มีรับรองกงสุล

แปลและรับรองวุฒิการศึกษาเพื่อใช้ศึกษาต่อต่างประเทศที่ถูกต้อง มีรับรองกงสุล

การเรียนต่อต่างประเทศ นอกจากจะได้ท่องเที่ยวแล้ว ยังได้ประสบการณ์ที่ดีในการใช้ชีวิตในสังคมที่แตกต่างจากไทย อีกทั้งยังช่วยเพิ่มทักษะด้านภาษา เมื่อเราไปใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศก็ต้องใช้ภาษาอังกฤษ หรือภาษาประจำชาตินั้นๆ ไปโดยปริยาย

แต่ไปเรียนต่างประเทศก็ใช้ค่าใช้จ่ายที่สูงอยู่เช่นกันค่ะ แต่ปัญหานี้ก็แก้ได้ เพราะปัจจุบันมีทุนการศึกษามากมาย ให้เราสามารถไปศึกษาต่อต่างประเทศได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายมากเกินกว่าจำเป็น แต่การขอทุนการศึกษาให้ได้ก็ต้องผ่านการสอบแข่งขัน เตรียมตัวให้พร้อม เมื่อชิงทุนการศึกษาได้แล้ว และต้องยื่นเอกสารให้ถูกต้อง ถึงจะสามารถเดินทางไปเรียนต่อต่างประเทศได้

วันนี้ เฟิสท์ชอยซ์ทรานสเลชัน เลยขอมาแนะนำวิธีการเตรียมตัวตั้งแต่การเริ่มหาทุนไปเรียนต่างประเทศ รวมถึงขั้นตอนการดำเนินการเอกสาร ว่าต้องผ่านขั้นตอนอะไรบ้าง ถึงจะช่วยให้เราสามารถไปศึกษาต่อต่างประเทศได้จริงตามที่ฝัน ตามมาอ่านกันได้เลยค่ะ

แปลและรับรองวุฒิการศึกษาเพื่อใช้ศึกษาต่อต่างประเทศที่ถูกต้อง มีรับรองกงสุล
  1. อยากได้ทุนไปเรียนต่างประเทศ ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง
    1. หาข้อมูลเกี่ยวกับสถาบันศึกษาปลายทาง
    2. สอบถามข้อมูลจากรุ่นพี่ที่เคยไปเรียนต่อมาแล้ว
    3. คำนวณและวางแผนค่าใช้จ่าย และการใช้ชีวิตในต่างประเทศ
    4. ติวเข้ม และอ่านหนังสือ เพื่อสอบชิงทุนไปเรียนต่อต่างประเทศ
  2. ได้ทุนไปเรียนต่างประเทศ ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง (เบื้องต้น)
    1. ทรานสคริปต์ หนังสือรับรองการศึกษา
    2. เอกสารทะเบียนราษฎร
    3. พาสปอร์ต
    4. วีซ่า
  3. ขั้นตอนการรับรองเอกสาร เพื่อศึกษาต่อต่างประเทศ
    1. เตรียมเอกสารที่ต้องการใช้ให้เรียบร้อย
    2. แปลเอกสารเป็นภาษาอังกฤษ พร้อมรับรองคำแปล
    3. รับรองเอกสารกงสุล
    4. รับรองสถานทูต
  4. ศูนย์แปลเอกสารเฟิสท์ชอยซ์ทรานสเลชัน รับรองเอกสารภาษาอังกฤษ เพื่อเรียนต่อต่างประเทศ ใช้งานต่อได้จริง

อยากได้ทุนไปเรียนต่างประเทศ ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง

ออย่างที่ได้บอกไปค่ะว่า การไปเรียนต่างประเทศนั้นต้องใช้ค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง ไหนจะค่าเทอม ค่าหนังสือ ค่าที่พักที่อยู่อาศัย ค่าอาหารการกิน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ในชีวิตประจำวัน ถ้าเราออกเงินเองทั้งหมดอาจจะเป็นภาระที่ค่อนข้างหนักเลยทีเดียว ดังนั้น ถ้าคุณไม่ได้มีทุนที่สูงมาก เราขอแนะนำให้ลองหาทุนไปเรียนต่างประเทศค่ะ แล้วเราต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง มาดูกันเลยค่ะ

หาข้อมูลเกี่ยวกับสถาบันศึกษาปลายทาง

อยากได้ทุนไปเรียนต่างประเทศ ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง รับแปลภาษา

