ่ามาก่อน

แต่อย่างไรก็ตามมีบางประเทศที่อนุญาตให้คนที่เดินทางมาจากประเทศไทยสามารถเข้าประเทศนั้นได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า เราเรียกกรณีนี้ว่า ฟรีวีซ่า หรือการเดินทางไปท่องเที่ยว ไปทำงานที่ประเทศนั้น ๆ โดยที่เราไม่ต้องขอวีซ่าก่อน แต่สามารถเดินทางได้เลยและใช้พาสปอร์ตประทับตราที่ตม.ก่อนเข้าและออกจากประเทศนั้นตามปกติ ไม่จำเป็นต้องมีวีซ่า ตัวอย่างประเทศที่เดินทางได้เลยโดยคนไทยไม่ต้องขอวีซ่า เช่น  ญี่ปุ่น ไต้หวัน บรูไน มัลดีฟส์ เป็นต้น แต่ถึงจะฟรีวีซ่าก็มีกำหนดระยะเวลาที่เที่ยวได้อยู่นะคะ ดังนั้นอย่าลืมเช็กจำนวนวันที่ประเทศเหล่านั้นให้เราอยู่ได้โดยไม่ต้องมีวีซ่าและวางแผนเดินทางให้ดี หากการเดินทางต้องใช้ระยะเวลาเกินจำนวนวันที่ได้รับฟรีวีซ่า ก็ต้องทำการขอวีซ่าสำหรับวันที่เกินมาด้วย

วีซ่าต่างกับพาสปอร์ตอย่างไร?

เป็นอีกหนึ่งคำถามที่หลายคนสงสัยว่าวีซ่ากับพาสปอร์ตไม่เหมือนกันหรือในเมื่อใช้แสดงเพื่อเข้าประเทศนั้น ๆ เช่นกัน แต่ความจริงแล้วพาสปอร์ตหรือหนังสือเดินทางนั้นเปรียบเสมือนสมุดพกประจำตัวของเราที่แสดงรูปภาพ ชื่อนามสกุลจริง สัญชาติ ภูมลำเนา วันเดือนปีเกิด ไปจนถึงข้อมูลส่วนตัวอื่น ๆ และจะมีหน้าว่างๆ อยู่ประมาณ 50 หน้า ใช้เพื่อระบุตัวตนของเราเวลาไปต่างประเทศแทนการใช้บัตรประชาชนนั่นเอง

รับแปลภาษา รับแปลเอกสาร

ตัวอย่างหน้าแรกของแบบฟอร์มขอวีซ่า DS-160 สำหรับขอวีซ่าชั่วคราวกรณีต้องการเดินทางไปสหรัฐอเมริกา

เอกสารที่ใช้ในการขอวีซ่ามีอะไรบ้าง


1. แบบฟอร์มคำร้องขอวีซ่า

เอกสารสำคัญที่ขาดไม่ได้ เพราะคำร้องขอวีซ่าก็คือแบบฟอร์มที่เราต้องกรอกข้อมูลส่วนตัว จุดประสงค์ของการขอวีซ่า และช่วงเวลาที่ต้องการเดินทาง นอกจากนี้ยังรวมถึงข้อมูลอาชีพ การทำงาน และครอบครัวด้วย

2. หนังสือเดินทาง

หากประเทศที่เราต้องการเดินทางไปกำหนดให้ใช้วีซ่าล่ะก็ ต้องยื่นคู่กับหนังสือเดินทางฉบับล่าสุดที่มีอายุเหลือมากกว่า 6 เดือน และต้องมีหน้าว่างเพื่อใช้ประทับตราวีซ่าอย่างน้อย 1 หน้าด้วย

3. รูปติดบัตร

รูปติดบัตรหรือรูปถ่ายหน้าตรงก็เป้นหนึ่งในเอกสารสำคัญที่ขาดไม่ได้หากต้องการยื่นขอวีซ่า โดยต้องเป็นรูปปัจจุบันที่ถ่ายไว้ไม่เกินหกเดือน

4. รายการเดินบัญชีย้อนหลังหรือเอกสารรับรองรายได้

มีหลายประเทศที่ต้องการให้เราแสดงเอกสารรับรองรายได้เพื่อแสดงรายได้ตามจริงด้วย เช่น สลิปเงินเดือน หนังสือรับรองเงินเดือน หรือเอกสารรับรองรายได้อื่น ๆ

5. เอกสารประกอบการเดินทาง

เช่น ตั๋วเครื่องบิน เอกสารการจองโรงแรม หรือหลักฐานอื่น ๆ ที่ช่วยแสดงว่าเราจะอยู่ที่ประเทศนั้น ๆ ในช่วงเวลาที่กำหนดเท่านั้น

เคล็ดลับ เตรียมตัวแปลเอกสารขอวีซ่าแบบง่าย ๆ ไม่ยุ่งยาก


1. เตรียมเอกสารสำคัญให้ครบ

ก่อนอื่นเราต้องเตรียมเอกสารทั้งหมดให้ครบถ้วน โดยอ้างอิงจากเอกสารที่จำเป็นในการขอวีซ่าที่กล่าวถึงข้างต้น

2. เลือกใช้บริการแปลเอกสารวีซ่าจากผู้รับแปลเอกสารที่มีประสบการณ์

การใช้บริการแปลภาษาเพื่อแปลเอกสารขอวีซ่าจะช่วยให้เราได้เอกสารที่ถูกต้อง แม่นยำ ตามรูปแบบที่หน่วยงานนั้น ๆ กำหนดไว้ ทำให้สามารถนำเอกสารไปยื่นได้แบบมั่นใจ ไม่ต้องกลัวเสียเวลากลับมาแก้ซ้ำ

3. มอบอำนาจให้ตัวแทนขอวีซ่า

หากศูนย์บริการรับแปลเอกสารหรือรับแปลภาษามีความสามารถเป็นตัวแทนดำเนินการขอวีซ่าแทนเราได้ อย่าลืมเลือกใช้บริการจากผู้รับแปลเอกสารเพื่อความสะดวก รวดเร็ว และประหยัดเวลา

ส่วนใครที่ยังลังเล ไม่รู้ว่าจะเลือกแปลเอกสารที่ไหนดี ที่มีคุณภาพ และสามารถแปลเอกสารขอวีซ่าออกมาได้ถูกต้อง ศูนย์แปลเอกสารเฟิสท์ชอยซ์ทรานสเลชัน ยินดีให้บริการรับแปลภาษา รับแปลเอกสารสำหรับขอวีซ่า การันตีงานคุณภาพจากผู้แปลที่มีประสบการณ์นับสิบปี พร้อมให้บริการแปลภาษามากกว่า 30 ภาษาทั่วโลก เดินทางไปที่ไหนก็แปลเอกสารเพื่อขอวีซ่าได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้นแน่นอน