การหาทุนต่างประเทศ เราต้องศึกษาเกี่ยวกับสถาบันศึกษาปลายทางให้ดีค่ะ เพราะเราต้องเรียนอยู่ที่นั้นจนจบให้ได้ ดังนั้น เท่ากับว่าเวลา 3-4 ปีข้างหน้า เราต้องใช้ชีวิตและเรียนอยู่ที่นั่นเป็นเวลานาน เราเลยต้องหาสถาบันศึกษาที่เราชื่นชอบ อยากไปเรียน และต้องศึกษาเกี่ยวกับสาขาวิชาที่เราอยากเรียน และคิดว่าเป็นประโยชน์ต่อหน้าที่การงานในอนาคต หรือการเรียนต่อในปริญญาใบต่อไป เพื่อไม่ให้เป็นการไปเรียนแบบเปล่าประโยชน์ค่ะ

สอบถามข้อมูลจากรุ่นพี่ที่เคยไปเรียนต่อมาแล้ว

การอ่านข้อมูลจากสถาบันการศึกษา จะเป็นข้อมูลจากฝั่งเดียว และบางข้อมูลเชิงลึกในความเป็นอยู่ อาจจะไม่ได้พูดถึงมากในเว็บไซต์และใบโปรชัวร์แนะนำสถานที่ศึกษา ถ้าเราอยากได้ข้อมูลที่ละเอียดกว่านั้น ไปเรียนที่นั้นแล้วดีไหม สิ่งแวดล้อมน่าอยู่หรือเปล่า เรียนสนุกหรือเปล่า ต้องเตรียมอะไรไปบ้าง

เพื่อจะใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศได้อย่างสบายที่สุด เราเลยขอแนะนำให้ถามรุ่นพี่ที่มีประสบการณ์ ที่เคยได้ทุนไปศึกษาเรียนต่อต่างประเทศมาแล้ว ก็จะช่วยให้เราได้ข้อมูลเชิงลึก ก่อนการตัดสินใจได้ดีค่ะ

คำนวณและวางแผนค่าใช้จ่าย และการใช้ชีวิตในต่างประเทศ

แม้เราจะขอทุนไปศึกษาต่อต่างประเทศ แต่ก็ต้องอย่าลืมว่า เราก็ต้องมีค่าใช้จ่ายส่วนตัวที่เราต้องใช้ด้วย และแต่ละทุนการศึกษา ก็จะให้เงินหรือออกค่าใช้จ่ายที่ต่างกัน บางทุนก็ไม่ครอบคลุมถึงค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ออกให้เพียงค่าเล่าเรียน ดังนั้น เราต้องศึกษาเงื่อนไขจองทุนการศึกษาให้ดี และมาคำนวณเรื่องค่าใช้จ่ายให้ดี ว่าเราต้องเตรียมเงินไปใช้เท่าไหร่ ถึงจะสามารถอยู่ได้ รวมถึงการวางแผนการใช้ชีวิตในต่างประเทศด้วยค่ะ

ติวเข้ม และอ่านหนังสือ เพื่อสอบชิงทุนไปเรียนต่อต่างประเทศ

ติวเข้ม และอ่านหนังสือ เพื่อสอบชิงทุนไปเรียนต่อต่างประเทศ รับแปลภาษา

สุดท้าย ทุนการศึกษาไม่ได้มีให้ทุกคน แต่เราต้องสอบชิงทุนค่ะ หากเราสามารถทำคะแนนสอบได้ดีจนติดอันดับ และมีคุณสมบัติที่เหมาะสมในการไปศึกษาต่อต่างประเทศ ก็จะได้สิทธิ์ไปเรียนต่อต่างประเทศค่ะ แต่เราขอบอกว่าการสอบชิงทุนไปศึกษาต่อต่างประเทศนั้นค่อนข้างยาก และมีการแข่งขันค่อนข้างสูง ดังนั้น เราควรที่จะตั้งใจอ่านหนังสือสอบอย่างจริงจัง ฝึกทำข้อสอบเก่า จนคล่อง เพื่อที่จะสามารถไปสอบแข่งขันชิงทุนนั้นมาได้

ได้ทุนไปเรียนต่างประเทศ ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง (เบื้องต้น)

หากเราได้ทุนไปเรียนต่อต่างประเทศแล้ว ก็ต้องเตรียมเอกสารมากมาย เพื่อดำเนินการให้ได้รับอนุญาตไปศึกษาต่อหากเราได้ทุนไปเรียนต่อต่างประเทศแล้ว ก็ต้องเตรียมเอกสารมากมาย เพื่อดำเนินการให้ได้รับอนุญาตไปศึกษาต่ออย่างถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งข้อมูลนี้เป็นคำแนะนำเบื้องต้นค่ะ ทางสถาบันการศึกษาแต่ละแห่งมีความต้องการแตกต่างกัน 

ดังนั้นทางศูนย์แปลเลยขอแนะนำให้สอบถามทางสถาบันการศึกษาว่า  เอกสารที่จำเป็นต้องใช้ในการสมัครเรียน หรือลงทะเบียนเรียน และจึงมาใช้บริการแปลและรับรองเอกสารที่ศูนย์แปลเราต่อไปค่ะ แต่เอกสารพื้นฐานหลักๆ ที่ไม่ว่าจะไปเรียนต่อที่ไหนก็ต้องมีไว้เลย มีดังนี้

ทรานสคริปต์ หนังสือรับรองการศึกษา

เอกสารจำเป็นสิ่งแรกเลยคือ ทรานสคริปต์ หรือหนังสือรับรองวุฒิการศึกษาค่ะ เพื่อเป็นหลักฐานยืนยันว่าที่ผ่านมาเรามีผลการเรียนอย่างไร และมีตัวตนจริงๆ ในสถานศึกษาที่เราแจ้งไปจริงหรือไม่ ทรานสคริปต์จะเป็นเอกสารที่ระบุข้อมูลเกี่ยวกับการศึกษาของเราได้ดีค่ะ สถาบันศึกษาปลายทางเลยต้องการเอกสารนี้เพื่อไปตรวจสอบถึงตัวตนของเรา รวมถึงตรวจสอบว่ามีผลการเรียนและประวัติการศึกษาที่ตรงตามคุณสมบัติที่ทางสถาบันศึกษาได้ระบุไว้หรือไม่

เอกสารทะเบียนราษฎร

เอกสารสำคัญชิ้นต่อไปก็คือ เอกสารทะเบียนราษฎร ถ้าเป็นน้องๆ นักเรียน นักศึกษา อาจจะงงๆ หน่อยว่า เอกสารทะเบียนราษฎรนี้คืออะไร ซึ่งเอกสารทะเบียนราษฎรก็คือ “ทะเบียนบ้าน” ที่หลายคนคุ้นชินนั่นเอง ซึ่งเป็นเอกสารที่ระบุถึงตัวตนเราว่า เรามีตัวตนอยู่จริงในประเทศไทย และอาศัยอยู่ในถิ่นฐานไหน

พาสปอร์ต

การทำพาสปอร์ต เพื่อศึกษาต่างประเทศ รับแปลภาษา

การไปศึกษาต่อต่างประเทศ ก็ต้องมีพาสปอร์ตเหมือนกันการเดินทางไปเที่ยว หรือไปทำธุรกิจที่ประเทศอื่นๆ ค่ะ เพราะการไปเรียนต่อต่างประเทศนั้น ถือว่าเป็นการเดินทางออกจากราชอาณาจักรไทย ไปสู่ราชอาณาจักรอื่นๆ ดังนั้น เพื่อให้เดินทางสู่เขตแดนต่างประเทศอย่างถูกต้อง และจำเป็นต้องมีเอกสารพาสปอร์ตสำหรับการเดินทางด้วย

วีซ่า

การมีแค่พาสปอร์ต หรือหนังสือเดินทางนั้นยังไม่พอค่ะ เพราะพาสต์ปอร์ตเป็นเพียงแค่ใบเบิกทางให้เดินทางออกนอกประเทศได้ แต่การที่เราจะเข้าไปพำนักอาศัย หรือศึกษาต่อที่ต่างประเทศได้นั้น เราต้องมีวีซ่าค่ะ

ซึ่งวีซ่าคือเอกสารหลักฐานสำหรับประกอบการอนุญาตเข้าประเทศที่ผู้เดินทางต้องการ ออกโดยสถานทูตของประเทศปลายทางที่ต้องการเดินทางไปเท่านั้น ซึ่งมีช่วงระยะเวลากำหนดให้พำนักภายในประเทศได้ตามที่อนุญาต จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งที่ผู้เดินทางจะต้องแสดงวีซ่าเมื่อเข้าสู่ด่านตรวจคนเข้าเมืองค่ะ

ส่วนวิธีกาส่วนวิธีการขอวีซ่านั้นก็มีหลากหลายขั้นตอน และต้องทำให้ถูกวิธี ถึงจะสามารถยื่นขอวีซ่าได้ผ่าน

ขั้นตอนการรับรองเอกสาร เพื่อศึกษาต่อต่างประเทศ

เราได้รู้เอกสารพื้นฐานที่ต้องเตรียมสำหรับไปศึกษาต่อต่างประเทศแล้ว ต่อไปก็จะเป็นขั้นตอนการรับรองเอกสารค่ะ ซึ่งเป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก หากเอกสารไม่ผ่านการรับรองก่อน ก็จะไม่สามารถเดินทางไปเรียนต่อได้ หรือถ้าเราไป โดยที่เอกสารยังไม่ผ่านการรับรองอย่างเรียบร้อยก็จะมีผิด ต้องรับโทษทางกฎหมาย

ดังนั้น อย่าเสี่ยงเลยดีกว่าค่ะ มารับรองเอกสารกันให้ถูกต้อง ก่อนที่จะไปศึกษาต่อต่างประเทศกันดีกว่า แต่เข้าใจค่ะว่า หลายคนอาจไม่รู้ว่าควรจะเริ่มต้นอย่างไร และจะมีความยุ่งยากหรือเปล่า วันนี้สบายใจขึ้นได้เลยค่ะ เพราะเราจะมาแนะนำขั้นตอนการรับรองเอกสาร เพื่อศึกษาต่อต่างประเทศ เพียงแค่ทำตามขั้นตอนง่ายๆ ตามนี้

เตรียมเอกสารที่ต้องการใช้ให้เรียบร้อย

เตรียมเอกสารที่ต้องการใช้ให้เรียบร้อย รับแปลภาษา

ก่อนจะรับเองเอกสาร เราก็ต้องมีเอกสารที่จะต้องรับรองให้พร้อมใช่ไหมคะ ดังนั้น ก่อนอื่นเลยให้เราเตรียมเอกสารที่ต้องใช้ให้เรียบร้อยค่ะ ซึ่งเอกสารเบื้องต้นก็จะเป็นเอกสารที่เราได้แนะนำไป แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นแต่ละสถาบันการศึกษาก็จะใช้เอกสารที่แตกต่างกัน ดังนั้น เราแนะนำว่าให้สอบถามสถาบันการศึกษาปลายทางก่อนว่าเราต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง แล้วเราค่อยมาเตรียมเอกสารดังกล่าวให้ครบถ้วน ก่อนที่จะดำเนินการรับรองเอกสารต่อไปค่ะ

แปลเอกสารเป็นภาษาอังกฤษ พร้อมรับรองคำแปล

เมื่อได้เอกสารที่จำเป็นต้องใช้ในการไปศึกษาต่อต่างประเทศแล้ว ขั้นตอนต่อไปให้นำเอกสารเหล่านั้นมาแปลเป็นภาษาอังกฤษเสียก่อนค่ะ และเมื่อแปลเสร็จแล้วให้นำไปรับรองคำแปล ดังนั้น เราเลยขอแนะนำว่า ไม่ควรแปลเอกสารสำคัญดังกล่าวด้วยตัวเอง เพราะเอกสารต้องแปลออกมาให้เรียบร้อย เป็นทางการ และถูกต้องที่สุด

อีกทั้งต้องผ่านการรับรองคำแปลด้วย เพื่อให้สะดวกและเอกสารสามารถใช้งานต่อได้ เราแนะนำให้มาใช้บริการที่ศูนย์แปลภาษาค่ะ ที่สามารถแปลภาษาได้อย่างถูกต้อง และเราก็สามารถยื่นให้ศูนย์แปลภาษารับรองคำแปลได้เลยในที่เดียว

รับรองเอกสารกงสุล

รับรองเอกสารกงสุล รับแปลภาษา

เมื่อแปลเอกสารเป็นภาษาอังกฤษ พร้อมรับรองคำแปลเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการรับรองเอกสารกงสุล ที่กระทรวงต่างประเทศค่ะ ซึ่งขั้นตอนนี้ก็มีความสำคัญมาก เพราะจะช่วยยืนยันตัวตนเรา และเป็นการตรวจสอบข้อมูลเราว่าเป็นความจริง ไม่ได้ผ่านการปลอมแปลงใดๆ

หากข้ามขั้นตอนไป ก็จะทำให้เอกสารไม่สมบูรณ์ ไม่สามารถนำไปใช้งานต่อได้ หรือถ้าใครพยายามหลีกเลี่ยงการรับรองเอกสาร ก็จะถือว่ามีความผิดทางกฎหมายค่ะ ซึ่งการรับรองเอกสารกงสุลนั้นมีขั้นตอนอีกมากมาย แต่ก็ไม่ได้ยุ่งยากจนเกินไป สามารถศึกษาต่อได้ที่นี่เลยค่ะ

สำหรับใครที่เป็นมือใหม่ ยังไม่เคยยื่นเอกสารรับรองกงสุลเลย เราขอแนะนำว่า ควรสอบถามปลายทางก่อนว่า เขาต้องการเอกสารอะไรบ้าง แล้วก็เตรียมเอกสารให้ครบค่ะ รวมถึงสอบถามเพิ่มเติมว่าเอกสารนี้ต้องรับรองกงสุลไทย กระทรวงการต่างประเทศด้วยไหม  เพื่อความสะดวกและรวดเร็วของผู้ใช้บริการ หลังจากนั้นให้โทรสอบถามที่กรมกงสุล กระทรวงต่างประเทศ เกี่ยวกับขั้นตอนการรับรองกงสุล จะได้คำแนะนำที่ถูกต้องและสมบูรณ์ที่สุด ข่วยให้เราดำเนินเรื่องเอกสารได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

รับรองสถานทูต

เมื่อเรายื่นรับรองเอกสารกงสุลแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการรับรองสถานทูตให้เรียบร้อยค่ะ แต่สำหรับขั้นตอนนี้นั้นก็ขึ้นอยู่กับแต่ละสถาบันการศึกษา บางแห่งก็ไม่จำเป็นต้องรับรองในขั้นตอนนี้ ดังนั้น เราควรศึกษารายละเอียดและเงื่อนไขการเตรียมเอกสารจากสถาบันการศึกษาปลายทางก่อนเสมอ

ศูนย์แปลเอกสารเฟิสท์ชอยซ์ทรานสเลชัน รับรองเอกสารภาษาอังกฤษ เพื่อเรียนต่อต่างประเทศ ใช้งานต่อได้จริง

นี่ก็คือการเตรียมเอกสาร ไปจนถึงขั้นตอนการรับรองเอกสารสำหรับการไปศึกษาต่อต่างประเทศค่ะ เราจะเห็นว่านอกจากการเตรียมตัวเรื่องการสองชิงทุน และการวางแผนการใช้ชีวิตในต่างแดนแล้ว การเตรียมเอกสารนั้นก็สำคัญมาก หากรับรองไม่ผ่าน ก็จะไม่สามารถไปเรียนต่อได้

หากตอนนี้คุณไม่รู้ว่าจะใช้บริการรับรองเอกสารที่ไหนดี เราขอแนะนำ ศูนย์แปลเอกสารเฟิสท์ชอยซ์ทรานสเลชัน มีทั้งบริการแปลภาษาต่างประเทศ โดยนักแปลผู้เชี่ยวชาญ และบริการรับรองเอกสารภาษาอังกฤษ เพื่อเรียนต่อต่างประเทศ ที่สามารถใช้งานได้จริงค่ะ


ศูนย์แปลเอกสารเฟิสท์ชอยซ์ทรานสเลชัน รับแปลเอกสารทุกชนิด แปลภาษาอังกฤษ แปลภาษาจีน และแปลภาษาอื่นๆ กว่า 30 ภาษาทั่วศูนย์แปลเอกสารเฟิสท์ชอยซ์ทรานสเลชัน รับแปลเอกสารทุกชนิด แปลภาษาอังกฤษ แปลภาษาจีน และแปลภาษาอื่นๆ กว่า 30 ภาษาทั่วโลก โดยนำแปลผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์มามากกว่า 10 ปี นอกจากนี้ เรายังมีบริการรับรองเอกสารแบบครบครัน มีคุณภาพ ใช้งานได้จริง ในราคายุติธรรม

หากต้องการข้อมูลเกี่ยวกับขั้นตอน และเอกสารที่ต้องเตรียมเกี่ยวกับการรับรองกงสุล แนะนำให้โทรสอบถามข้อมูลกับกรมการกงสุล กระทรวงต่างประเทศโดยตรง ที่เบอร์ 02-572-8442 คุณจะได้รับคำแนะนำที่ถูกต้องและสมบูรณ์ที่สุด หลังจากนั้น ค่อยมาใช้บริการแปลเอกสารกับทางศูนย์แปลภาษาค่ะ


  • ศูนย์แปลเอกสารเฟิสท์ชอยซ์ทรานสเลชัน